ตอนที่ 11 — แผนลวงที่เริ่มเข้มข้น
ภายในห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักราคาแพง อัครเดชนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล สายตาของเขาจับจ้องไปที่โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่าง
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบาๆ ทำให้เขาผงะไปเล็กน้อย “เข้ามาได้” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า
ประตูเปิดออก เผยให้เห็นร่างของนพดล เลขาหน้าห้องที่ดูหน้าซีดเล็กน้อย “คุณอัครเดชครับ มีเรื่องด่วนครับ”
“เรื่องอะไร?” อัครเดชถามอย่างหงุดหงิด “บอกมาเร็วๆ”
“คือ... มีคนส่งเอกสารลับเกี่ยวกับธุรกิจของเรามาให้ครับ” นพดลกล่าวเสียงสั่น “เขาบอกว่าถ้าเราไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้อง เขาจะเอาเอกสารพวกนี้ไปเปิดโปง”
อัครเดชเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เอกสารอะไร? ใครส่งมา?”
“ผม... ผมไม่รู้ครับ เขาใช้นามแฝง และก็บอกแค่ว่าเราต้องทำตามข้อเรียกร้องของเขาภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้น...” นพดลกลืนน้ำลายเอื้อก “มิฉะนั้น เขาจะทำลายทุกอย่างของเรา”
อัครเดชลุกขึ้นยืนทันที เขาเดินไปเดินมาภายในห้องอย่างกระวนกระวาย “เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางที่ใครจะรู้เรื่องพวกนี้ไปได้!”
“แต่เอกสารมันอยู่ที่นี่ครับ” นพดลยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้แก่อัครเดช มือของเขาสั่นเทาขณะยื่นให้
อัครเดชคว้าซองเอกสารมาเปิดออกอย่างรวดเร็ว สายตาของเขากวาดไปตามตัวเลขและข้อความต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ เขาตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง นี่คือความลับที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด มันคือการทุจริตและการยักยอกเงินจำนวนมหาศาลที่เขาทำมานานหลายปี
“ใคร!” อัครเดชตะคอกลั่น “ใครมันกล้าทำแบบนี้กับฉัน!”
“ผมขอโทษครับคุณอัครเดช ผมพยายามสืบแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยอะไรเลยครับ” นพดลตอบเสียงอ่อย
อัครเดชทุบกำปั้นลงบนโต๊ะเสียงดังปัง “บ้าเอ๊ย! แล้วข้อเรียกร้องของมันคืออะไร?”
“มันบอกว่า... มันต้องการให้คุณขายหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทให้ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงครับ” นพดลกล่าว
อัครเดชหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ขายหุ้น? มันคิดว่าฉันเป็นคนโง่หรือไง! ฉันไม่มีวันยอม!”
“แต่ถ้าเราไม่ทำ... เอกสารพวกนี้จะถูกเปิดโปงครับ” นพดลกล่าวอย่างหวาดกลัว “ชื่อเสียงของคุณ ชื่อเสียงของบริษัท จะเสียหายหมด”
อัครเดชกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่านพดลพูดถูก เขาสร้างอาณาจักรนี้มาด้วยน้ำพักน้ำแรง และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายมันง่ายๆ
“แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ?” อัครเดชถาม
“มันบอกว่า... มันจะส่งเอกสารพวกนี้ไปให้สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องครับ” นพดลตอบ
อัครเดชหลับตาลง เขาพยายามสงบสติอารมณ์ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาโกรธ เขาต้องคิดหาทางออก
“ตอนนี้มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง?” อัครเดชถาม
“เท่าที่ผมทราบ... มีแค่ผมกับคุณครับ” นพดลตอบ
“ดี” อัครเดชกล่าว “งั้นต่อไปนี้ ห้ามบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“ครับผม เข้าใจครับ” นพดลรีบพยักหน้า
“แล้วไอ้คนที่ส่งเอกสารมานี่... มันติดต่อมาอีกไหม?”
“ยังครับ มันบอกว่าถ้าเราต้องการเจรจา ให้เราติดต่อกลับไปที่เบอร์นี้ครับ” นพดลยื่นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กให้อัครเดช
อัครเดชรับกระดาษโน้ตมาดู เขาเห็นเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคย มันคือเบอร์ของบริษัททนายความชื่อดังแห่งหนึ่งที่เขาเคยมีปัญหากันมาก่อน
“ไอ้สารเลวนั่น!” อัครเดชกำหมัดแน่น เขาเดาได้แล้วว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
ในเวลาเดียวกัน แพรวาและภัทรนั่งอยู่ในรถยนต์คันหรูของภัทร พวกเขากำลังติดตามความเคลื่อนไหวของอัครเดชผ่านกล้องวงจรปิดที่ภัทรติดตั้งไว้ในห้องทำงานของอัครเดช
“ดูสิครับ” ภัทรชี้ไปที่หน้าจอ “คุณอัครเดชกำลังเดือดร้อนแล้ว”
แพรวาถอนหายใจอย่างโล่งอก “แผนของเราได้ผลแล้วสินะคะ”
“แน่นอนครับ” ภัทรยิ้ม “เขาคงกำลังคิดหนักเลยทีเดียว”
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ?” แพรวาถาม
“เราจะให้เวลาเขาคิดสักพัก” ภัทรตอบ “ถ้าเขาติดต่อกลับไปตามเบอร์ที่ให้ไว้ เราก็จะเริ่มการเจรจา”
“แล้วเราจะเรียกอะไรจากเขา?” แพรวาถาม
“เราจะเรียกทุกอย่างที่เขาพรากไปจากครอบครัวของคุณ” ภัทรกล่าว “ไม่ใช่แค่เงินทอง แต่เป็นศักดิ์ศรี และความเป็นธรรมที่เราสมควรได้รับ”
แพรวาเงยหน้ามองภัทร เธอเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของเขา มันทำให้เธอรู้สึกมั่นใจในแผนการนี้มากขึ้น
“ฉันพร้อมแล้วค่ะ” แพรวากล่าว “ฉันพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา และทวงทุกอย่างคืนมา”
“ผมจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ” ภัทรให้กำลังใจ
ในเย็นวันนั้น อัครเดชตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปยังเบอร์ที่ได้รับมา เขาทำใจดีสู้เสือ ถึงแม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความกังวล
“สวัสดีครับ” เสียงของทนายความดังขึ้นที่ปลายสาย
“ฉันอัครเดช” อัครเดชกล่าวเสียงเข้ม “ฉันได้รับข้อความของคุณแล้ว”
“ยินดีที่ได้คุยกับคุณครับคุณอัครเดช” ทนายความตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณคงจะเข้าใจสถานการณ์ดีนะครับ”
“ฉันเข้าใจ” อัครเดชตอบ “แต่ฉันไม่คิดว่าฉันจะต้องยอมตามข้อเรียกร้องของคุณ”
“คุณอัครเดชครับ” ทนายความกล่าว “คุณแน่ใจเหรอครับ? เอกสารพวกนั้น ถ้าถูกเปิดเผยเมื่อไหร่ ชีวิตคุณก็จะจบลงทันที”
อัครเดชเงียบไปครู่หนึ่ง เขาพยายามหาคำพูดที่จะตอบโต้
“แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ?” อัครเดชถาม
“เราก็คงจะต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดครับ” ทนายความกล่าว “คุณคงไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้หรอกนะครับ”
อัครเดชกัดฟันแน่น เขารู้ว่าเขาถูกบีบจนมุมจริงๆ “ฉันจะให้เวลาคุณคิด” ทนายความกล่าว “พรุ่งนี้เช้า ฉันจะโทรหาคุณอีกครั้ง เพื่อยืนยันคำตอบของคุณ”
สิ้นเสียงโทรศัพท์ อัครเดชก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันขนาดนี้มาก่อน
ในขณะเดียวกัน แพรวาและภัทรก็กำลังวางแผนขั้นต่อไป พวกเขารู้ว่าอัครเดชกำลังเผชิญกับความกดดันอย่างหนัก และเขาใกล้จะยอมจำนนแล้ว
“พรุ่งนี้เช้า เราจะได้คำตอบแล้ว” ภัทรกล่าว “ถ้าเขาตกลงตามที่เราต้องการ เราก็จะเดินหน้าตามแผนต่อไป”
“ฉันหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีนะคะ” แพรวากล่าว
“มันจะเป็นไปด้วยดีแน่นอน” ภัทรมั่นใจ “เรามาถึงจุดนี้แล้ว เราจะปล่อยให้มันหลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด”
แพรวายิ้ม เธอรู้สึกถึงความหวังที่กลับคืนมาอีกครั้ง แม้เส้นทางข้างหน้าจะยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไป
4,779 ตัวอักษร