ตอนที่ 12 — จุดจบของเกมลวง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามายังห้องทำงานของอัครเดช แต่กลับไม่สามารถขับไล่ความมืดมนที่ปกคลุมจิตใจของเขาได้ เขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอน เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนเพื่อครุ่นคิดถึงทางออกที่ดีที่สุด
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เขาใจหายวูบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าเป็นเบอร์ของทนายความคนเดิมที่เขาได้ติดต่อเมื่อวานนี้
“ว่าไง?” อัครเดชรับสายเสียงแหบพร่า
“สวัสดีครับคุณอัครเดช” เสียงของทนายความดังขึ้นอย่างสุภาพ “คุณตัดสินใจได้หรือยังครับ?”
อัครเดชสูดหายใจลึก “ฉัน... ฉันยอม”
“ยอดเยี่ยมครับคุณอัครเดช” ทนายความกล่าว “ผมทราบดีว่านี่เป็นทางเลือกที่ยากลำบาก แต่ผมเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”
“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง?” อัครเดชถามอย่างหมดอาลัย
“พรุ่งนี้เช้า คุณจะต้องไปที่สำนักงานของเรา พร้อมกับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นทั้งหมด” ทนายความกล่าว “เราจะจัดการเรื่องที่เหลือให้”
“แล้วเรื่องเอกสารลับพวกนั้นล่ะ?” อัครเดชถาม
“เมื่อการโอนหุ้นเสร็จสมบูรณ์ เอกสารเหล่านั้นก็จะถูกทำลายทิ้งทันทีครับ” ทนายความให้คำมั่น
อัครเดชพยักหน้า แม้จะไม่ได้เห็นด้วยก็ตาม “ก็ได้”
สิ้นเสียงโทรศัพท์ อัครเดชก็ทิ้งตัวลงบนพนักพิงของเก้าอี้ เขารู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัว ความฝันที่สร้างมาทั้งชีวิตกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
“คุณภัทรคะ” แพรวากล่าวขณะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ในรถยนต์คันหนึ่ง “คุณอัครเดชยอมแล้วค่ะ”
ภัทรพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ดีมาก” เขาหันมามองแพรวา “ต่อไปนี้คือขั้นตอนสุดท้ายของเรา”
“คุณอัครเดชจะไปที่สำนักงานทนายความพรุ่งนี้เช้า” ภัทรกล่าว “เราจะต้องไปที่นั่นด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะทำตามสัญญา”
แพรวาหัวใจเต้นระรัว เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันแห่งการเผชิญหน้าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ “แล้ว... ฉันจะต้องพูดอะไรกับเขาคะ?”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” ภัทรตอบ “คุณแค่ไปเป็นพยาน และรอให้ผมจัดการทุกอย่าง”
“แต่ถ้าเขา...”
“ผมจะอยู่ที่นั่นกับคุณ” ภัทรยืนยัน “คุณไม่ต้องกังวล”
เช้าวันรุ่งขึ้น แพรวาและภัทรเดินทางไปยังสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง เมื่อไปถึง พวกเขาก็พบว่าอัครเดชกำลังรออยู่ที่นั่นแล้ว สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและหมดหวัง
ทนายความต้อนรับทั้งสามคนเข้าสู่ห้องประชุมที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย บนโต๊ะมีเอกสารจำนวนมากวางอยู่
“เชิญนั่งครับ” ทนายความกล่าว “คุณอัครเดชครับ นี่คือเอกสารการโอนหุ้นตามที่เราได้ตกลงกันไว้”
อัครเดชหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงบนเอกสารอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่ปากกาขยับ มันเหมือนกับว่าเขากำลังสูญเสียส่วนหนึ่งของชีวิตไป
แพรวาเฝ้ามองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกสมเพชอัครเดชอยู่บ้าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงชัยชนะที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
เมื่ออัครเดชเซ็นเอกสารเสร็จเรียบร้อย ทนายความก็หยิบเอกสารลับที่อยู่ในซองสีน้ำตาลออกมา
“และนี่คือเอกสารต้นฉบับ” ทนายความกล่าว “เมื่อเราทำลายเอกสารพวกนี้แล้ว เรื่องทั้งหมดก็จะจบลง”
อัครเดชเงยหน้าขึ้นมองแพรวาเป็นครั้งแรก ดวงตาของเขามีแววตัดพ้อและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“คุณทำแบบนี้กับผมทำไม?” อัครเดชถามเสียงสั่น
แพรวาเผชิญหน้ากับสายตาของเขาอย่างแน่วแน่ “เพราะคุณทำลายชีวิตพ่อของฉันค่ะ”
“ผม... ผมไม่เคยเจตนา” อัครเดชกล่าว
“แต่คุณก็ทำ” แพรวาตอบเสียงเย็น “และคุณก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของคุณ”
อัครเดชหลับตาลง เขาไม่สามารถหาคำพูดใดๆ มาโต้แย้งได้อีก
จากนั้น ทนายความก็หยิบเครื่องทำลายเอกสารมา และเริ่มทำลายเอกสารลับเหล่านั้นทีละแผ่น เสียงของเครื่องทำลายเอกสารดังกลบเสียงของความเจ็บปวดและความแค้นที่กำลังจางหายไป
เมื่อเอกสารทั้งหมดถูกทำลายจนหมดสิ้น ทนายความก็หันมาหาแพรวา “คุณแพรวาครับ นี่คือส่วนแบ่งที่คุณควรได้รับ” เขาหยิบเช็คจำนวนมหาศาลยื่นให้เธอ
แพรวารับเช็คมาอย่างช้าๆ เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของมัน มันคือสัญลักษณ์ของความยุติธรรมที่เธอรอคอย
“ขอบคุณค่ะ” แพรวากล่าว
ภัทรเดินเข้ามาหาแพรวา เขาจับมือของเธอไว้เบาๆ “เราทำสำเร็จแล้วนะแพรวา”
แพรวาหันไปมองภัทร เธอเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในแววตาของเขา “ใช่ค่ะ เราทำสำเร็จแล้ว”
อัครเดชลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เขาเดินออกจากห้องประชุมไป โดยไม่หันกลับมามองใครอีก
แพรวาเฝ้ามองแผ่นหลังที่ค่อยๆ หายลับไป เธอรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ
“คุณภัทรคะ” แพรวาหันไปถามภัทร “หลังจากนี้... ฉันควรจะทำอะไรต่อไปคะ?”
ภัทรยิ้ม “พักผ่อนครับแพรวา คุณได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”
แพรวาพยักหน้า เธอรู้สึกถึงอิสระที่กลับคืนมาอีกครั้ง ชีวิตของเธอได้หลุดพ้นจากเงาแห่งความแค้นแล้ว
ขณะที่แพรวากำลังจะเดินออกจากห้องประชุม เธอก็หยุดชะงักไปเล็กน้อย เธอหันกลับไปมองที่โต๊ะประชุมอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ
“คุณภัทรคะ” แพรวาเรียก “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณค่ะ”
ภัทรหันมามองเธอด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอครับ?”
“หลังจากนี้... ฉันอยากจะขอให้คุณช่วยฉันอีกเรื่องหนึ่งได้ไหมคะ?” แพรวาถาม
ภัทรเลิกคิ้ว “เรื่องอะไรครับ?”
“เรื่องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฉันค่ะ” แพรวากล่าว “ฉันอยากจะลองสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ โดยที่ไม่ต้องมีเงาของอดีตตามหลอกหลอนอีกต่อไป”
ภัทรมองแพรวาอย่างพิจารณา เขารู้ว่าเธอต้องการอะไร เขาเห็นความหวังและความมุ่งมั่นในแววตาของเธอ
“ผมยินดีเสมอครับแพรวา” ภัทรกล่าว “เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปด้วยกัน”
แพรวายิ้ม เธอรู้สึกได้ว่าเรื่องราวของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น มันอาจจะไม่ใช่จุดจบที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความหวังครั้งใหม่
4,515 ตัวอักษร