รักลวงครั้งสุดท้าย

ตอนที่ 13 / 36

ตอนที่ 13 — เกมที่พลิกผันอย่างคาดไม่ถึง

ความเงียบที่ปกคลุมห้องทำงานของอัครเดชในเช้าวันนั้น ไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความหนักอึ้งของความคิดที่ประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน แสงแดดที่พยายามสาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านหนา ก็ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ได้กับความหมองหม่นที่เกาะกินดวงตาคู่คม ซึ่งแดงก่ำจากการอดนอนตลอดทั้งคืน เขาหมุนปากกาไปมาบนกองเอกสาร สัมผัสเย็นเฉียบของมันยิ่งตอกย้ำความเย็นชาในหัวใจ เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอย่างไม่ลดละราวกับจะฉีกกระชากสมาธิที่กำลังเปราะบางให้ขาดสะบั้น มือที่สั่นเทาเอื้อมไปคว้ามันขึ้นมา หน้าจอปรากฏชื่อที่ทำให้โลหิตในกายเย็นเยียบ "พิมรดา" ชื่อนั้นเป็นเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเก่าที่ยังไม่ทันได้จางหายไป "ฮัลโหล" เขาตอบรับเสียงแหบพร่า ลมหายใจติดขัดราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมาทั้งคืน่ยวแรง "คุณอัครเดชคะ" เสียงของพิมรดาที่ปลายสายฟังดูอ่อนโยนและนุ่มนวลกว่าที่เขาเคยได้ยิน แต่กลับแฝงไว้ด้วยบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ "ฉันโทรมาเพื่อจะบอกคุณว่า... ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้วค่ะ" จบแล้ว? คำว่าจบลงในความหมายของเธอคืออะไรกันแน่? เขาพยายามข่มความรู้สึกตื่นตระหนกไว้ "คุณหมายถึงอะไรครับพิมรดา? จบเรื่องอะไร?" "เรื่องของเราไงคะ" พิมรดากล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย "คุณคิดว่าคุณจะหลอกฉันได้ตลอดไปงั้นเหรอคะ? คุณคิดว่าฉันโง่พอที่จะเชื่อน้ำคำหวานๆ ของคุณไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวเลยหรือไง?" คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจอัครเดช เขารู้ดีว่าเธอรู้แล้ว รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแผนการของเขา รู้ว่าเขาหลอกใช้เธอมาตลอด "พิมรดา ผม..." "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นค่ะ" พิมรดาตัดบท "ฉันไม่อยากได้ยินคำโกหกอะไรจากคุณอีกแล้ว ฉันเหนื่อยเหลือเกินกับการต้องมานั่งเดาใจคุณ เหนื่อยกับการต้องมานั่งเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า" "ผมขอโทษ" เขาเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก คำขอโทษที่ไร้ความหมายเมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่เขามอบให้เธอ "ผมยอมรับว่าผมผิดไปจริงๆ ผมไม่น่าทำแบบนี้กับคุณเลย" "คำขอโทษของคุณมันไม่สามารถลบล้างความผิดที่คุณทำได้หรอกค่ะ" น้ำเสียงของพิมรดามีแววเศร้าสร้อย "สิ่งที่ฉันเสียไป มันมากมายเกินกว่าที่คุณจะชดใช้ได้" "ผมจะชดใช้ให้คุณทุกอย่าง" อัครเดชรีบพูด "บอกมาสิว่าคุณต้องการอะไร ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณยกโทษให้ผม" พิมรดาสูดหายใจลึกๆ "สิ่งที่ฉันต้องการ... ก็คือการที่คุณจะหายไปจากชีวิตของฉันตลอดไปค่ะ" ประโยคนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของอัครเดช เขาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะตัดสินใจแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าเธอจะเด็ดขาดขนาดนี้ "คุณอัครเดชคะ" พิมรดาพูดต่อ น้ำเสียงของเธอเริ่มอ่อนลง แต่ยังคงไว้ซึ่งความเด็ดเดี่ยว "ฉันรู้ว่าคุณกำลังวางแผนอะไรอยู่ และฉันก็รู้ว่าคุณกำลังจะทำอะไร ฉันไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่า... เกมนี้มันจบลงแล้ว" "เกมอะไรครับ?" เขาถาม พยายามเก็บอาการสับสนไว้ "เกมที่คุณสร้างขึ้นมาไงคะ" พิมรดาหัวเราะเบาๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เจ็บปวด "เกมที่คุณคิดว่าจะหลอกฉันได้ตลอดไป คุณคงจะประหลาดใจที่รู้ว่า... ฉันไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิด" อัครเดชรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เขาไม่รู้ว่าเขาพลาดตรงไหน ไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องแผนการของเขาได้อย่างไร เขามั่นใจมากว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ นอกจากเขาและลูกน้องคนสนิทไม่กี่คน "คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?" เขาอดถามไม่ได้ "ความลับทุกอย่างย่อมมีวันถูกเปิดเผยค่ะ" พิมรดาตอบ "และฉันก็รอคอยวันนั้นมานานแล้ว" "แต่... ทำไมคุณไม่บอกผมก่อน" เขาถามด้วยความเจ็บปวด "ถ้าคุณบอกผม เราอาจจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ก็ได้" "ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับฉัน ก็คือการเดินจากไปค่ะ" พิมรดาตอบเสียงเรียบ "ฉันไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปแล้วกับคนที่ไม่จริงใจกับฉัน" "พิมรดา ได้โปรดฟังผมก่อน" เขาอ้อนวอน "ผมมีเหตุผลของผม ผม..." "ฉันไม่อยากฟังแล้วค่ะ" พิมรดาตัดบทอีกครั้ง "ขอให้คุณโชคดีกับชีวิตของคุณนะคะ" สิ้นเสียงของเธอ เสียงตัดสายก็ดังขึ้นในหูของอัครเดช เขาทิ้งโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างแรง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความสิ้นหวัง เขาแพ้แล้ว แพ้อย่างราบคาบ พิมรดาไม่ได้โง่อย่างที่เขาคิด เธอรู้ทันแผนการของเขาทั้งหมด และเธอเลือกที่จะเดินจากไปอย่างเด็ดขาด แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือ เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? ใครคือคนที่เปิดเผยแผนการของเขา? หรือว่า... ความผิดพลาดมันอยู่ที่ตัวเขาเอง? เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาคิดถึงแต่เรื่องนี้ ครุ่นคิดถึงทุกความเป็นไปได้ แต่ก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดว่าการกระทำของเขาจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของพิมรดามากขนาดนี้ เขาเห็นแก่ตัวเกินไป เขาหลงระเริงอยู่กับชัยชนะที่คาดว่าจะได้รับ จนลืมไปว่าเขากำลังทำร้ายหัวใจของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ตอนนี้เขาไม่เหลืออะไรแล้ว อำนาจ ชื่อเสียง เงินทองที่เขาเคยมี มันดูไร้ค่าไปเสียหมด เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้สูญเสียไป เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาเหม่อลอยไปยังเพดาน เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า... เขาได้ทำลายทุกอย่างลงด้วยน้ำมือของตัวเอง แสงแดดที่เคยสาดส่องเข้ามาในห้องทำงาน ดูเหมือนจะยิ่งทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างมากขึ้นไปอีก เขาได้เรียนรู้บทเรียนที่แสนแพง บทเรียนที่เขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต

4,388 ตัวอักษร