ตอนที่ 2 — คำพูดที่บาดลึกกับความรับผิดชอบที่ค้างคา
ธารินทร์มองมินตราด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขาเห็นความพยายามที่จะยิ้มของเธอ ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาที่พยายามไม่แสดงออก ลมหายใจของเขาผ่อนออกช้าๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบขึ้น แต่ก็แฝงความเย็นชาที่มินตราไม่คุ้นเคย
"ผมว่าเรื่องบริษัท เราคุยกันไปจนถึงที่สุดแล้วนะ มินตรา" ธารินทร์เอ่ย "ผมเป็นคนพูดตรงๆ เสมอ และคุณก็รู้ว่าผมหมายถึงอะไร"
มินตราเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร เขากำลังพูดถึง 'ความสัมพันธ์' ของพวกเขา ไม่ใช่แค่ 'บริษัท' แต่เธอก็ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องที่ค้างคาไปได้ง่ายๆ
"แต่เรายังต้องทำเรื่องเอกสารการโอนหุ้นให้เรียบร้อยนะคะ" มินตราพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ "ตามที่ตกลงกันไว้"
ธารินทร์ยกมือขึ้นกอดอก มองออกไปนอกหน้าต่างที่สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย "ผมรู้" เขาตอบสั้นๆ "ผมจะจัดการให้"
"แล้ว... แล้วเรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้ล่ะคะ" มินตราเอ่ยถามอย่างมีความหวังอีกครั้ง "เรื่องแผนธุรกิจในอนาคต..."
"ผมไม่มีเวลาสำหรับแผนธุรกิจในอนาคตกับคุณแล้ว มินตรา" ธารินทร์พูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาชัดเจนและหนักแน่น จนมินตราต้องชะงัก "ผมกำลังจะเดินหน้าต่อไปในเส้นทางของผม ซึ่งมันไม่รวมคุณอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจมินตรา เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วร่าง ราวกับสายฝนเมื่อครู่ที่กัดกินความอบอุ่นจากผิวหนัง เธอเคยคิดว่าเขาจะยังคงมีความผูกพันกับสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าความผูกพันนั้น จะมีค่าเท่ากับเศษกระดาษที่ถูกทิ้งขว้าง
"เข้าใจค่ะ" มินตราตอบเสียงแหบพร่า เธอพยายามยิ้ม แต่ริมฝีปากสั่นน้อยๆ "ฉันขอโทษที่รบกวนเวลาของคุณนะคะ"
เธอรีบลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าถือไว้แน่นราวกับจะยึดเหนี่ยวตัวเองไว้ไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น
ธารินทร์มองตามเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก "คุณแน่ใจนะว่าอยากให้ผมจัดการเรื่องหุ้นทั้งหมด"
มินตราหยุดชะงัก หันกลับไปมองเขา เธอเห็นแววตาที่เหมือนจะมีความคาดหวังบางอย่างซ่อนอยู่ แต่เธอก็ไม่อาจเข้าใจได้
"ใช่ค่ะ" มินตราตอบเสียงหนักแน่น "ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณค่ะ"
เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป บางทีอาจเป็นเพราะส่วนลึกในใจของเธอยังคงหวังว่าเขาจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่พวกเขาสร้างมา หรือบางทีอาจเป็นเพราะเธออยากให้เขาจากไปอย่างสง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ครับ" ธารินทร์พยักหน้าเบาๆ "ถ้าอย่างนั้น ผมจะติดต่ออรุณจัดการเรื่องเอกสารให้เร็วที่สุด"
มินตราพยักหน้ารับอีกครั้ง เธอหมุนตัวเดินออกจากร้านไปทันที โดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
เสียงประตูร้านกาแฟเปิดออก ตามด้วยเสียงฝนที่ดังเข้ามาในโสตประสาทชัดเจนขึ้น มินตราก้าวลงไปในสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นกว่าเดิม น้ำฝนเย็นเฉียบกระทบใบหน้าเธอ ราวกับจะช่วยชะล้างหยดน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า
เธอเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ข้างทาง ทิ้งภาพของชายคนที่เคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง พร้อมกับความรู้สึกที่แตกสลาย
ภายในรถแท็กซี่ที่อบอุ่นกว่าอากาศข้างนอก มินตรายังคงนั่งนิ่ง ปล่อยให้สายฝนพรำภายนอกเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงได้จบลงแบบนี้ ความรักที่เคยหวานชื่น ความฝันที่เคยร่วมกันสร้าง วันที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และเสียงพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจ ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า และคำพูดที่บาดลึก
"บ้านค่ะ" มินตราบอกคนขับรถเสียงเบา
ตลอดทางกลับบ้าน มินตรามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพผู้คนรีบเร่งหลบฝน ความรู้สึกโดดเดี่ยวค่อยๆ เกาะกุมหัวใจ เธอเคยคิดว่าการพบกันอีกครั้งในวันนี้ อาจจะเป็นโอกาสที่จะได้ทบทวน หรืออาจจะมีความหวังบางอย่างหลงเหลืออยู่ แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นการย้ำเตือนถึงความจริงที่เจ็บปวด
เมื่อรถแท็กซี่จอดลงหน้าคอนโดมิเนียมของเธอ มินตราจ่ายค่าโดยสารแล้วรีบก้าวลงจากรถ เธอเดินเข้าไปในล็อบบี้อย่างรวดเร็ว ราวกับจะหนีจากอะไรบางอย่าง
เธอขึ้นลิฟต์มายังชั้นที่พักของเธอ เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ในลิฟต์เป็นเพลงโปรดของเธอและธารินทร์ในสมัยก่อน ยิ่งทำให้ความทรงจำยิ่งถาโถมเข้ามา
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก มินตราก้าวเดินไปตามทางเดิน เธอเหลือบไปเห็นข้อความที่แปะอยู่บนประตูห้องของเธอ
'มีเอกสารด่วนรอเซ็นค่ะ รบกวนติดต่อกลับค่ะ - อรุณ'
มินตราถอนหายใจยาว เธอเดินเข้าไปในห้อง เก็บกระเป๋าไว้ที่เดิมแล้วเดินตรงไปยังห้องครัว เธอเปิดตู้เย็น หยิบน้ำเปล่าออกมาดื่ม
เธอรู้ว่าอรุณกำลังพยายามช่วยเธอเต็มที่ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ อะไรๆ ก็ดูจะยากไปหมด
เธอเดินไปนั่งที่โซฟา มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองกรุงเทพฯ ที่ยังคงสว่างไสว แม้ว่าข้างนอกจะเต็มไปด้วยสายฝน
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูรูปภาพในอัลบั้ม รูปของเธอกับธารินทร์ในวันเก่าๆ ใบหน้าของเขาที่ยิ้มกว้าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุข
ภาพเหล่านั้นมันยังคงชัดเจน ไม่เคยจางหายไปไหน
มินตราหลับตาลง พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น
เธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป การที่จะต้องจัดการเรื่องหุ้นให้เสร็จสิ้น โดยที่เขาเป็นคนเดียวที่เข้ามาเสนอตัวจัดการทุกอย่าง มันทำให้เธอรู้สึกสับสน
ในขณะที่ใจหนึ่งก็อยากจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แต่อีกใจหนึ่งก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่ผูกพันกับเขาและธุรกิจที่พวกเขาสร้างขึ้นมา
เธอคิดถึงคำพูดของธารินทร์ที่ว่า "ผมกำลังจะเดินหน้าต่อไปในเส้นทางของผม ซึ่งมันไม่รวมคุณอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นมันชัดเจน และตรงไปตรงมา แต่ทำไมมันถึงได้ทำให้ใจเธอเจ็บปวดขนาดนี้
เธอนึกถึงวันที่ธารินทร์เคยบอกเธอว่า "เราจะสร้างร้านกาแฟที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ด้วยกันนะ มินตรา"
วันนั้น... มันเป็นวันที่เต็มไปด้วยความหวัง และความเชื่อมั่นในความรักของพวกเขา
แต่ตอนนี้... ความหวังนั้นมันได้จางหายไปกับสายฝนแล้ว
มินตราลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอเปิดลิ้นชัก หยิบเอกสารเก่าๆ ขึ้นมาดู มันคือแผนธุรกิจฉบับแรกที่เธอและธารินทร์ช่วยกันร่างขึ้นมา
เธอไล้นิ้วไปตามตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือของเขา และลายมือของเธอเอง
"ฉันยังรักเขาอยู่จริงๆ หรือเปล่า" มินตราพึมพำกับตัวเอง
คำตอบที่ดังขึ้นในใจของเธอ... คือใช่
เธอรักเขา... และความรู้สึกนั้นมันไม่เคยเลือนหายไปไหน
แม้ว่าเขาจะเดินหน้าต่อไปแล้วก็ตาม
มินตราวางเอกสารลง เธอตัดสินใจว่าเธอต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดก็ตาม
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเลื่อนหานามบัตรของอรุณ
"อรุณคะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด "ดิฉันอยากจะขอคุยรายละเอียดเรื่องการโอนหุ้นกับคุณธามอีกครั้งค่ะ"
เสียงของอรุณตอบกลับมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "ได้เลยค่ะคุณมินตรา ไม่ทราบว่าสะดวกวันไหนคะ"
"พรุ่งนี้ค่ะ" มินตราตอบ "ที่ร้านกาแฟของเราตอนบ่ายโมงค่ะ"
เธอวางสายโทรศัพท์ลง เธอรู้ว่านี่อาจจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายของเธอกับธารินทร์ในฐานะเจ้าของธุรกิจร่วมกัน
และบางที... มันอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเธอที่จะได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงอย่างแท้จริง
มินตราเดินไปที่หน้าต่างอีกครั้ง มองออกไปเห็นหยดน้ำฝนที่ยังคงเกาะอยู่บนกระจก
เธอหวังว่า... พรุ่งนี้ฟ้าจะสดใส
และหวังว่า... หัวใจของเธอเอง ก็จะสามารถกลับมาสดใสได้อีกครั้งเช่นกัน
5,992 ตัวอักษร