คนที่ฉันยังรัก

ตอนที่ 2 / 36

ตอนที่ 2 — คำพูดที่บาดลึกกับความรับผิดชอบที่ค้างคา

ธารินทร์มองมินตราด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขาเห็นความพยายามที่จะยิ้มของเธอ ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาที่พยายามไม่แสดงออก ลมหายใจของเขาผ่อนออกช้าๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบขึ้น แต่ก็แฝงความเย็นชาที่มินตราไม่คุ้นเคย "ผมว่าเรื่องบริษัท เราคุยกันไปจนถึงที่สุดแล้วนะ มินตรา" ธารินทร์เอ่ย "ผมเป็นคนพูดตรงๆ เสมอ และคุณก็รู้ว่าผมหมายถึงอะไร" มินตราเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร เขากำลังพูดถึง 'ความสัมพันธ์' ของพวกเขา ไม่ใช่แค่ 'บริษัท' แต่เธอก็ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องที่ค้างคาไปได้ง่ายๆ "แต่เรายังต้องทำเรื่องเอกสารการโอนหุ้นให้เรียบร้อยนะคะ" มินตราพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ "ตามที่ตกลงกันไว้" ธารินทร์ยกมือขึ้นกอดอก มองออกไปนอกหน้าต่างที่สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย "ผมรู้" เขาตอบสั้นๆ "ผมจะจัดการให้" "แล้ว... แล้วเรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้ล่ะคะ" มินตราเอ่ยถามอย่างมีความหวังอีกครั้ง "เรื่องแผนธุรกิจในอนาคต..." "ผมไม่มีเวลาสำหรับแผนธุรกิจในอนาคตกับคุณแล้ว มินตรา" ธารินทร์พูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาชัดเจนและหนักแน่น จนมินตราต้องชะงัก "ผมกำลังจะเดินหน้าต่อไปในเส้นทางของผม ซึ่งมันไม่รวมคุณอีกต่อไปแล้ว" คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจมินตรา เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วร่าง ราวกับสายฝนเมื่อครู่ที่กัดกินความอบอุ่นจากผิวหนัง เธอเคยคิดว่าเขาจะยังคงมีความผูกพันกับสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าความผูกพันนั้น จะมีค่าเท่ากับเศษกระดาษที่ถูกทิ้งขว้าง "เข้าใจค่ะ" มินตราตอบเสียงแหบพร่า เธอพยายามยิ้ม แต่ริมฝีปากสั่นน้อยๆ "ฉันขอโทษที่รบกวนเวลาของคุณนะคะ" เธอรีบลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าถือไว้แน่นราวกับจะยึดเหนี่ยวตัวเองไว้ไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น ธารินทร์มองตามเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก "คุณแน่ใจนะว่าอยากให้ผมจัดการเรื่องหุ้นทั้งหมด" มินตราหยุดชะงัก หันกลับไปมองเขา เธอเห็นแววตาที่เหมือนจะมีความคาดหวังบางอย่างซ่อนอยู่ แต่เธอก็ไม่อาจเข้าใจได้ "ใช่ค่ะ" มินตราตอบเสียงหนักแน่น "ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณค่ะ" เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป บางทีอาจเป็นเพราะส่วนลึกในใจของเธอยังคงหวังว่าเขาจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่พวกเขาสร้างมา หรือบางทีอาจเป็นเพราะเธออยากให้เขาจากไปอย่างสง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ครับ" ธารินทร์พยักหน้าเบาๆ "ถ้าอย่างนั้น ผมจะติดต่ออรุณจัดการเรื่องเอกสารให้เร็วที่สุด" มินตราพยักหน้ารับอีกครั้ง เธอหมุนตัวเดินออกจากร้านไปทันที โดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง เสียงประตูร้านกาแฟเปิดออก ตามด้วยเสียงฝนที่ดังเข้ามาในโสตประสาทชัดเจนขึ้น มินตราก้าวลงไปในสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นกว่าเดิม น้ำฝนเย็นเฉียบกระทบใบหน้าเธอ ราวกับจะช่วยชะล้างหยดน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า เธอเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ข้างทาง ทิ้งภาพของชายคนที่เคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง พร้อมกับความรู้สึกที่แตกสลาย ภายในรถแท็กซี่ที่อบอุ่นกว่าอากาศข้างนอก มินตรายังคงนั่งนิ่ง ปล่อยให้สายฝนพรำภายนอกเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงได้จบลงแบบนี้ ความรักที่เคยหวานชื่น ความฝันที่เคยร่วมกันสร้าง วันที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และเสียงพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจ ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า และคำพูดที่บาดลึก "บ้านค่ะ" มินตราบอกคนขับรถเสียงเบา ตลอดทางกลับบ้าน มินตรามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพผู้คนรีบเร่งหลบฝน ความรู้สึกโดดเดี่ยวค่อยๆ เกาะกุมหัวใจ เธอเคยคิดว่าการพบกันอีกครั้งในวันนี้ อาจจะเป็นโอกาสที่จะได้ทบทวน หรืออาจจะมีความหวังบางอย่างหลงเหลืออยู่ แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นการย้ำเตือนถึงความจริงที่เจ็บปวด เมื่อรถแท็กซี่จอดลงหน้าคอนโดมิเนียมของเธอ มินตราจ่ายค่าโดยสารแล้วรีบก้าวลงจากรถ เธอเดินเข้าไปในล็อบบี้อย่างรวดเร็ว ราวกับจะหนีจากอะไรบางอย่าง เธอขึ้นลิฟต์มายังชั้นที่พักของเธอ เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ในลิฟต์เป็นเพลงโปรดของเธอและธารินทร์ในสมัยก่อน ยิ่งทำให้ความทรงจำยิ่งถาโถมเข้ามา เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก มินตราก้าวเดินไปตามทางเดิน เธอเหลือบไปเห็นข้อความที่แปะอยู่บนประตูห้องของเธอ 'มีเอกสารด่วนรอเซ็นค่ะ รบกวนติดต่อกลับค่ะ - อรุณ' มินตราถอนหายใจยาว เธอเดินเข้าไปในห้อง เก็บกระเป๋าไว้ที่เดิมแล้วเดินตรงไปยังห้องครัว เธอเปิดตู้เย็น หยิบน้ำเปล่าออกมาดื่ม เธอรู้ว่าอรุณกำลังพยายามช่วยเธอเต็มที่ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ อะไรๆ ก็ดูจะยากไปหมด เธอเดินไปนั่งที่โซฟา มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองกรุงเทพฯ ที่ยังคงสว่างไสว แม้ว่าข้างนอกจะเต็มไปด้วยสายฝน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูรูปภาพในอัลบั้ม รูปของเธอกับธารินทร์ในวันเก่าๆ ใบหน้าของเขาที่ยิ้มกว้าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุข ภาพเหล่านั้นมันยังคงชัดเจน ไม่เคยจางหายไปไหน มินตราหลับตาลง พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น เธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป การที่จะต้องจัดการเรื่องหุ้นให้เสร็จสิ้น โดยที่เขาเป็นคนเดียวที่เข้ามาเสนอตัวจัดการทุกอย่าง มันทำให้เธอรู้สึกสับสน ในขณะที่ใจหนึ่งก็อยากจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แต่อีกใจหนึ่งก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่ผูกพันกับเขาและธุรกิจที่พวกเขาสร้างขึ้นมา เธอคิดถึงคำพูดของธารินทร์ที่ว่า "ผมกำลังจะเดินหน้าต่อไปในเส้นทางของผม ซึ่งมันไม่รวมคุณอีกต่อไปแล้ว" คำพูดนั้นมันชัดเจน และตรงไปตรงมา แต่ทำไมมันถึงได้ทำให้ใจเธอเจ็บปวดขนาดนี้ เธอนึกถึงวันที่ธารินทร์เคยบอกเธอว่า "เราจะสร้างร้านกาแฟที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ด้วยกันนะ มินตรา" วันนั้น... มันเป็นวันที่เต็มไปด้วยความหวัง และความเชื่อมั่นในความรักของพวกเขา แต่ตอนนี้... ความหวังนั้นมันได้จางหายไปกับสายฝนแล้ว มินตราลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอเปิดลิ้นชัก หยิบเอกสารเก่าๆ ขึ้นมาดู มันคือแผนธุรกิจฉบับแรกที่เธอและธารินทร์ช่วยกันร่างขึ้นมา เธอไล้นิ้วไปตามตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือของเขา และลายมือของเธอเอง "ฉันยังรักเขาอยู่จริงๆ หรือเปล่า" มินตราพึมพำกับตัวเอง คำตอบที่ดังขึ้นในใจของเธอ... คือใช่ เธอรักเขา... และความรู้สึกนั้นมันไม่เคยเลือนหายไปไหน แม้ว่าเขาจะเดินหน้าต่อไปแล้วก็ตาม มินตราวางเอกสารลง เธอตัดสินใจว่าเธอต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดก็ตาม เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเลื่อนหานามบัตรของอรุณ "อรุณคะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด "ดิฉันอยากจะขอคุยรายละเอียดเรื่องการโอนหุ้นกับคุณธามอีกครั้งค่ะ" เสียงของอรุณตอบกลับมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "ได้เลยค่ะคุณมินตรา ไม่ทราบว่าสะดวกวันไหนคะ" "พรุ่งนี้ค่ะ" มินตราตอบ "ที่ร้านกาแฟของเราตอนบ่ายโมงค่ะ" เธอวางสายโทรศัพท์ลง เธอรู้ว่านี่อาจจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายของเธอกับธารินทร์ในฐานะเจ้าของธุรกิจร่วมกัน และบางที... มันอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเธอที่จะได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงอย่างแท้จริง มินตราเดินไปที่หน้าต่างอีกครั้ง มองออกไปเห็นหยดน้ำฝนที่ยังคงเกาะอยู่บนกระจก เธอหวังว่า... พรุ่งนี้ฟ้าจะสดใส และหวังว่า... หัวใจของเธอเอง ก็จะสามารถกลับมาสดใสได้อีกครั้งเช่นกัน

5,992 ตัวอักษร