ตอนที่ 10 — ความทรงจำที่ถูกปลุก
อรุณรัศมีนั่งลงบนเตียงเก่าๆ ในห้องพักของเธอ แสงแดดยามบ่ายสาดลอดผ่านม่านลูกไม้บางๆ ลงมากระทบกับสมุดบันทึกเล่มหนาที่เธอเพิ่งหยิบออกมาจากใต้ที่นอน มือเรียวค่อยๆ ลูบไปตามปกหนังสีเข้มที่ซีดจางไปตามกาลเวลา กลิ่นอายของกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก ราวกับจะปลุกความทรงจำที่หลับใหลมานานให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอเปิดสมุดออกอย่างแผ่วเบา หน้าแรกเต็มไปด้วยลายมือที่เคยบรรจงเขียนด้วยความรักและความหวัง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวอักษรเหล่านั้นกลับดูบิดเบี้ยวและแหลมคม ราวกับจะสะท้อนความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใน
"แสงดาว... ร้านกาแฟที่ฉันรัก" เธอพึมพำเสียงเบา มือลูบไล้ไปตามตัวอักษรที่เขียนไว้ ชื่อร้านที่เธอตั้งขึ้นด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความฝัน ความหวังที่อยากจะสร้างสถานที่ที่อบอุ่นและเป็นที่พักใจให้กับผู้คน แต่ในขณะเดียวกัน ชื่อนี้กลับผูกติดอยู่กับภาพของใครบางคน ภาพของศิวกร ดวงตาของเธอฉายแววสับสนและเจ็บปวด
เธอพลิกหน้ากระดาษต่อไป ภาพถ่ายใบเล็กๆ สีซีเปียหลุดร่วงลงมาจากหน้ากระดาษ มือของเธอคว้ามันไว้ได้ทันก่อนที่มันจะลอยไปตามลม ภาพนั้นเป็นภาพของเธอในวัยสาว ยิ้มร่าเริงยืนอยู่หน้าร้านกาแฟเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ด้านหลังของภาพมีลายมือหวัดๆ เขียนว่า ‘แสงดาว - ความฝันของฉัน’ และอีกด้านหนึ่งของภาพ มีลายเซ็นที่คุ้นเคย “ขอบคุณสำหรับกาแฟแก้วนั้นนะ อรุณ” ลายเซ็นของศิวกร
น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า เธอจำได้ดี วันที่เขาเข้ามาในร้านครั้งแรก วันที่เขาเป็นเหมือนแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดในชีวิตของเธอ เขากินกาแฟที่เธอชงด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น และชมเชยรสชาติกาแฟของเธออย่างจริงใจ วันนั้นเป็นวันที่เธอรู้สึกว่าความฝันของเธอเริ่มเป็นจริง
“อรุณ… เธออยู่ที่นี่เอง” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้อรุณรัศมีสะดุ้งตกใจ เธอรีบเก็บภาพถ่ายและสมุดบันทึกใส่กระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณศิวกร…” เธอเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
ศิวกรเดินเข้ามาใกล้ ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาของเขามองสำรวจเธออย่างละเอียด แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครั้งก่อน คราวนี้กลับฉายแววบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก “ฉันเห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว นึกว่าเธอคงอยากจะอยู่เงียบๆ”
“เปล่าค่ะ ฉัน… แค่กำลังดูของเก่าๆ อยู่” เธอตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“ของเก่าๆ ที่ทำให้เธอคิดถึงใครคนหนึ่งอยู่หรือเปล่า?” ศิวกรถาม ดวงตาของเขาสบกับดวงตาของเธออย่างท้าทาย “หรือกำลังคิดถึงร้านกาแฟ ‘แสงดาว’ อยู่?”
อรุณรัศมีหัวใจเต้นแรงขึ้นไปอีก เขาถามถึงร้านกาแฟอย่างเจาะจงเกินไป เธอไม่อยากตอบคำถามนี้ ไม่อยากให้เขาเข้ามาในโลกส่วนตัวของเธออีก “ไม่ค่ะ ฉันแค่… ระลึกถึงความหลังเฉยๆ”
“ความหลังที่สวยงาม หรือความหลังที่เจ็บปวด?” ศิวกรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย เสียงของเขาแผ่วเบาลง แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง “บางที ความหลังก็เหมือนเงา ที่เราไม่สามารถหนีมันไปได้ตลอดหรอกนะอรุณ”
“คุณศิวกร… คุณรู้เรื่องของฉันมากแค่ไหนกันแน่คะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มฉุนเฉียว เธอรู้สึกเหมือนถูกคุกคาม ถูกรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่เธอพยายามปกป้องมาตลอด
“ฉันรู้แค่ว่า… ใบหน้าของเธอ ทำให้ฉันนึกถึงใครบางคน ที่สำคัญมากในชีวิตของฉัน” ศิวกรตอบ สายตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ “และฉันก็รู้สึก… คุ้นเคยกับรอยยิ้มของเธอ”
“ความรู้สึกคุ้นเคยของคุณ… มันอาจจะเป็นแค่ความบังเอิญก็ได้ค่ะ” เธอพยายามปัดความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ
“ความบังเอิญที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้… เธอคิดว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญจริงๆ หรือ?” ศิวกรยิ้มมุมปากเล็กน้อย “หรือไม่… มันอาจจะเป็นโชคชะตา ที่นำพาเรามาเจอกันอีกครั้ง”
“คุณศิวกรคะ ฉัน… ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด” อรุณรัศมียืนขึ้น เธอต้องการที่จะหลีกหนีจากสถานการณ์นี้ “ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
เธอก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ศิวกรยืนมองตามหลังเธอไป ดวงตาของเขายังคงฉายแววครุ่นคิด ราวกับว่าเขากำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างที่หายไป
อรุณรัศมีเดินออกมาจากร้านกาแฟเล็กๆ ของคุณป้าสมร เธอสูดอากาศบริสุทธิ์ของเชียงใหม่เข้าไปลึกๆ พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับศิวกรออกไปจากหัว แต่ยิ่งเธอพยายามมากเท่าไหร่ ภาพของเขาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นในความคิด
“เขาจะรู้ไปถึงไหนกันนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง “เขาจะจำฉันได้ไหม… หรือจำแค่ใครบางคนที่เหมือนฉัน”
เธอเดินไปตามทางเดินเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ยิ่งเดินลึกเข้าไปในสวน เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ โลกที่ไร้ซึ่งความกังวล โลกที่เต็มไปด้วยความสงบ
“อรุณ… มานี่สิ” เสียงของคุณป้าสมรดังขึ้นจากมุมหนึ่งของสวน
อรุณรัศมีหันไปมอง เห็นคุณป้าสมรกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นลำไย มองเห็นเธอด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น เธอเดินเข้าไปหา
“เป็นอะไรไปล่ะลูก ดูเหม่อเชียว” คุณป้าสมรถาม เมื่อเห็นแววตาที่สับสนของอรุณรัศมี
“เปล่าค่ะป้า แค่คิดอะไรเพลินๆ” เธอตอบ พยายามยิ้มให้คุณป้า
“ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ป้าฟังได้นะ” คุณป้าสมรบอก “ป้าถือว่าเราเป็นหลานคนหนึ่ง”
อรุณรัศมีมองเข้าไปในดวงตาของคุณป้า รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะป้า”
“ว่าแต่… เมื่อกี้ใครมาหาเหรอ? เห็นยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง” คุณป้าสมรถาม
อรุณรัศมีชะงักไปเล็กน้อย “เอ่อ… เป็นลูกค้าค่ะป้า เขาแค่มาถามทาง” เธอโกหก
คุณป้าสมรมองเธออย่างจับผิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ “ถ้าอย่างนั้น ไปช่วยป้าเก็บมะม่วงกันดีกว่า มะม่วงใกล้จะสุกเต็มที่แล้ว”
อรุณรัศมีพยักหน้า แล้วเดินไปช่วยคุณป้าสมรเก็บมะม่วง การได้ทำงานในสวน ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แต่ถึงอย่างนั้น ภาพของศิวกร และคำถามที่เขาถาม ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอไม่หายไป
4,547 ตัวอักษร