ตอนที่ 29 — พินัยกรรมที่ถูกซ่อน
อรุณรัศมีเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอตัดสินใจที่จะไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้น บ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย เธอไปพักที่คอนโดของลดาชั่วคราว “นี่เธอจะอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ” ลดาถามขณะช่วยอรุณรัศมีขนของ “ฉันยังไม่รู้ว่าจะไปไหน” อรุณรัศมีตอบ “แต่ฉันไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้นตอนนี้” “เข้าใจ” ลดาพยักหน้า “เธออยากจะทำอะไรบอกฉันได้เลยนะ” “ฉันอยากจะ... ฉันอยากจะจัดการเรื่องของแม่” อรุณรัศมีกล่าว “แต่ฉันไม่รู้จะเริ่มตรงไหน” “เรื่องพินัยกรรมของแม่เธอ” ลดาบอก “ฉันมีข้อมูลบางอย่าง” “พินัยกรรม?” อรุณรัศมีเลิกคิ้ว “ใช่” ลดาอธิบาย “แม่เธอฝากพินัยกรรมไว้กับทนายความคนหนึ่ง” “แล้วทำไมฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย” “เพราะวิชัยเป็นคนจัดการทุกอย่างหลังจากแม่เธอเสียชีวิต” ลดาตอบ “เขาซ่อนพินัยกรรมนี้ไว้” “เขาซ่อนไว้ทำไม” “เพราะในพินัยกรรมนั้น มีการกล่าวถึงบางอย่างที่เกี่ยวกับเขา” ลดาคาดเดา “บางทีอาจจะเป็นหลักฐานที่แม่เธอทิ้งไว้” อรุณรัศมีรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในความคิด “ฉันจำได้” เธออุทาน “ตอนเด็กๆ ฉันเคยเห็นแม่เขียนอะไรบางอย่างไว้ในสมุดเล่มเล็กๆ” “สมุดเล่มเล็ก?” ลดาถาม “ใช่” อรุณรัศมีพยายามนึก “มันเป็นสมุดปกสีน้ำตาล แม่ฉันชอบเขียนอะไรลงไป” “เธอจำได้ไหมว่าสมุดเล่มนั้นอยู่ที่ไหน” ลดาถามอย่างตื่นเต้น “ฉันไม่รู้” อรุณรัศมีส่ายหน้า “ฉันคิดว่ามันคงหายไปแล้ว” “ไม่แน่” ลดาบอก “บางทีทนายความคนนั้นอาจจะเก็บไว้” “เราต้องไปหาทนายคนนั้น” อรุณรัศมีตัดสินใจ “ฉันต้องรู้ความจริงทั้งหมด”
ทั้งสองคนเดินทางไปหาทนายความที่ลดาเคยติดต่อไว้ ชายชราในวัยเก้าสิบปีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร เขาจำอรุณรัศมีได้ทันที
“คุณหนูอรุณรัศมี” ทนายความกล่าว “ผมรอคุณมานานแล้ว” “ท่านทนายคะ” อรุณรัศมีกล่าว “ดิฉันมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับพินัยกรรมของแม่ค่ะ” “ผมทราบดี” ทนายความยิ้มบางๆ “แต่ก่อนอื่น ผมขอเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อน” เขาเริ่มเล่าว่า หลังจากแม่ของอรุณรัศมีเสียชีวิต วิชัยได้เข้ามาติดต่อเขาเพื่อขอจัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมด เขาอ้างว่าเป็นผู้จัดการมรดกที่แม่ของอรุณรัศมีแต่งตั้งไว้
“แต่ผมรู้ว่านั่นไม่จริง” ทนายความกล่าว “ผมจึงเก็บพินัยกรรมฉบับจริงไว้ และรอดูโอกาสที่จะส่งมอบให้คุณ” “แล้ว... แล้วสมุดเล่มนั้นล่ะคะ” อรุณรัศมีถาม “สมุดปกสีน้ำตาลที่คุณแม่ของคุณเขียนไว้” “อ้อ” ทนายความยิ้ม “ผมก็เก็บมันไว้เหมือนกัน” เขาเปิดลิ้นชักและหยิบสมุดเล่มเล็กๆ ออกมา มอบให้กับอรุณรัศมี
อรุณรัศมีรับสมุดมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอเปิดอ่านบันทึกของแม่ทีละหน้า น้ำตาไหลรินลงมา “แม่จ๋า” เธอพึมพำ
ในบันทึกนั้น แม่ของเธอได้เล่าถึงความสัมพันธ์ที่เธอมีกับวิชัย ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการถูกหลอกลวงและจบลงด้วยการถูกกดขี่ แม่ยังได้เขียนถึงแผนการของวิชัยที่จะครอบครองบริษัทของครอบครัว และวิธีการที่เขาพยายามกีดกันไม่ให้เธอติดต่อกับลูกสาว
“แม่ขอโทษนะลูก” มีข้อความหนึ่งเขียนไว้ “ที่แม่ไม่สามารถปกป้องหนูได้ แม่ถูกวิชัยบังคับและข่มขู่ แม่เสียใจที่ต้องทำแบบนี้กับหนู”
แม่ยังได้เขียนถึงความรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งเมฆไว้ให้เผชิญหน้ากับวิชัยเพียงลำพัง
“แม่รู้ว่าเมฆรักเรามาก” ข้อความนั้นกล่าวต่อ “เขาพยายามปกป้องเรา แต่เขาก็ยังเด็กเกินไป แม่ขอให้เมฆให้อภัยแม่ด้วยนะ”
ในตอนท้ายของบันทึก แม่ได้เขียนถึงพินัยกรรม ซึ่งเป็นเอกสารที่เธอได้เตรียมไว้เพื่อมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับอรุณรัศมี และได้ระบุถึงความไม่ไว้วางใจที่มีต่อวิชัย พร้อมทั้งมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการแทน
“แม่รักหนูนะลูก” เป็นประโยคสุดท้ายที่อรุณรัศมีอ่านเจอ
อรุณรัศมีกอดสมุดเล่มนั้นไว้แน่น เธอรู้สึกถึงความรัก ความเสียใจ และความกล้าหาญของแม่ น้ำตาของเธอหลั่งรินอย่างไม่อาจห้ามได้
“ขอบคุณค่ะท่านทนาย” อรุณรัศมีกล่าว “ขอบคุณที่เก็บเรื่องนี้ไว้ให้หนู” “ผมทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว” ทนายความยิ้ม “ตอนนี้ถึงตาคุณแล้ว ที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป”
อรุณรัศมีมองสมุดในมือเธอ รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่หลั่งไหลเข้ามาในตัวเธอ
“ฉันจะจัดการเรื่องนี้” อรุณรัศมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “ฉันจะเปิดโปงวิชัย และฉันจะทวงความยุติธรรมให้กับแม่”
ลดาเข้ามาสวมกอดเธอ “ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอ”
อรุณรัศมีพยักหน้า เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ถูกทอดทิ้งอีกต่อไป เธอคือลูกสาวของแม่ผู้กล้าหาญ และเธอจะสู้เพื่อแม่
“แล้วเมฆล่ะ” ลดาถาม “เธอจะทำยังไงกับเขา”
อรุณรัศมีถอนหายใจ “ฉันไม่รู้” เธอตอบ “แต่ฉันจะสู้เพื่อแม่ก่อน”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดเบอร์ของเมฆ
“เมฆ” เธอพูดเมื่อเขาต่อสาย “ฉันเจอพินัยกรรมของแม่แล้ว”
3,692 ตัวอักษร