ตอนที่ 5 — เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
หลังจากวันนั้น รินลดาก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ในคฤหาสน์หลังงาม เธอพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทั้งการดูแลตัวเอง การทำหน้าที่เหมือนเป็นเจ้าของบ้าน และการพยายามเอาใจคุณหญิงอรทัย ถึงแม้ว่าหญิงสูงวัยจะยังคงแสดงท่าทีไม่พอใจอยู่เสมอ แต่รินลดาก็พยายามอดทน
ภาคินเองก็สังเกตเห็นความตึงเครียดระหว่างมารดาและรินลดา เขาพยายามพูดคุยกับมารดาอยู่หลายครั้ง แต่คุณหญิงอรทัยก็ยังคงยืนกรานในความคิดของตัวเอง
“แม่ครับ ทำไมแม่ถึงไม่ลองเปิดใจให้รินลดาบ้างครับ” ภาคินถามมารดาขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน “รินลดาเป็นคนดีนะครับ”
“ดีตรงไหน” คุณหญิงอรทัยถามกลับ “เธอมาทำลายชีวิตลูกชายแม่ต่างหาก”
“แม่ครับ ผมรักรินลดาจริงๆ นะ” ภาคินกล่าวเสียงหนักแน่น “ผมอยากใช้ชีวิตอยู่กับเธอ”
“แล้วแม่ล่ะ” คุณหญิงอรทัยถาม “ลูกไม่สนใจแม่เลยใช่ไหม”
“ผมไม่ได้บอกว่าไม่สนใจครับแม่” ภาคินกล่าว “แต่ผมก็มีชีวิตของผม ผมมีคนที่ผมรัก”
“ถ้าอย่างนั้น แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูดกับลูกอีกแล้ว” คุณหญิงอรทัยวางช้อนส้อมลง “ลูกอยากจะเลือกใคร ก็เลือกไป แม่ไม่ขอเกี่ยว”
ภาคินมองตามมารดาที่เดินสะบัดหน้าออกไปจากโต๊ะอาหาร เขารู้สึกเหนื่อยใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาถึงได้ยึดติดกับความคิดเดิมๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
เมื่อภาคินเดินกลับมาที่ห้องนอน เขาก็พบว่ารินลดากำลังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
“เป็นอะไรไปครับ” ภาคินถามพลางเดินเข้าไปกอดเธอจากด้านหลัง
รินลดากอดตอบ “ไม่มีอะไรค่ะ แค่คิดถึงบ้าน”
“ไม่เป็นไรนะ” ภาคินกระชับอ้อมกอด “ต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของคุณแล้วนะ”
“แต่...” รินลดายังคงลังเล “คุณหญิงอรทัย... ท่านไม่ชอบดิฉันเลย”
“ผมรู้” ภาคินถอนหายใจ “ผมพยายามคุยกับท่านแล้ว แต่ท่านก็ยังคง... อย่างที่เห็น”
“ดิฉันเข้าใจค่ะ” รินลดากล่าว “บางที ดิฉันอาจจะยังไม่ดีพอสำหรับภาคินจริงๆ ก็ได้”
“อย่าพูดแบบนั้นนะ” ภาคินหันมารับหน้าเธอ “คุณดีพอเสมอสำหรับผม” เขาโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเธอ “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องคุณแม่นะ ปล่อยให้ผมจัดการเอง”
“แล้วถ้า... ถ้าคุณหญิงไม่ยอมรับดิฉันจริงๆ ล่ะคะ” รินลดากล่าวเสียงสั่น “คุณภาคินจะทำยังไง”
ภาคินมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน” เขาจับมือเธอขึ้นมาจุมพิต “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาพรากคุณไปจากผมเด็ดขาด”
คำพูดของภาคินทำให้รินลดารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็ยังมีความกังวลอยู่ไม่น้อย เธอยังคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนตัวตลกในละครฉากใหญ่ ที่กำลังถูกบีบบังคับให้แสดงบทบาทที่ไม่ใช่ตัวเอง
วันเวลาผ่านไป รินลดาก็เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตในคฤหาสน์ เธอเริ่มทำความรู้จักกับแม่บ้านคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะให้ความเป็นมิตรมากกว่าคุณหญิงอรทัย เธอพยายามเรียนรู้มารยาทและธรรมเนียมต่างๆ ของตระกูลพิพัฒนกุล แต่ก็ยังคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกอยู่เสมอ
วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเดินสำรวจสวนหลังบ้านที่สวยงาม เธอก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“คุณหญิงครับ เรื่องของคุณรินลดา... ผมว่าเราต้องคุยกันให้ชัดเจน” เป็นเสียงของภาคิน
“จะคุยอะไรกันนักกันหนา” คุณหญิงอรทัยตอบเสียงห้วน “ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าฉันไม่ยอมรับยัยเด็กนั่น”
“แม่ครับ รินลดาเป็นคนที่ผมรัก” ภาคินกล่าวเสียงเข้ม “ผมจะแต่งงานกับเธอแน่นอน”
“ถ้าแกกล้าแต่งงานกับเธอ แม่จะตัดแกออกจากกองมรดก” คุณหญิงอรทัยขู่
“แม่ครับ นี่มันปีไหนแล้วครับ แม่ยังจะใช้วิธีแบบนี้อยู่หรือครับ” ภาคินกล่าวอย่างไม่พอใจ “ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะครับ”
“แกก็พิสูจน์ให้แม่เห็นสิว่าแกไม่ใช่เด็กๆ” คุณหญิงอรทัยกล่าว “ถ้าแกเลือกรินลดา แม่ก็จะไม่ขอมีลูกชายคนนี้อีก”
รินลดารู้สึกใจหายวาบ เธอไม่คิดว่าภาคินจะต้องมาเจอกับแรงกดดันขนาดนี้ เธออยากจะวิ่งออกไปบอกภาคินว่าเธอจะยอมแพ้ แต่ก็ทำไม่ได้ เธอรู้ว่าภาคินรักเธอมากแค่ไหน
“ผมจะไม่ยอมให้แม่บังคับผมเด็ดขาด” ภาคินกล่าว “ผมจะแต่งงานกับรินลดา”
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญ” คุณหญิงอรทัยกล่าวเสียงเย็น “แม่จะรอให้แกมาขอโทษ”
รินลดารีบวิ่งกลับเข้าบ้านไป เธอรู้สึกผิดที่ทำให้ภาคินต้องมาเผชิญหน้ากับมารดาของเขาเพียงลำพัง
เมื่อภาคินกลับเข้ามาในห้องนอน รินลดาก็รีบเข้าไปหาเขา “ภาคินคะ...”
“ไม่ต้องพูดอะไรนะ” ภาคินกล่าว “ผมจัดการได้”
“แต่แม่ของคุณ...” รินลดายังคงกังวล
“แม่ผมก็คือแม่ผม” ภาคินกล่าว “ผมจะหาทางออกที่ดีที่สุด” เขาโอบกอดเธอไว้ “ไม่ต้องห่วงนะ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว”
รินลดากอดภาคินแน่น เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยในอ้อมกอดของเขา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ความรักของพวกเขานั้น จะสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ดูเหมือนจะใหญ่หลวงนี้ได้หรือไม่
3,665 ตัวอักษร