ตอนที่ 19 — ความจริงที่เจ็บปวดของมินตรา
ธามมองใบหน้าของมินตราอย่างพิจารณา เขาเห็นความหวาดหวั่นฉายชัดในดวงตาคู่นั้น แม้จะพยายามเก็บซ่อนไว้เพียงใดก็ตาม "ฉันรู้ว่ามันยากสำหรับเธอ แต่วันนี้เธอต้องรับรู้ความจริงทั้งหมด" ธามกล่าวเสียงเบา แต่หนักแน่น "เรื่องมันเริ่มจากคุณพ่อของฉันกับคุณ... คุณแม่ของเธอ"
มินตราเม้มปากแน่น เธอไม่ได้พูดอะไร แต่การสั่นน้อยๆ ของริมฝีปากบ่งบอกว่าเธอพร้อมจะฟัง พราวรุ้งยืนอยู่ข้างธาม สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ เธอกุมมือธามไว้เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ
"คุณพ่อของฉันกับแม่ของเธอ... ท่านทั้งสองมีความสัมพันธ์กันก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับแม่ของฉัน" ธามเริ่มเล่า เรื่องราวที่เขาเองก็เพิ่งจะล่วงรู้ไม่นานนัก "แต่ในตอนนั้น แม่ของเธอ... เธอตั้งครรภ์ แล้วคุณพ่อของฉันก็รู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบ แม่ของฉันเองก็รับรู้เรื่องนี้ แต่ด้วยความรักและความเสียสละ ท่านทั้งสองตัดสินใจที่จะเดินหน้าแต่งงานกัน โดยที่คุณแม่ของฉันรับที่จะเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกแท้ๆ"
มินตราเบิกตากว้าง เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย "หมายความว่า... ฉันเป็นลูกของคุณพ่อ...?" เสียงของเธอสั่นเครือ
ธามพยักหน้าช้าๆ "ใช่... เธอคือลูกสาวของท่าน แต่ในขณะเดียวกัน แม่ของฉันก็ตั้งครรภ์ฉันอยู่พอดี มันเป็นช่วงเวลาที่ซับซ้อนมาก"
"แล้ว... แล้วทำไมแม่ของฉันถึงไม่เคยบอกเรื่องนี้เลย?" มินตราถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความน้อยใจ เธอหันไปมองพราวรุ้งที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ราวกับต้องการคำอธิบายจากเธอ
พราวรุ้งส่ายหน้าเบาๆ "ฉันก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้เหมือนกันค่ะ" เธอตอบอย่างซื่อสัตย์ "ฉันรู้แค่ว่าคุณแม่ของฉันกับคุณ... พ่อของธาม... ท่านสนิทสนมกันมาก"
ธามถอนหายใจยาว "แม่ของเธอ... เธอเข้มแข็งมาก พราวรุ้ง เธอเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพื่อปกป้องทุกคน" เขาหันกลับไปหามินตรา "หลังจากเธอเกิดได้ไม่นาน แม่ของฉันก็เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ พ่อของฉันเสียใจมาก และเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อแม่ของเธอมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจที่จะดูแลเธอ และให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่เธอ เพื่อเป็นการชดเชย"
"ชดเชย?" มินตราหัวเราะเยาะออกมาอย่างขมขื่น "ชดเชยอะไรคะ? ชดเชยที่พรากพ่อไปจากฉัน หรือชดเชยที่ให้ชีวิตที่เต็มไปด้วยคำโกหกงั้นเหรอคะ?" เธอเริ่มมีน้ำตาคลอ "ฉันคิดมาตลอดว่าคุณพ่อของธาม... เขาใจดีกับฉันเสมอ เขาดูแลฉันเหมือนลูกสาวจริงๆ แต่ที่แท้จริงแล้ว... มันเป็นแค่การชดเชยเท่านั้นเอง"
"ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ มินตรา" ธามรีบแย้ง "พ่อของฉันรักเธอจริงๆ เขาผูกพันกับเธอมาก เขาเห็นเธอเติบโตมากับมือ และเขาก็ภูมิใจในตัวเธอมากเช่นกัน การที่เขาดูแลเธอ มันไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่มันคือความรักด้วย"
"แล้วทำไม... ทำไมถึงไม่บอกฉันสักคำ?" มินตราถามเสียงดังขึ้น เธอสะอื้นเล็กน้อย "ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องนี้ไม่ใช่เหรอคะ? ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าใครคือพ่อที่แท้จริงของฉัน!"
"มันซับซ้อนกว่านั้น มินตรา" ธามพยายามอธิบาย "หลังจากแม่ของเธอเสียชีวิตไป... พ่อของฉันก็พยายามจะติดต่อกับครอบครัวของเธอ เพื่อจะขอรับเธอมาดูแลอย่างเต็มตัว แต่... เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น"
มินตรามองธามอย่างคาดคั้น "เหตุการณ์อะไรคะ?"
"คุณ... คุณยายของเธอ" ธามกล่าวเสียงเบา "ท่านไม่ยอมให้เธอมาอยู่กับพ่อของฉัน ท่านอ้างว่าพ่อของฉันมีครอบครัวอยู่แล้ว และการที่เธอจะมาอยู่กับครอบครัวของเรา มันจะทำให้เธอเสียเปรียบ ท่านกลัวว่าเธอจะถูกมองว่าเป็นลูกนอกสมรส และจะได้รับความอับอาย ท่านจึงยืนกรานที่จะเลี้ยงดูเธอเอง และขอให้พ่อของฉันช่วยส่งเสียค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด"
มินตราเงียบไป เธอพยายามประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ธามกำลังบอกเล่า ภาพใบหน้าของคุณยายผู้เคร่งขรึม แววตาที่มักจะเต็มไปด้วยความห่วงใยแต่ก็มีความเด็ดขาดซ่อนอยู่ ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ
"คุณยาย..." มินตราพึมพำ "ท่านทำไปเพื่ออะไรคะ? เพื่อปกป้องฉันจริงๆ หรือ..."
"ฉันเชื่อว่าท่านทำไปด้วยความรักและความหวังดีนะ" ธามกล่าว "ท่านอาจจะมองว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะปกป้องเธอจากสังคม ในยุคนั้น การมีแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือการมีลูกนอกสมรส มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก"
"แต่... แต่ถ้าท่านบอกความจริงกับฉันตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องมาจมปลักอยู่กับความรู้สึก... ว่าฉันเป็นภาระ หรือเป็นส่วนเกินในครอบครัวของธาม" มินตราพูดเสียงสั่นเครือ น้ำตาที่คลอเริ่มไหลอาบแก้ม "ฉันคิดมาตลอดว่า... ฉันเป็นแค่ลูกของเพื่อนพ่อธาม ที่พ่อของธามต้องคอยช่วยเหลือ เพราะเห็นแก่ความหลังของคุณพ่อท่าน"
พราวรุ้งรู้สึกสงสารมินตราจับใจ เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ และวางมือลงบนไหล่ของมินตรา "มินตราคะ ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณนะคะ มันคงเจ็บปวดมากที่ต้องมารับรู้ความจริงแบบนี้"
มินตราหันมามองพราวรุ้ง ดวงตาแดงก่ำ "แล้วคุณล่ะคะ คุณรู้เรื่องนี้มาก่อนรึเปล่า? คุณรู้ไหมว่า... ครอบครัวของคุณเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้?"
พราวรุ้งส่ายหน้า "ฉันไม่รู้เลยค่ะ ฉันเพิ่งมารู้เรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉัน" เธอชะงักเล็กน้อย "แต่ฉันอยากจะบอกคุณว่า... ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรกับคุณเลยนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรามีความเกี่ยวพันกันในลักษณะนี้"
"แล้วเรื่องของคุณแม่ของธามล่ะคะ?" มินตราถามกลับอย่างรวดเร็ว "ท่านทราบเรื่องนี้มากแค่ไหน?"
ธามส่ายหน้า "แม่ของฉัน... ท่านเสียชีวิตไปก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะคลี่คลาย ท่านไม่เคยรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณพ่อกับแม่ของเธอ"
"แล้วทำไม... ทำไมคุณพ่อของธามถึงต้องหลอกลวงฉันมาตลอด?" มินตราถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "ทำไมท่านไม่บอกฉันว่าท่านคือพ่อของฉันจริงๆ?"
"มันไม่ใช่การหลอกลวงมินตรา" ธามอธิบายอย่างใจเย็น "พ่อของฉัน... ท่านไม่กล้าเผชิญหน้ากับเธอ ท่านไม่กล้าบอกความจริง เพราะท่านกลัวว่าเธอจะรับไม่ได้ กลัวว่าเธอจะโกรธ กลัวว่าเธอจะเกลียดท่าน ท่านจึงเลือกที่จะแสดงความรักและความผูกพันในรูปแบบอื่น"
"รูปแบบอื่นที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกในชีวิตของเขามาตลอดสินะคะ" มินตราพึมพำ เธอหันไปมองรอบๆ ห้องนั่งเล่นเก่าแก่ ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมด
"มันไม่ใช่แค่เขาคนเดียว มินตรา" ธามกล่าวเสียงเครียด "พ่อของเธอ... และแม่ของฉัน... ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าที่ใครจะคาดคิด"
มินตราเงยหน้าขึ้นมองธามอย่างสงสัย "หมายความว่ายังไงคะ?"
"ก่อนที่พ่อของฉันจะแต่งงานกับแม่ของฉัน" ธามกล่าว "ท่านทั้งสองก็มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง... และแม่ของฉันก็ตั้งครรภ์ฉันในตอนนั้น"
มินตราอ้าปากค้าง เธอไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี เรื่องราวที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้กำลังถาโถมเข้ามา
5,242 ตัวอักษร