ตอนที่ 21 — การยอมรับและความหวังใหม่
มินตราทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเก่าแก่ เธอเอามือกุมหน้าผาก สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรื่องราวที่ธามเล่ามานั้นหนักหนาเกินกว่าที่เธอจะรับไหว เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
"คุณพ่อของฉัน... ท่านเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ เหรอคะ?" มินตราถามอีกครั้ง เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับกระซิบ
ธามพยักหน้า "ใช่... ท่านจากไปอย่างสงบเมื่อหลายปีก่อน" เขามองมินตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ "ท่านเสียใจมากที่ไม่ได้บอกความจริงกับเธอ"
"แล้ว... แล้วคุณยายของฉันล่ะคะ?" มินตราถามต่อ "ท่านรู้เรื่องนี้ทั้งหมดเลยเหรอคะ?"
"คุณยายของเธอ... ท่านทราบเรื่องนี้" ธามตอบ "แต่ท่านเลือกที่จะเก็บเป็นความลับ เพื่อปกป้องทุกคน"
"ปกป้อง... ปกป้องในแบบที่ทำให้ฉันต้องเจ็บปวดมาตลอดแบบนี้เหรอคะ?" มินตราถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความขมขื่น
"มันไม่ใช่ความผิดของใคร มินตรา" ธามกล่าว "ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง"
"เหตุผลที่ทำให้ฉันต้องรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกในครอบครัวของคุณตลอดมาสินะคะ" มินตราพึมพำ เธอหันไปมองพราวรุ้งที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ
พราวรุ้งเดินเข้าไปหา มินตรา และคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ "มินตราคะ ฉันเข้าใจดีว่าคุณรู้สึกยังไง" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ "มันคงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงแบบนี้"
มินตรามองพราวรุ้ง ดวงตาของเธอฉายแววสับสน "แล้ว... คุณล่ะคะ คุณรู้เรื่องนี้มาก่อนไหม?"
"ฉันเพิ่งจะมารู้เรื่องทั้งหมดไม่นานนี้เองค่ะ" พราวรุ้งตอบ "ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเรื่องราวของครอบครัวเรามันซับซ้อนขนาดนี้"
"ซับซ้อน... จนทำให้ฉันเกือบจะสูญเสียทุกอย่างไป" มินตรากล่าว
ธามมองมินตราอย่างอ่อนโยน "พ่อของฉัน... ท่านรักเธอมากนะ มินตรา ท่านอยากให้เธอมีความสุข"
"ความสุข... ของฉันคือการรู้ความจริงทั้งหมดสินะคะ" มินตรากล่าว "แต่กว่าจะรู้... ฉันก็ต้องผ่านอะไรมามากเหลือเกิน"
"พ่อของฉัน... ท่านเสียใจมากที่ไม่ได้บอกความจริงกับเธอ" ธามกล่าว "ท่านอยากจะขอโทษเธอ"
"ขอโทษ... ด้วยคำพูดแบบนั้นเหรอคะ?" มินตราถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความน้อยใจ "ฉันต้องการมากกว่านั้น"
"แล้วเธอต้องการอะไรล่ะ มินตรา?" ธามถาม เขาอยากจะช่วยเธอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
"ฉันต้องการ... การยอมรับ" มินตรากล่าว "ฉันต้องการให้ทุกคนยอมรับว่าฉันคือส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้จริงๆ"
ธามยิ้มบางๆ "เธอคือส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้อยู่แล้ว มินตรา" เขาพูดอย่างจริงจัง "ไม่ว่าเรื่องราวในอดีตจะเป็นอย่างไร เธอก็คือลูกสาวของพ่อฉัน และเธอคือพี่สาวของฉัน"
มินตรามองธาม เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจในแววตาของเขา
"และฉันก็เช่นกันค่ะ มินตรา" พราวรุ้งกล่าวเสริม "ฉันอยากจะเริ่มต้นใหม่กับคุณ"
มินตรามองพราวรุ้ง เธอเห็นความหวังในแววตาของพราวรุ้ง
"ฉัน... ฉันไม่รู้จะพูดยังไง" มินตรากล่าว "ฉันยังคงสับสนกับทุกอย่าง"
"ไม่เป็นไรค่ะ" พราวรุ้งตอบ "เรามีเวลาอีกมากมายที่จะค่อยๆ ทำความเข้าใจกัน"
ธามเดินเข้าไปหา มินตรา และกุมมือของเธอไว้ "เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ มินตรา" เขากล่าว "เรื่องราวในอดีตมันแก้ไขไม่ได้แล้ว แต่เราสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้"
มินตรายิ้มออกมาบางๆ น้ำตาที่คลออยู่เริ่มไหลริน แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความโล่งใจ "ขอบคุณค่ะ ธาม ขอบคุณค่ะ พราวรุ้ง"
"ไม่ต้องขอบคุณค่ะ" ธามกล่าว "เราคือครอบครัวเดียวกัน"
มินตรายังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา เธอพยายามประมวลผลทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอรู้ว่าการยอมรับความจริงทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็รู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่
"ฉัน... ฉันขอเวลาคิดสักหน่อยนะคะ" มินตรากล่าว
"ได้เลยค่ะ" ธามตอบ "เราจะอยู่ที่นี่เสมอ"
มินตรามองออกไปนอกหน้าต่าง เธอเห็นแสงอาทิตย์ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้อง ราวกับเป็นสัญญาณของวันใหม่ เธอรู้ว่ามันอาจจะยังคงมีอุปสรรคอีกมากมายรออยู่ข้างหน้า แต่ในตอนนี้ เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป
"ฉัน... ฉันอยากจะขอโทษคุณพ่อนะคะ" มินตรากล่าว "ที่ฉันเข้าใจท่านผิดมาตลอด"
"ท่านคงภูมิใจในตัวเธอมากนะ" ธามกล่าว
"และฉัน... ฉันก็อยากจะขอโทษคุณด้วยค่ะ พราวรุ้ง" มินตราหันไปหาพราวรุ้ง "ที่ฉันเคยมีอคติกับคุณ"
พราวรุ้งยิ้ม "ไม่เป็นไรค่ะ มินตรา เรามาเป็นเพื่อนกันนะคะ"
มินตราพยักหน้า เธอรู้สึกว่ากำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างเธอกับคนรอบข้างกำลังค่อยๆ พังทลายลง
"ฉัน... ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ" มินตรากล่าว "ฉันคิดว่า... ฉันพร้อมที่จะก้าวต่อไปแล้ว"
ธามและพราวรุ้งมองหน้ากัน พวกเขายิ้มให้กันอย่างมีความหวัง "เราจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอนะ มินตรา" ธามกล่าว
มินตราพยักหน้า เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ความเจ็บปวดในอดีตยังคงอยู่ แต่ความหวังในอนาคตก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคง
3,751 ตัวอักษร