ภรรยาจำยอมของบอสพันล้าน

ตอนที่ 13 / 45

ตอนที่ 13 — ความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏ

รินดายืนตะลึง อึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้ายังคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินกว่าจะยอมรับได้ หญิงสาวตรงหน้าที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงเธอราวกับเงาสะท้อน ไม่ได้มีเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกัน แต่น้ำเสียงและท่าทางกลับยิ่งตอกย้ำความจริงอันน่าตกใจที่กำลังจะถูกเปิดเผย "น้องสาวเหรอคะ" รินดาเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง "คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ" นลินก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด แววตาฉายความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้า "คุณแม่ของเรา ท่านไม่ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่คุณยังเด็กอย่างที่ใครๆ บอก" นลินพูดต่อ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความขมขื่น "ท่านถูกพรากไปต่างหาก... ถูกพรากไปจากครอบครัวของเรา" ภูผายืนนิ่งข้างรินดา มือของเขากำแน่น พยายามประมวลผลข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาหันไปมองหน้าภรรยาที่ตอนนี้ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสับสนและเจ็บปวด "นี่มันเรื่องอะไรกัน" ภูผาถามเสียงเข้ม พยายามกดเสียงไม่ให้สั่น "คุณนลิน หมายความว่ายังไง" นลินถอนหายใจยาว "มันเป็นเรื่องซับซ้อนค่ะคุณภูผา" เธอเงยหน้ามองภูผา ดวงตาประสานกัน "ดิฉัน... เพิ่งจะรู้ความจริงทั้งหมดเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ" บรรดาแขกที่มาร่วมงานวันเกิดต่างพากันซุบซิบ กระซิบกระซาบกันเสียงอึงอล บางคนมองรินดาด้วยความสงสัย บางคนมองนลินด้วยความเคลือบแคลง แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามอะไรออกมาตรงๆ อรุณีที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็แสดงสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน เธอรีบเดินเข้ามาหา “หลาน… นี่มันเรื่องอะไรกัน” อรุณีหันไปถามรินดา “แล้วผู้หญิงคนนี้… เขาเป็นใคร” “หนูก็ไม่รู้ค่ะน้า” รินดาตอบ เสียงของเธอแหบพร่า “เขาบอกว่าเขาเป็นน้องสาวของหนู” อรุณีหันไปมองนลินด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจ “น้องสาวของคุณ… ตั้งแต่เมื่อไหร่” นลินสบตากับอรุณี “ท่านแม่… ชื่ออรพรรณค่ะ” นลินเอ่ยชื่อมารดาของรินดาออกมา ทำเอาอรุณีหน้าซีดเผือด ราวกับถูกตบหน้าอย่างแรง “อรพรรณ… นี่มัน… เป็นไปไม่ได้” อรุณีพึมพำเสียงสั่น “เป็นไปได้ค่ะ” นลินยืนยัน “และดิฉันก็มีหลักฐานทุกอย่าง” เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือใบหรู และหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ออกมาหลายใบ ยื่นให้กับอรุณี รูปถ่ายเหล่านั้นเป็นภาพของหญิงสาวหน้าตาคมเข้ม แต่งกายด้วยชุดโบราณ ดูมีความสง่างาม ภาพหนึ่งเป็นภาพของหญิงสาวคนเดียวกันกำลังอุ้มเด็กทารก ซึ่งดูเหมือนจะเป็นรินดาในวัยเยาว์ อีกภาพหนึ่งเป็นภาพของหญิงสาวคนนั้นกำลังยืนอยู่กับชายร่างสูงใหญ่ ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด “นี่… นี่มัน… ท่านแม่ของฉัน” รินดาเอ่ยเสียงหลง เมื่อเห็นรูปถ่ายมารดาของตนเองเป็นครั้งแรก “แต่… ทำไมหนูไม่เคยเห็นรูปนี้มาก่อนเลย” “เพราะท่านไม่ต้องการให้ใครเห็นค่ะ” นลินตอบ “ท่านอยากจะปกปิดทุกอย่าง” “ปกปิดอะไร” ภูผาถาม เขารู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มบานปลายเกินกว่าจะควบคุมได้ “ท่านถูกบังคับให้เลิกร้างกับสามีค่ะ” นลินเล่าต่อ “ท่านถูกหลอก และถูกข่มขู่” “ข่มขู่” รินดาถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “ใครข่มขู่ท่านคะ” “ผู้ชายในรูปค่ะ” นลินชี้ไปที่ชายร่างสูงใหญ่ในรูปถ่าย “เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลมากในสมัยนั้น เขาบังคับให้ท่านแม่แยกทางกับคุณพ่อของคุณค่ะ และให้ท่านส่งคุณมาให้ญาติทางฝ่ายพ่อเลี้ยงดู” “แล้ว… แล้วทำไมท่านถึงไม่มาหาหนู” รินดาถาม น้ำเสียงเริ่มมีความหวังปนความเศร้า “ทำไมท่านถึงปล่อยให้หนูคิดว่าท่านตายไปแล้ว” “เพราะท่านถูกกักขังค่ะ” นลินตอบ “ท่านถูกบังคับให้อยู่ในที่ห่างไกล ไม่สามารถติดต่อกับใครได้เลย” “แล้ว… แล้วคุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” รินดาถาม “คุณมาเจอท่านตอนไหน” “ดิฉัน… ดิฉันเป็นลูกของคุณแม่ค่ะ” นลินกล่าว “ท่านคลอดดิฉันหลังจากที่ท่านแยกทางกับคุณพ่อของคุณแล้ว” “แต่… ทำไมท่านไม่เคยพูดถึงคุณเลย” รินดาถาม “เพราะท่านกลัวค่ะ” นลินตอบ “ท่านกลัวว่าดิฉันจะเป็นอันตราย ถ้าหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย” “คุณพ่อของคุณ… หมายถึงคุณปู่ของรินดาใช่ไหม” ภูผาถาม “แล้วท่านทราบเรื่องนี้หรือไม่” “ท่านไม่ทราบค่ะ” นลินตอบ “ท่านเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้รู้ความจริงทั้งหมด” “แล้ว… แล้วใครเป็นคนบอกความจริงกับคุณ” รินดาถาม “มีคนคนหนึ่งค่ะ” นลินเว้นจังหวะ “เขาเป็นคนที่ช่วยท่านแม่ไว้ และพาไปส่งที่โรงพยาบาลตอนที่ท่าน… กำลังจะจากไป” “จากไป” รินดาอุทาน “หมายความว่า… ท่านแม่เสียชีวิตแล้วหรือคะ” นลินพยักหน้า น้ำตาเริ่มคลอ “ค่ะ ท่านเสียชีวิตแล้ว… เมื่อไม่กี่เดือนก่อน” ความจริงที่ถาโถมเข้ามาทำให้รินดาแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม ภาพมารดาที่ไม่เคยรู้จัก กลับกลายเป็นความเจ็บปวดอันแสนสาหัส “แล้ว… แล้วทำไมคุณถึงเพิ่งจะมาหาหนูตอนนี้” รินดาถาม “ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ท่านได้มอบจดหมายและเอกสารทุกอย่างให้กับดิฉันค่ะ” นลินหยิบซองจดหมายเก่าๆ ออกมาจากกระเป๋า “ท่านขอให้ดิฉันตามหาคุณ และบอกความจริงทั้งหมด” “เอกสาร… อะไรบ้าง” ภูผาถาม “เป็นพินัยกรรมค่ะ” นลินตอบ “แล้วก็… เอกสารที่ยืนยันความสัมพันธ์ของเรา” “พินัยกรรม” รินดาทวนคำ “หมายความว่า… ท่านแม่ทิ้งอะไรไว้ให้หนู” “ใช่ค่ะ” นลินตอบ “ท่านทิ้งมรดกทั้งหมดไว้ให้คุณ” “มรดก… อะไรคะ” รินดาถาม “เป็นบริษัทค่ะ” นลินตอบ “บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ” ทุกคนในงานถึงกับอ้าปากค้าง ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าเรื่องราวจะพลิกผันไปได้ขนาดนี้ รินดา ลูกสาวของนางสาวอรพรรณ หญิงสาวผู้ยากไร้ ที่เคยถูกหลอกใช้ จะกลายเป็นทายาทผู้ครอบครองอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล “นี่มัน… เป็นไปไม่ได้” อรุณีอุทาน “อรพรรณ… เขาจะทิ้งทุกอย่างให้รินดาได้อย่างไร” “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้คะ” นลินถาม “ท่านรักรินดามากนะคะ” “แต่… แต่รินดาเป็นเพียงแค่ลูกที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง” อรุณีพยายามโต้แย้ง “แล้ว… แล้วฉันล่ะ” “คุณ… คุณคือใครคะ” นลินถาม “คุณรู้จักคุณแม่ของดิฉันด้วยหรือคะ” “ฉัน… ฉันเป็นญาติของท่าน” อรุณีพูดตะกุกตะกัก “ฉัน… ฉันเป็นคนดูแลรินดามาตั้งแต่เด็ก” “ดูแล” นลินมองอรุณีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “แต่ทำไมคุณแม่ของดิฉันถึงไม่เคยพูดถึงคุณเลย” “เรื่องมันยาวค่ะ” อรุณีกล่าว “แต่ที่แน่ๆ คือ… ฉันไม่เชื่อว่ารินดาจะเป็นลูกของคุณอรพรรณ” “ถ้าคุณไม่เชื่อ” นลินกล่าว “ดิฉันก็มีหลักฐานการตรวจ DNA ค่ะ” คำพูดของนลินยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น รินดาเริ่มรู้สึกเวียนหัว เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร หรือควรจะทำอย่างไรต่อไป ความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏขึ้น ได้พรากเอาความสุขสงบที่เธอเพิ่งจะค้นพบไปจนหมดสิ้น

5,046 ตัวอักษร