ตอนที่ 18 — สมรภูมิสุดท้ายแห่งตระกูล
การสืบหาความจริงของรินดา ภูผา และนลิน ได้นำพาพวกเขาไปสู่จุดที่อันตรายที่สุด เครือข่ายอำนาจที่ซ่อนเร้นเริ่มเคลื่อนไหว และพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง การเผชิญหน้าครั้งใหญ่กำลังจะอุบัติขึ้น
“เราต้องรีบดำเนินการแล้ว” นลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ “ดิฉันได้ข้อมูลมาว่า คุณตาของคุณกำลังจะจัดการเรื่องสำคัญบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับมรดก”
รินดาหน้าซีดเผือด “มรดก… หมายความว่า… ท่านจะยกทุกอย่างให้ใคร”
“นั่นคือสิ่งที่เราต้องรู้” ภูผาตอบ “ถ้าท่านยกมรดกให้กับคนที่ไม่ใช่ทายาทที่แท้จริง มันจะยิ่งทำให้สถานการณ์ของเราแย่ลง”
“แล้ว… เราจะทำยังไง” รินดาถาม
“เราต้องไปเผชิญหน้ากับท่าน” นลินกล่าว “เราต้องนำหลักฐานทั้งหมดไปแสดง และเปิดโปงความจริงต่อหน้าท่าน”
“แต่… ถ้าท่านไม่ยอมรับล่ะ” รินดาถาม “ถ้าท่านยิ่งต่อต้านเราล่ะ”
“เราก็ต้องสู้” ภูผากล่าวอย่างหนักแน่น “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้”
ในที่สุด รินดาก็ตัดสินใจ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปู่ และเปิดโปงความจริงทั้งหมด ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
วันต่อมา รินดา ภูผา และนลิน ได้เดินทางไปยังคฤหาสน์ของตระกูล บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความตึงเครียด และความไม่ไว้วางใจ รินดามองเห็นใบหน้าของปู่ ใบหน้าของคนที่เธอเคยรักและเคารพ แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นชา และแววตาที่ซ่อนเร้นบางอย่าง
“คุณตาคะ” รินดาเอ่ยเรียกเสียงสั่น
คุณปู่หันมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย “รินดา… มาทำไม”
“หนูมาเพื่อทวงความจริงค่ะ” รินดาตอบ “หนูรู้ทุกอย่างแล้ว”
คุณปู่หัวเราะในลำคอ “ความจริง… ความจริงอะไรของเธอ”
“ความจริงเกี่ยวกับแม่ของหนู… และความจริงเกี่ยวกับคุณ” รินดาหยิบจดหมาย และเอกสารต่างๆ ออกมาวางบนโต๊ะ “ทั้งหมดนี้… คือหลักฐาน”
คุณปู่มองเอกสารเหล่านั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “นี่มัน… เรื่องไร้สาระ!” เขาตะคอก “เธออย่ามาใส่ร้ายฉัน!”
“หนูไม่ได้ใส่ร้ายค่ะ” นลินกล่าวเสริม “นี่คือจดหมายที่คุณแม่ของดิฉันเขียนไว้ก่อนเสียชีวิต และนี่คือหลักฐานการโอนย้ายทรัพย์สินที่ผิดกฎหมาย”
คุณปู่หันไปมองนลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ “เธอ… เธอกล้าดียังไงมาที่นี่!”
“ดิฉันมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับแม่ของดิฉันค่ะ” นลินตอบอย่างไม่เกรงกลัว “และเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับคุณรินดาด้วย”
“พวกเธอ… อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉัน!” คุณปู่ตะโกนเสียงดัง “นี่มันเป็นเรื่องของครอบครัวเรา!”
“แต่คุณตา… คุณทำร้ายแม่ของหนู” รินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “คุณพรากท่านไปจากหนู… คุณหลอกลวงหนูมาตลอด”
“ฉัน… ฉันทำไปเพราะรักเธอ!” คุณปู่ตะคอก “ฉันกลัวว่าเธอจะถูกทิ้ง! ฉันกลัวว่าเธอจะเสียใจ!”
“แต่การกระทำของคุณ… มันทำให้แม่ของหนูเจ็บปวด” รินดาตอบ “มันทำให้หนูเจ็บปวด”
ในขณะนั้น สุรพลก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู “ท่านประธาน!” เขากล่าวเสียงสั่น “ผม… ผมรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว”
คุณปู่หันไปมองสุรพลด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “สุรพล… แก… แกกล้าทรยศฉันเหรอ!”
“ผม… ผมไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไปครับ” สุรพลกล่าว “ผมรู้ว่าท่านทำอะไรลงไป”
การเผชิญหน้าครั้งนี้ ได้ดึงดูดความสนใจของคนในตระกูล และคนใกล้ชิดของคุณปู่ หลายคนเริ่มแสดงความไม่พอใจ และตั้งคำถามกับการกระทำของคุณปู่
“ท่านประธาน… นี่มันเรื่องจริงเหรอครับ” หนึ่งในญาติถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คุณปู่พยายามรวบรวมสติ “นี่มัน… เรื่องโกหกทั้งเพ! พวกเธออย่าไปเชื่อเด็กพวกนี้!”
แต่หลักฐานที่รินดา และนลินนำมานั้นหนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ภาพถ่าย เอกสาร และคำให้การของสุรพล ได้เปิดโปงความจริงทั้งหมด
“คุณตา… ทำไมคุณถึงทำแบบนี้” รินดาเอ่ยถามอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้ม
คุณปู่ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ใบหน้าซีดเผือด “ฉัน… ฉันแค่อยากให้เธออยู่กับฉัน… ฉันไม่อยากเสียเธอไป…”
“แต่ท่าน… ได้เสียแม่ของหนูไปแล้ว” รินดาตอบเสียงเบา
การต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะของความจริง แม้ว่ามันจะเจ็บปวดก็ตาม รินดาได้เผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย และได้ปลดปล่อยตัวเองจากความหลอกลวงที่ครอบงำเธอมาตลอดชีวิต
ภูผาเดินเข้าไปกอดรินดาไว้แน่น “ผมภูมิใจในตัวคุณนะ” เขาเอ่ยกระซิบ
นลินมองรินดาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี “เราทำสำเร็จแล้วค่ะ”
แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่รินดาได้ค้นพบความแข็งแกร่งในตัวเอง เธอพร้อมที่จะก้าวต่อไป สร้างชีวิตใหม่ และกอบกู้ชื่อเสียงของครอบครัวให้กลับคืนมา โดยมีภูผา และนลิน เป็นกำลังใจสำคัญ
3,516 ตัวอักษร