ตอนที่ 7 — ความจริงอันเจ็บปวดที่ถาโถม
รินรดาตัวสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เธอไม่สามารถประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาได้ น้าอรุณี ผู้ที่เธอเคยไว้ใจและคิดถึงมาตลอด กลับกลายเป็นผู้หญิงอีกคนในชีวิตของภูผา และที่สำคัญกว่านั้น คือผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของเธอเอง ความจริงอันโหดร้ายถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ ซัดกระหน่ำจิตใจของเธอจนแทบไม่เหลือที่ยืน “นี่… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะน้า! น้า… น้าเป็นคนที่แม่เคยรัก? แล้ว… แล้วทำไมแม่ถึงไม่เคยบอกหนูเลย! ทำไมแม่ต้องหลอกหนูมาตลอด!” น้ำเสียงของรินรดาเต็มไปด้วยความสั่นเครือและเจ็บปวด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ผู้ให้กำเนิดถึงต้องปิดบังความจริงที่สำคัญยิ่งยวดเช่นนี้
อรุณียกมือขึ้นลูบแขนของหลานสาวอย่างอ่อนโยน ดวงตาของเธอฉายแววสำนึกผิดและความเศร้า “แม่ของหลาน… แม่ของหลานเขามีเหตุผลของเขา รินรดา” อรุณีพยายามอธิบายเสียงแผ่ว “แม่ของหลาน… เจ็บปวดมากกับการตัดสินใจของคุณภูผาในครั้งนั้น เขาถูกบีบบังคับจากครอบครัว ให้แต่งงานกับแม่ เพื่อรักษาธุรกิจของตระกูลไว้ แม่ของคุณ… เธอรับไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอรักถึงต้องเลือกเส้นทางนี้ แม่ของคุณคิดว่าคุณภูผาไม่รักเธออีกต่อไปแล้ว เขาเลือกผลประโยชน์มากกว่าความรัก… มันบีบคั้นหัวใจเธอมากนะรินรดา”
“แต่… ทำไมแม่ไม่บอกหนู! ทำไมแม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้คนเดียว!” รินรดายังคงร่ำไห้ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า “แล้ว… แล้วคุณภูผา… เขารู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหมคะ! เขารู้ว่าแม่คือคนที่น้าเคยรัก! เขารู้ว่าหนูคือลูกของแม่! แล้วทำไมเขาถึง… ถึงยังมาขอหนูแต่งงาน! ทำไมเขาถึงหลอกหนูแบบนี้!” ความรู้สึกโกรธแค้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ แม้จะยังมีความเสียใจเรื่องแม่ แต่การถูกผู้ชายคนเดียวกันนี้หลอกลวงซ้ำสองครั้ง มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
อรุณีถอนหายใจยาว “เรื่องของคุณภูผา… มันซับซ้อนกว่านั้นมากหลานรัก” เธอพยายามรวบรวมสติ “เขา… เขาก็เจ็บปวดไม่แพ้แม่ของคุณเหมือนกัน ตอนที่แม่ของคุณตัดสินใจเดินจากไป เขาพยายามตามหาหลายครั้ง แต่ก็ไม่พบ เขาเสียใจมากที่ต้องเลือกทางที่ถูกบังคับ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความรู้สึกผิดที่มีต่อแม่ของคุณ” อรุณีเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง มองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหลานสาว “เมื่อเวลาผ่านไปนาน… คุณภูผาได้พบกับคุณ… และเขาก็เห็นความคล้ายบางอย่างในตัวคุณ… บางอย่างที่ทำให้เขานึกถึงแม่ของคุณ… และเมื่อเขาสืบจนรู้ว่าคุณคือลูกของแม่… เขา… เขามีความรู้สึกผิด เขาอยากจะชดเชยในสิ่งที่เขาเคยทำผิดพลาดกับแม่ของคุณ… เขาเลย… เขาเลยขอคุณแต่งงาน”
“ชดเชยเหรอคะ!” รินรดาตะโกนเสียงดัง “การเอาหนูมาแทนที่แม่มันคือการชดเชยเหรอคะ! นี่มันยิ่งกว่าการหลอกลวง! นี่มันคือการเหยียบย่ำหัวใจหนู!” เธอผลักร่างอรุณีออกไปช้าๆ ความเจ็บปวดในใจมันท่วมท้นจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก “หนู… หนูไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของหนูจะตกต่ำถึงขนาดนี้! การแต่งงานกับคนที่… คนที่เคยทำร้ายแม่ของหนู! แล้วยังจะมาใช้หนูเป็นเครื่องมือแก้แค้นอีก! มัน… มันเกินไปจริงๆ”
“รินรดา… ไม่ใช่แบบนั้นนะ” อรุณีพยายามเข้าไปกอดหลานสาวอีกครั้ง แต่รินรดาผละออก “คุณภูผา… เขาไม่ได้คิดแบบนั้น เขา… เขาอยากจะปกป้องคุณ เขาอยากจะดูแลคุณ เขา… หวังว่าคุณจะให้อภัยเขาได้ในสักวัน”
“ให้อภัยเหรอคะ!” รินรดาหัวเราะทั้งน้ำตา “จะให้หนูให้อภัยคนที่ทำร้ายครอบครัวของหนูได้อย่างไร! ทำไมเขาถึงไม่เคยพูดความจริงกับหนูเลย! ทำไมเขาถึงปล่อยให้หนูเข้าใจผิดมาตลอด! เขาเห็นหนูเป็นอะไรกันแน่!” รินดาเริ่มเดินโซซัดโซเซออกไปจากสวน อรุณีพยายามจะตามไป แต่ก็เห็นว่ารินดาต้องการเวลาอยู่คนเดียว
“คุณภูผาคะ” รินดาเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยท่าทีที่อ่อนล้า เธอพบภูผากำลังนั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เขามองเธอด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะรับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง “คุณ… คุณรู้เรื่องนี้ใช่ไหมคะ” เธอถามเสียงเบา
ภูผาวางแก้วกาแฟลง เขามองหน้ารินรดาอย่างนิ่งๆ “คุณรู้แล้วสินะ” เขาตอบสั้นๆ
“ใช่ค่ะ” รินดาพยักหน้า “น้าอรุณีบอกหนูหมดแล้ว” น้ำตาของเธอเริ่มไหลอีกครั้ง “คุณ… คุณหลอกหนูมาตลอดเลยนะคะ”
ภูผาลุกขึ้นเดินเข้าไปหารินดา แต่เธอก็ถอยหลังหนี “ผมไม่ได้หลอกคุณ” เขาพูดเสียงเข้ม “ผมแค่อยากจะชดเชยในสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดไป”
“ชดเชยเหรอคะ!” รินดายังคงทนฟังไม่ได้ “การที่คุณทำร้ายหัวใจแม่ของหนู แล้วก็มาทำร้ายหนูซ้ำ มันคือการชดเชยอย่างนั้นเหรอคะ!”
“ผมรู้ว่ามันยากที่จะเข้าใจ” ภูผากล่าว “แต่ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณเลยนะรินรดา ผม… ผมรักคุณ”
คำว่า ‘รัก’ ที่หลุดออกมาจากปากของภูผา ทำให้รินดาอึ้งไปชั่วขณะ ความสับสนถาโถมเข้ามาอีกครั้ง “รักเหรอคะ! แล้ว… แล้วแม่ของหนูล่ะคะ! คุณก็เคยรักแม่ของหนูเหมือนกัน! แล้วทำไมคุณถึง… ถึงทิ้งแม่ของหนูไป! ทำไมคุณถึงเลือกที่จะแต่งงานกับน้า! คุณมันเห็นแก่ตัว!”
“มันไม่ใช่แบบนั้น” ภูผาพยายามอธิบาย “ผมถูกบังคับ ตอนนั้นผมไม่มีทางเลือก ผม… ผมเสียใจมาตลอด”
“แล้วทำไมคุณไม่เคยบอกความจริงกับหนูเลย!” รินดาตะโกน “ทำไมคุณถึงปล่อยให้หนูอยู่ในกรงทองที่คุณสร้างขึ้นมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังมันมีเรื่องราวโหดร้ายอะไรซ่อนอยู่!”
“ผมกลัว” ภูผาตอบเสียงแผ่ว “ผมกลัวว่าถ้าคุณรู้ความจริง คุณจะเกลียดผม ผมกลัวว่าจะเสียคุณไปอีกคน”
“แต่ตอนนี้… คุณก็ได้ทำให้หนูเกลียดคุณไปแล้ว!” รินดาตะโกนสุดเสียง ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนของเธอ ปิดประตูเสียงดัง ปล่อยให้ภูผายืนนิ่งอยู่คนเดียวในความเงียบ ความจริงอันเจ็บปวดได้พังทลายทุกอย่างลงแล้ว
4,335 ตัวอักษร