บทสวดของขุนพลเพลิงพิรุณ

ตอนที่ 21 / 48

ตอนที่ 21 — เพลิงพิรุณที่ลุกโชนอีกครั้ง

โซ่สีเงินที่ผนึกหนังสือบทสวดศักดิ์สิทธิ์ไว้พลันสลายตัวออกกลายเป็นละอองแสงสีขาวที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องโถง เอริคมองดูด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่ามันจะง่ายดายถึงเพียงนี้ หนังสือเล่มนั้นมีปกหนังสีดำสนิท สลักเป็นลวดลายรูปมังกรกำลังพ่นไฟอย่างสง่างาม "ยินดีด้วย เอริค" เสียงของไซเฟอร์ดังขึ้น "เจ้าได้ครอบครองบทสวดศักดิ์สิทธิ์แล้ว" เอริคค่อยๆ หยิบหนังสือขึ้นมา มันมีน้ำหนักมากกว่าที่เขาคาดคิด และเมื่อเขาสัมผัสโดนปกหนังสือ เขาก็รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน มันเป็นพลังที่ร้อนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ "นี่คือบทสวดที่สามารถใช้ควบคุมพลังแห่งเพลิง" ไซเฟอร์อธิบาย "แต่จงระวัง พลังของมันนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้" ขณะที่เอริคกำลังพิจารณาหนังสือเล่มนั้น เขาก็พลันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงเกิดขึ้นทั่วทั้งวิหาร พื้นหินเริ่มร้าว และผนังหินแกะสลักก็เริ่มสั่นคลอน "เกิดอะไรขึ้น?" ลูเซียอุทานด้วยความตกใจ "พวกมันมาถึงแล้ว" ไซเฟอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด "พวกผู้บูชาเพลิง ค้นพบที่นี่แล้ว" เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากภายนอกวิหาร ตามมาด้วยเสียงของกลุ่มคนที่กำลังตะโกนโหวกเหวก "เปิดประตู! พวกเราจะเอาบทสวดมา! เพลิงพิรุณจะต้องกลับมาอีกครั้ง!" เอริคมองไปยังประตูทางเข้าวิหารที่เคยเปิดโล่ง บัดนี้มีร่างของกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำกำลังยืนล้อมอยู่ พวกเขาถืออาวุธที่ทำจากโลหะสีดำขลับ และในมือของหัวหน้ากลุ่มมีคทาที่มีอัญมณีสีแดงฉานส่องประกายราวกับมีไฟลุกไหม้อยู่ภายใน "ข้าจะปกป้องบทสวดนี้เอง" เอริคกล่าวอย่างแน่วแน่ เขากำหนังสือไว้ในมือแน่น "เจ้าไม่สามารถสู้กับพวกมันได้เพียงลำพัง" ไซเฟอร์กล่าว "พวกมันมีจำนวนมาก และมีพลังแห่งเพลิงที่แข็งแกร่ง" "แต่ข้าต้องพยายาม" เอริคตอบ "นี่คือสิ่งที่ข้าต้องทำ" ทันใดนั้น ภาพบนผนังหินแกะสลักก็พลันเปลี่ยนไปอีกครั้ง แทนที่จะเป็นเรื่องราวในอดีต มันกลับกลายเป็นภาพของอัคนีราชาที่กำลังบินอยู่เหนือเมืองที่กำลังลุกไหม้ เปลวเพลิงสีแดงฉานแผ่ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง "นั่นคืออนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น หากเราไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้" ไซเฟอร์กล่าว เอริคมองภาพนั้นด้วยความหวาดหวั่น เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากภาพนั้น ราวกับกำลังจะเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง "แต่... ข้าจะใช้บทสวดนี้อย่างไร?" เอริคถาม "ข้าไม่รู้วิธีควบคุมมัน" "เจ้าไม่ต้องใช้มันเพื่อโจมตี" ไซเฟอร์แนะนำ "จงใช้มันเพื่อผนึกพลังของพวกมัน! บทสวดศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่เพียงแต่สามารถปลุกพลังแห่งเพลิงได้ แต่ยังสามารถใช้เพื่อควบคุมและผนึกมันได้เช่นกัน" เอริครู้สึกเหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นในความคิด เขาเข้าใจแล้ว เขาไม่ต้องต่อสู้ด้วยกำลัง แต่ด้วยปัญญาและความเข้าใจในพลังของบทสวด "ลูเซีย" เอริคหันไปหาลูเซีย "เจ้าช่วยข้าได้ไหม?" ลูเซียพยักหน้าอย่างหนักแน่น "แน่นอนค่ะ" "ข้าจะใช้บทสวดเพื่อผนึกพลังของพวกมัน" เอริคกล่าว "แต่ข้าต้องการให้เจ้าช่วยรวบรวมพลังแห่งสายลมรอบตัวเรามาช่วยข้า" ลูเซียพยักหน้ารับคำ เธอเดินไปที่ผนังด้านหนึ่งของห้องโถง แล้วเริ่มร่ายรำด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อย งดงาม ราวกับกำลังเต้นรำกับสายลม ทันใดนั้น กระแสลมสีฟ้า สีขาว และสีเขียวอ่อน ก็พลันพัดวนเข้ามาในห้องโถง มันหมุนวนรอบตัวของเอริคราวกับกำลังปกป้องเขา "เยี่ยมมาก!" ไซเฟอร์กล่าว "ตอนนี้ ถึงตาเจ้าแล้ว เอริค" เอริคเปิดหนังสือบทสวดศักดิ์สิทธิ์ขึ้น เขาเริ่มอ่านบทสวดด้วยเสียงที่ดังและชัดเจน แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนออกมาจากบทสวดนั้น "อัคนีราชา... เพลิงพิรุณ... จงสงบลง!" เอริคสวดภาวนา ขณะที่เอริคสวดภาวนา แสงสว่างสีแดงฉานก็พลันปรากฏขึ้นจากกลุ่มผู้บูชาเพลิง พวกเขาเริ่มสวดภาวนาด้วยภาษาที่ไม่คุ้นเคย อัญมณีสีแดงบนคทาของหัวหน้ากลุ่มพลันส่องแสงจ้าขึ้น "เจ้าช้าเกินไปแล้ว!" หัวหน้ากลุ่มตะโกน "เพลิงพิรุณจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!" เปลวเพลิงสีแดงฉานเริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวของหัวหน้ากลุ่ม มันลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง "ไม่!" เอริคตะโกน เขาเพิ่มความดังของเสียงสวดภาวนา "ข้าจะหยุดเจ้า!" เอริครู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา รอยปานรูปมังกรบนแผ่นหลังของเขาร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี แล้วเปล่งเสียงสวดบทสุดท้าย "สายลมแห่งการเยียวยา จงมา! ดับเพลิงแห่งความแค้น!" ทันใดนั้น กระแสลมที่ลูเซียรวบรวมไว้ก็พลันพุ่งเข้าใส่เปลวเพลิงสีแดงฉานที่ลุกโชนอยู่รอบตัวหัวหน้ากลุ่ม เปลวเพลิงนั้นดูเหมือนจะต่อต้าน แต่กระแสลมนั้นก็แข็งแกร่งกว่า มันค่อยๆ ดับลง เปลวไฟค่อยๆ มอดไหม้ หัวหน้ากลุ่มมองดูด้วยความตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้! เจ้าทำได้อย่างไร!" "ข้าจะปกป้องโลกใบนี้" เอริคกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "จากพลังทำลายล้างของเจ้า" เปลวเพลิงรอบตัวหัวหน้ากลุ่มดับสนิท เขาทรุดตัวลงบนพื้นอย่างหมดแรง อัญมณีสีแดงบนคทาของเขาก็พลันมืดลง "พวกเจ้า... พวกเจ้าจะเสียใจ!" หัวหน้ากลุ่มกระซิบอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมดสติไป พวกผู้บูชาเพลิงที่เหลืออยู่ต่างมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่คิดว่าแผนการของตนเองจะล้มเหลว พวกเขากำลังจะถอยหนี "ไม่มีใครหนีไปไหนได้ทั้งนั้น" ไซเฟอร์กล่าว มันก้าวออกมาจากเงามืด ร่างกายอันใหญ่โตของมันทำให้พวกผู้บูชาเพลิงหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม "พวกเจ้าจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง" ไซเฟอร์กล่าว "พวกเจ้าได้ปลุกพลังแห่งความมืด และนำพาหายนะมาสู่โลก" เอริคมองดูผู้ที่เคยเป็นภัยคุกคาม บัดนี้กำลังตกอยู่ในกำมือของเขา เขาไม่รู้สึกถึงความสะใจ แต่กลับรู้สึกถึงความเหนื่อยอ่อนและภาระที่หนักอึ้ง "ข้า... ข้าจะทำอย่างไรกับพวกมัน?" เอริคถามไซเฟอร์ "พวกมันจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ได้ทำลงไป" ไซเฟอร์ตอบ "แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขึ้นอยู่กับเจ้า" เอริคมองไปยังบทสวดศักดิ์สิทธิ์ในมือของเขา เขารู้ดีว่าพลังนี้ยิ่งใหญ่เพียงใด และเขาก็รู้ดีว่าตนเองจะต้องแบกรับความรับผิดชอบนี้ไปอีกนานแสนนาน

4,759 ตัวอักษร