บทสวดของขุนพลเพลิงพิรุณ

ตอนที่ 22 / 48

ตอนที่ 22 — การปรากฏตัวของมังกรดำ

ยินดีด้วย เอริค เสียงของไซเฟอร์ดังขึ้น เจ้าได้ครอบครองบทสวดศักดิ์สิทธิ์แล้ว เอริครู้สึกถึงพลังงานอันอบอุ่นแผ่ซ่านจากหนังสือในมือ เขากล่าวอย่างตื่นเต้น “ข้าไม่คิดเลยว่ามันจะง่ายดายถึงเพียงนี้” “ความง่ายดายที่เจ้าเห็นนั้น อาจซ่อนไว้ซึ่งอันตรายที่เจ้าคาดไม่ถึง” ไซเฟอร์เตือน “โซ่ที่พันธนาการหนังสือเล่มนี้มานานแสนนาน บัดนี้ได้สลายไปแล้ว สิ่งนี้ย่อมดึงดูดความสนใจของบางสิ่งบางอย่าง” ลูเซียก้าวเข้ามาใกล้ “ท่านหมายถึงมังกรโบราณนั่นหรือ?” “แน่นอน” ไซเฟอร์ตอบ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังหนังสือในมือเอริค “พลังแห่งบทสวดศักดิ์สิทธิ์นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะซ่อนเร้น มันคือเครื่องมือที่สามารถต่อกรกับไฟของมังกรได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเสมือน ‘เหยื่อล่อ’ ที่ทรงพลัง” ทันใดนั้น พื้นหินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่การสั่นไหวแบบแผ่นดินไหว แต่มันเป็นการสั่นที่ส่งมาจากภายใน ราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง เสียงครืดคราดดังสนั่นหวั่นไหว จนฝุ่นผงที่เกาะอยู่ตามเพดานและผนังเริ่มร่วงหล่นลงมา “เกิดอะไรขึ้น?” ลูเซียอุทาน พลางใช้แขนป้องศีรษะ “ข้าบอกแล้ว” ไซเฟอร์กล่าวเสียงเรียบ “สิ่งนั้นมาถึงแล้ว” ลำแสงสีดำทะมึนพุ่งแหวกอากาศมาจากช่องว่างบนเพดานวิหารที่เคยปิดสนิท มันสว่างวาบราวกับจะฉีกทุกสิ่งทุกอย่างให้ขาดออกจากกัน ก่อนที่รูปร่างมหึมาจะปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือแท่นบูชา ร่างนั้นปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิท ดุจรัตติกาลที่ไร้ดวงดาว ดวงตาของมันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน กลิ่นอายแห่งอำนาจและความเกรี้ยวกราดแผ่กระจายไปทั่ว ราวกับคลื่นความร้อนที่แผดเผาทุกอณู “มังกรดำ...” เอริคพึมพำ ชื่อนั้นปรากฏขึ้นในหัวของเขาอย่างฉับพลัน ราวกับความทรงจำที่ถูกปลุกขึ้นมา “ไม่...นี่ไม่ใช่แค่ ‘มังกรดำ’ ทั่วไป” ไซเฟอร์กล่าวเสียงเคร่งเครียด “นี่คือ ‘อัครา’ ราชันแห่งมังกรเพลิง ผู้จุดชนวนหายนะที่กำลังคุกคามแผ่นดินนี้!” อัครากางปีกอันมหึมาของมันออก แผ่นหลังของมันทอดยาวจนจรดกับผนังของวิหาร เกล็ดสีดำขลับสะท้อนแสงสลัวๆ ในห้องโถงให้วูบวาบราวกับมีดนับพันเล่ม มันกวาดสายตาอันเป็นประกายเพลิงมองมายังเอริค และจดจ้องไปที่หนังสือในมือของเขา “เจ้า...มนุษย์ตัวเล็ก” เสียงคำรามของอัคราดังก้องกังวาน ราวกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่เสียดสีกัน “กล้าดียังไงมาหยิบฉวยสิ่งที่เป็นของข้าไป?” เอริคกัดฟันแน่น เขากระชับหนังสือไว้ในมือ “สิ่งนี้ไม่ใช่ของเจ้า! มันคือบทสวดศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยปกป้องผู้คนจากไฟพิโรธของเจ้า!” “หึ!” อัคราหัวเราะเสียงดังราวฟ้าผ่า “เจ้าคิดว่าสิ่งนั้นจะหยุดข้าได้งั้นรึ? มนุษย์โง่เขลา! ข้าคืออัครา ข้าคือเพลิงนิรันดร์! พลังของข้าสามารถหลอมละลายทุกสิ่งให้กลายเป็นเถ้าถ่าน!” ทันใดนั้น ปากของอัคราก็เปล่งแสงสีแดงเข้ม ก่อนที่ลำแสงเพลิงสีดำสนิทจะพุ่งเข้าใส่เอริคอย่างรวดเร็ว “หลบเร็ว!” ไซเฟอร์ตะโกน เอริครีบดึงลูเซียให้หลบไปด้านข้าง ทันทีที่พวกเขาพ้นจากแนวลำแสง เพลิงสีดำก็ปะทะเข้ากับแท่นบูชาที่เคยตั้งหนังสือบทสวดไว้ เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว หินอ่อนแข็งแกร่งแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ควันสีดำลอยคละคลุ้งไปทั่ว “นี่มันอะไรกัน?” ลูเซียถามเสียงสั่น “เพลิงของมังกร...ทำไมมันถึงเป็นสีดำ?” “นั่นคือ ‘เพลิงมาร’ ของอัครา” ไซเฟอร์อธิบาย “เป็นเพลิงที่เกิดจากความอาฆาตแค้นและความปรารถนาอันบ้าคลั่ง มันสามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งวิญญาณ!” อัครากวาดสายตามองดูความเสียหายที่มันก่อขึ้นอย่างพึงพอใจ “เห็นไหมมนุษย์? นี่คือพลังที่แท้จริงของข้า! และเจ้า...เจ้าจะไม่มีวันได้ใช้บทสวดนั้น!” เมื่อพูดจบ อัคราก็พ่นเพลิงมารอีกครั้ง คราวนี้มันเล็งมาที่เอริคโดยตรง “ข้าจะไม่ยอมแพ้!” เอริคตะโกน เขารีบเปิดหนังสือบทสวดศักดิ์สิทธิ์ออก หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา “อักขระเหล่านี้...มันมีพลังงานแห่งวารี!” ลูเซียอุทาน เอริครีบอ่านบทสวดออกมา เสียงของเขาดังขึ้นเรื่อยๆ ผสมผสานกับเสียงคร่ำครวญของอัครา และเสียงของไซเฟอร์ที่กำลังร่ายมนตร์บางอย่าง “สายน้ำแห่งพรหมจรรย์ โปรดชำระล้างเพลิงมารของอัครา!” เอริคเปล่งเสียง ทันใดนั้น ม่านน้ำสีฟ้าโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ขวางกั้นระหว่างเอริคกับลำแสงเพลิงของอัครา เมื่อเพลิงมารปะทะเข้ากับม่านน้ำ ก็เกิดเสียงดังฉ่าสนั่นหวั่นไหว ไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจนบดบังทัศนียภาพไปชั่วขณะ “เป็นไปไม่ได้!” อัคราคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว “พลังของน้ำ...จะมาต่อกรกับเพลิงของข้าได้อย่างไร?” “น้ำคือทุกสรรพสิ่ง และทุกสรรพสิ่งก็คือสายน้ำ” เสียงของลูเซียดังมาจากด้านข้าง “มันสามารถดับไฟได้ และยังสามารถหล่อเลี้ยงชีวิตได้ด้วย” เมื่อควันจางลง เอริคพบว่าม่านน้ำของเขาสามารถต้านทานเพลิงมารของอัคราไว้ได้ แต่อีกไม่นานมันก็คงจะสลายไป “เราต้องหาทางอื่น!” “ข้ากำลังพยายามดึงพลังงานจากอักขระแห่งสายลมที่อยู่บนผนัง” ไซเฟอร์กล่าว “แต่พลังของอัคราแข็งแกร่งเกินไป” ทันใดนั้น เกล็ดสีดำบนตัวของอัคราก็เริ่มเปล่งแสงเรืองรองขึ้น “เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีพ้นข้าไปได้รึ?” “ข้าไม่ได้คิดจะหนี” เอริคตอบ เขากระชับหนังสือบทสวดให้แน่นขึ้น “ข้าจะสู้!” “เจ้าจะสู้ด้วยอะไร? ด้วยหนังสือเล่มนั้นรึ?” อัคราเยาะเย้ย “มันเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์โบราณ ไร้ค่าเมื่อเทียบกับพลังอำนาจแห่งข้า!” “เจ้าพูดถูก” เอริคกล่าว “มันเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในมัน...คือความหวัง!” ขณะที่อัครากำลังจะพ่นเพลิงมารอีกครั้ง เอริคก็เงยหน้าขึ้นมองเพดานวิหาร “ท่านผู้พิทักษ์แห่งสายลม! ข้าขอพลังของท่าน!” ทันใดนั้น ลมวนขนาดย่อมก็เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเอริค ลมเหล่านั้นค่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก พัดพาฝุ่นผงและเศษหินให้ลอยขึ้นไปในอากาศ “นี่มันอะไรกัน?” อัครามองด้วยความสงสัย “นี่คือบททดสอบที่แท้จริง” ไซเฟอร์กล่าว “เจ้าต้องใช้พลังที่ได้จากบทสวดและพลังที่เจ้ามีอยู่ภายในตัวเจ้า เพื่อควบคุมมัน!” เอริครู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านหนังสือเล่มนั้น พลังแห่งสายน้ำและพลังแห่งสายลมกำลังหลอมรวมกันภายในตัวเขา เขาพยายามควบคุมพายุหมุนให้โจมตีอัครา แต่ดูเหมือนว่ามันจะยากกว่าที่คิด “ข้า...ข้าทำไม่ได้!” เอริคกล่าวด้วยความท้อแท้ “อย่าเพิ่งยอมแพ้!” ลูเซียตะโกน “คิดถึงผู้คน คิดถึงบ้านเมืองของเรา!” คำพูดของลูเซียปลุกเร้าสติของเอริคขึ้นมาอีกครั้ง เขานึกถึงภาพของหมู่บ้านที่ถูกเผาไหม้ นึกถึงใบหน้าอันสิ้นหวังของผู้คน เขาหลับตาลง กำหนังสือบทสวดไว้แน่น พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมด “ข้าจะปกป้องพวกเขา!” ทันใดนั้น พายุหมุนรอบตัวเอริคก็พลันพุ่งเข้าใส่ร่างของอัคราอย่างรุนแรง มันไม่ได้ทำลายร่างของมังกร แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาล จนอัคราต้องถอยร่นไปเล็กน้อย “พลังแห่งลม...พลังแห่งน้ำ...เจ้ากำลังประสานมันเข้าด้วยกันงั้นรึ?” อัคราคำราม “น่าประทับใจ...แต่ก็ยังไม่พอ!” อัคราสะบัดหางอันใหญ่โตของมันอย่างแรง จนผนังวิหารด้านหนึ่งพังทลายลงมา เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นผงและเศษหินร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง “เราต้องออกไปจากที่นี่!” ไซเฟอร์กล่าว “ผนังของวิหารกำลังจะพังลงมา!” “แต่เราจะไปทางไหน?” ลูเซียถาม “ทางที่ข้ามา!” ไซเฟอร์ตอบ “ข้าจะเปิดทางให้!” ไซเฟอร์หันไปร่ายมนตร์อีกครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนๆ ส่องสว่างออกมาจากมือของเขา สร้างเป็นประตูมิติชั่วคราวขึ้นบนผนังด้านที่ยังคงสภาพดีอยู่ “รีบไป!” เอริคกอดหนังสือบทสวดไว้แน่น เขาหันไปมองอัคราที่กำลังตั้งท่าจะโจมตีอีกครั้ง “ข้าจะกลับมา!” “เจ้าจะไม่มีโอกาสนั้น!” อัคราตะโกน เอริคและลูเซียรีบวิ่งเข้าไปในประตูมิติที่ไซเฟอร์สร้างขึ้น ขณะที่พวกเขาผ่านเข้าไป ร่างของไซเฟอร์ก็หายวับไป ทิ้งไว้เพียงเสียงคำรามกึกก้องของอัครา และเสียงของวิหารที่กำลังพังทลายลงมา

6,146 ตัวอักษร