ตอนที่ 31 — แผนการแทรกซึมลึกเข้าแดนศัตรู
ประจักษ์ถอนหายใจยาว เขาพิงพนักเก้าอี้ที่โยกเยกไปมาอย่างอ่อนแรง "กองบัญชาการแจ้งว่าหน่วยสนับสนุนจะเดินทางมาถึงในอีกสามวันข้างหน้า"
เสียงถอนหายใจยาวระงมไปทั่วห้องบัญชาการใต้ดินชั่วคราว แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างเพียงน้อยนิด สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและรอยแผลเป็นของเหล่าทหารที่รอดชีวิต "สามวัน!" ปรานปรามอุทานเสียงดัง "เราจะทนทานได้ถึงวันนั้นจริงๆ หรือครับท่าน? ศัตรูยังคงประชิดใกล้เข้ามาทุกขณะ"
"เรารู้ดี" ประจักษ์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิดหนัก "แต่เราก็ไม่สามารถอยู่เฉยๆ ได้ การรอคอยเพียงอย่างเดียวคือการยอมจำนน เราต้องใช้เวลาสามวันนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด"
"แล้วเราจะทำอย่างไรครับท่าน?" นนท์ถามขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวังแต่ก็แฝงไว้ด้วยความกังวล "เราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว การรบแบบเปิดเผยคงไม่เป็นผลดีแน่"
"ถูกต้อง" ประจักษ์พยักหน้า "เราจะเปลี่ยนยุทธวิธี จากการตั้งรับ เราจะเปลี่ยนเป็นการรุก โดยการแทรกซึมเข้าไปในแนวหลังของศัตรู"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น เหล่าทหารที่นั่งฟังอยู่เริ่มหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจ การแทรกซึมเข้าไปในแนวหลังของศัตรูที่มีกำลังเหนือกว่าอย่างมหาศาลนั้น เป็นภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่งยวด
"ท่านประจักษ์แน่ใจหรือครับ?" ทหารหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังวล "ศัตรูมีกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่าเราหลายเท่า การเข้าไปในแดนศัตรูโดยตรงก็เหมือนกับการเอาตัวไปทิ้งให้เขาเชือด"
"ข้าเข้าใจความกังวลของพวกเจ้า" ประจักษ์กล่าวอย่างใจเย็น "แต่มันคือหนทางเดียวที่เราจะสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับศัตรู และซื้อเวลาให้กับหน่วยสนับสนุนได้ แผนการของข้าคือ เราจะส่งหน่วยลาดตระเวนพิเศษเข้าไปในดินแดนที่ศัตรูยึดครอง เพื่อก่อวินาศกรรม ทำลายแหล่งส่งกำลังบำรุง และที่สำคัญที่สุด คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดอ่อนของพวกมัน"
"ใครจะเป็นผู้นำหน่วยนี้ครับท่าน?" ปรานปรามถาม ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังประจักษ์อย่างมีความหมาย
ประจักษ์หันไปมองปรานปราม รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา "แน่นอน... ผู้ที่จะนำภารกิจสำคัญนี้ ก็คือท่านนั่นแหละ ผู้การปรานปราม"
ปรานปรามผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะยืนตัวตรงอย่างมั่นคง "ข้าน้อยยินดีรับคำสั่งครับท่าน! เพื่อแผ่นดินของเรา ข้าจะทำทุกอย่าง!"
"ข้าเชื่อในตัวท่าน" ประจักษ์กล่าว "และข้าก็จะเลือกทหารที่ดีที่สุดอีกห้าคนไปร่วมกับท่าน พวกเจ้าต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด อุปกรณ์เท่าที่มี เราจะจัดหาให้เต็มที่"
"แล้วหน่วยลาดตระเวนของเรา จะเข้าไปในแดนศัตรูได้อย่างไรครับท่าน?" นนท์ถามอีกครั้ง "เส้นทางที่เราเข้ามา ถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์แล้ว"
"นั่นคือส่วนที่ข้ากำลังจะอธิบาย" ประจักษ์หยิบแผนที่ผืนใหญ่ขึ้นมากางบนโต๊ะ "ข้าได้ศึกษาเส้นทางต่างๆ อย่างถี่ถ้วนแล้ว แม้ว่าเส้นทางหลักจะถูกควบคุมโดยศัตรู แต่ยังมีเส้นทางลับที่หลงเหลืออยู่จากการสำรวจของหน่วยข่าวกรองเมื่อหลายปีก่อน เป็นเส้นทางใต้ดินที่เชื่อมต่อกับระบบถ้ำธรรมชาติบางส่วน แม้จะอันตรายและค่อนข้างลำบาก แต่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเจ้าสามารถหลบเลี่ยงการตรวจตราของศัตรูได้"
เขาใช้นิ้วชี้ลากไปตามเส้นสีแดงบนแผนที่ "เส้นทางนี้จะเริ่มต้นจากฐานลับของเราตรงนี้ ลัดเลาะไปตามแนวภูเขา ผ่านระบบถ้ำใต้ดินที่อาจจะไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน จนไปโผล่อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ศัตรูควบคุมอยู่"
"ระบบถ้ำใต้ดิน?" ปรานปรามพึมพำ "ฟังดูแล้วอันตรายไม่น้อยเลยนะครับท่าน"
"แน่นอน" ประจักษ์ตอบ "ภายในถ้ำอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่คาดฝัน หรืออาจจะมีกับดักที่ธรรมชาติสร้างขึ้น หรือแม้กระทั่งกับดักที่ศัตรูอาจจะวางไว้เพื่อป้องกันการแทรกซึม เราไม่สามารถคาดเดาได้ทั้งหมด แต่พวกเจ้าคือทหารที่เก่งที่สุด มีประสบการณ์มากที่สุด นี่คือการทดสอบความสามารถของพวกเจ้าอย่างแท้จริง"
"แล้วเป้าหมายหลักของเราคืออะไรครับท่าน?" ปรานปรามถาม เขารู้ดีว่าภารกิจนี้ไม่ง่ายเลย
"เป้าหมายหลักของพวกเจ้า คือการเข้าถึงคลังแสงของศัตรูที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า" ประจักษ์ชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ "แหล่งข่าวกรองของเราได้ข้อมูลมาว่า ศัตรูได้รวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาลไว้ที่นั่น หากพวกเจ้าสามารถก่อวินาศกรรม ทำลายคลังแสงแห่งนี้ได้ จะเป็นการตัดกำลังสนับสนุนของศัตรูได้อย่างมีนัยสำคัญ และจะช่วยให้หน่วยสนับสนุนของเราเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้น"
"นอกจากนี้" ประจักษ์เสริม "หากมีโอกาส ให้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการบังคับบัญชาของศัตรู และตำแหน่งที่ตั้งของหน่วยรบหลักของพวกมัน ข้อมูลเหล่านี้จะมีค่ามหาศาลต่อแผนการรบของเราในระยะต่อไป"
"เราจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการเดินทางและปฏิบัติภารกิจครับท่าน?" นนท์ถาม
"พวกเจ้ามีเวลาห้าสิบสี่ชั่วโมง" ประจักษ์ตอบ "เมื่อได้รับคำสั่ง พวกเจ้าต้องออกเดินทางทันที และต้องกลับมารายงานผลก่อนที่หน่วยสนับสนุนจะเดินทางมาถึง นั่นหมายความว่าพวกเจ้ามีเวลาเพียงสองวันกับหกชั่วโมงในการปฏิบัติภารกิจและเดินทางกลับ"
"เวลาจำกัดมากครับท่าน" ปรานปรามกล่าว "แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด"
"ข้าขอให้พวกเจ้าทุกคนโชคดี" ประจักษ์กล่าว น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความหวัง "ชัยชนะของพวกเจ้า คือชัยชนะของพวกเราทุกคน"
การเตรียมการดำเนินไปอย่างเร่งรีบ เหล่าทหารถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ทหารที่ได้รับเลือกล้วนเป็นหน่วยที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้น มีความสามารถในการเอาตัวรอดสูง และมีทักษะเฉพาะทางที่หลากหลาย พวกเขาคือสุดยอดของเหล่าทหารที่ยังเหลืออยู่
ปรานปรามเองก็ใช้เวลาในการตรวจสอบอุปกรณ์อย่างละเอียด เขาได้รับปืนพกประจำกายรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกระสุนจำนวนมาก มีดสนามคู่ใจ เข็มทิศ ไฟฉาย และชุดปฐมพยาบาลขนาดเล็ก เขาได้ตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสารพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับการแทรกซึมโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถส่งสัญญาณได้ในระยะสั้นๆ และสามารถหลบหลีกการตรวจจับของศัตรูได้
"พร้อมแล้วครับท่าน" ปรานปรามรายงานตัว เขายืนสง่าผ่าเผยท่ามกลางแสงสลัวของห้องบัญชาการ
ประจักษ์พยักหน้า "จงจำไว้ปรานปราม ความสำเร็จของภารกิจนี้ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าทั้งหมด จงใช้สติปัญญาและไหวพริบเข้าต่อสู้ อย่าประมาทแม้แต่วินาทีเดียว"
"กระผมจะทำให้ดีที่สุดครับท่าน" ปรานปรามกล่าว เขาหันไปส่งสัญญาณให้ทหารอีกห้าคนที่ยืนรออยู่ เหล่าทหารทั้งหมดก้าวออกไปจากห้องบัญชาการอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่ปากทางเข้าอุโมงค์ลับ ที่จะนำพาพวกเขาไปสู่ดินแดนที่ถูกยึดครอง
ขณะที่พวกเขาเดินจากไป ประจักษ์ยังคงนั่งมองแผนที่บนโต๊ะ แสงไฟสลัวสาดส่องไปยังใบหน้าของเขา สะท้อนความกังวลและความหวังระคนกันไป เขาภาวนาในใจขอให้แผนการนี้ประสบความสำเร็จ ขอให้เหล่าทหารหาญของเขากลับมาอย่างปลอดภัย และขอให้ชัยชนะกลับมาเป็นของแผ่นดินอันเป็นที่รักอีกครั้ง
5,361 ตัวอักษร