ตอนที่ 5 — เส้นทางสู่วัดร้างกลางป่า
กวินทร์และลูกทีมเคลื่อนที่ต่อไปอย่างเงียบเชียบ รอยเท้าของศัตรูที่ปรากฏขึ้นเป็นเครื่องเตือนใจว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังในป่าแห่งนี้ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านกิ่งไม้เหมือนเสียงกระซิบเตือนภัย
"เราควรจะแยกเป็นสองทีมไหมครับท่าน" จ่าสิบเอก ประจักษ์ กระซิบถาม "เผื่อเราจะเจออะไรบางอย่างที่เร็วกว่า"
ร้อยเอก กวินทร์ส่ายหน้า "ยังไม่ถึงเวลา ประจักษ์ เรายังไม่รู้ว่าศัตรูมีกำลังพลมากแค่ไหน การแยกกำลังออกไปตอนนี้อาจจะทำให้เราตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิม"
"แต่ถ้าเราเจอสมชาย เขาอาจจะต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนนะครับท่าน" ประจักษ์ยังคงยืนกราน
"ข้ารู้" กวินทร์ตอบ "แต่เราต้องคิดถึงภาพรวมก่อน หากเราพลาด โอกาสที่ทุกคนจะรอดก็ยิ่งน้อยลง เราจะสำรวจไปพร้อมกันก่อน หากพบสิ่งผิดปกติที่ชัดเจน เราค่อยมาตัดสินใจกันอีกที"
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า ท่ามกลางต้นไม้อันเขียวขจีที่ดูสวยงาม แต่กลับซ่อนเร้นอันตรายไว้มากมาย กลิ่นดินชื้นและใบไม้เน่าลอยมาปะทะจมูก เป็นกลิ่นอายของธรรมชาติที่ผสมผสานกับความตึงเครียดจากการสู้รบ
"ผู้การครับ" ทหารนายหนึ่งที่เดินนำหน้าอยู่ชะงักเท้า "ตรงนั้นมีร่องรอยอะไรบางอย่าง"
กวินทร์รีบชะโงกหน้าไปดู เขาเห็นก้อนหินที่ถูกจัดวางอย่างผิดธรรมชาติอยู่ใต้พุ่มไม้ "ดูเหมือนจะเป็นกับดัก" เขาเอ่ยเสียงเบา "ดีที่ยังไม่ได้เดินไปเหยียบ"
"แย่จังครับท่าน" ทหารนายนั้นถอนหายใจ "เราจะผ่านไปได้อย่างไร"
"ไม่ต้องห่วง" กวินทร์สั่ง "ประจักษ์ ช่วยดูหน่อยว่ามีทางอ้อมไหม"
ประจักษ์เดินสำรวจไปรอบๆ และพบว่ามีทางเล็กๆ ซอกเล็กลอดผ่านโขดหินไปได้ "ทางนี้ครับท่าน ดูเหมือนจะพออ้อมผ่านไปได้"
"ดีมาก" กวินทร์กล่าว "ทุกคน เดินตามประจักษ์ไปอย่างระมัดระวัง"
พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามทางที่ประจักษ์นำทาง การเดินทางเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็ปลอดภัยกว่าการเดินตรงไปเผชิญหน้ากับกับดัก
ขณะที่เดินไปได้สักพัก เสียงเครื่องยนต์ที่ดังแว่วมาแต่ไกลก็ทำให้ทุกคนหยุดชะงัก "เสียงอะไรน่ะ" วินัย ทหารหนุ่มเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก
"เงียบ!" กวินทร์สั่ง "ทุกคนหมอบลง!"
ทุกคนหมอบลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว หลบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้และพุ่มไม้หนาทึบ เสียงเครื่องยนต์ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขาเห็นรถหุ้มเกราะของศัตรูวิ่งผ่านไปบนเส้นทางที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
"เป็นรถของศัตรูจริงๆ ด้วย" ประจักษ์กระซิบ "พวกมันเข้ามาลึกมาก"
"เราโชคดีที่มันไม่เห็นเรา" กวินทร์ถอนหายใจโล่งอก "เมื่อพวกมันไปแล้ว เราค่อยเคลื่อนที่ต่อ"
เมื่อเสียงเครื่องยนต์เงียบหายไปแล้ว กวินทร์ก็สั่งให้ลูกทีมเคลื่อนที่ต่อ "ตอนนี้เราต้องระวังตัวมากกว่าเดิม"
พวกเขาเดินต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เริ่มได้ยินเสียงเหมือนระฆังดังแว่วๆ มาแต่ไกล "นั่นเสียงอะไรครับท่าน" ทหารนายหนึ่งถาม
"เสียงระฆัง" กวินทร์ตอบ "แต่ทำไมถึงมีเสียงระฆังดังในป่าแบบนี้"
"ผมว่าเราน่าจะลองไปดูนะครับท่าน" ประจักษ์เสนอ "อาจจะเป็นวัดร้าง หรือที่ไหนสักแห่งที่พอจะให้เราหลบซ่อน หรือหาข้อมูลได้"
กวินทร์ครุ่นคิด "ก็เป็นไปได้" เขาหันไปมองลูกทีม "ใครเห็นอะไรผิดปกติ ให้รีบรายงานทันที"
พวกเขาค่อยๆ เดินตามเสียงระฆังไป ท่ามกลางความไม่แน่ใจ เสียงระฆังค่อยๆ ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขาเห็นเนินเขาเล็กๆ ที่มีกลุ่มอาคารโบราณตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้
"นั่นมันวัดร้างนี่นา" ทหารนายหนึ่งอุทาน
"ใช่แล้ว" กวินทร์ตอบ "ดูจากสภาพแล้ว น่าจะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว"
พวกเขาเดินเข้าไปใกล้วัดร้างมากขึ้น บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ และเสียงระฆังที่ยังคงดังเป็นระยะๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังตีมันอยู่
"ใครอยู่ข้างในน่ะครับ" ทหารนายหนึ่งตะโกนถาม
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มีเพียงเสียงระฆังที่ดังต่อไป
"ผมว่าเราเข้าไปดูกันเถอะครับท่าน" ประจักษ์คะยั้นคะยอ
กวินทร์พยักหน้า "ประจักษ์ นายกับทหารอีกสองนาย ไปดูลาดเลาข้างในก่อน ส่วนที่เหลือ คอยระวังอยู่ข้างนอก"
ประจักษ์พร้อมด้วยทหารอีกสองนาย เดินเข้าไปในบริเวณวัดร้างอย่างระมัดระวัง ขณะที่กวินทร์และที่เหลือยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก
ไม่นานนัก ประจักษ์ก็เดินกลับออกมา ใบหน้าของเขาดูตื่นเต้น "ผู้การครับ ข้างในมีคนอยู่จริงๆ!"
"ใคร" กวินทร์ถามอย่างรวดเร็ว
"เป็นพระครับท่าน" ประจักษ์ตอบ "ท่านบอกว่าท่านอยู่ที่นี่มานานแล้ว ท่านเป็นคนตีระฆังเอง"
"พระ" กวินทร์ทวนคำ "ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่ได้"
"ท่านบอกว่าท่านหนีภัยสงครามมาอยู่ที่นี่ครับท่าน" ประจักษ์อธิบาย "ท่านบอกว่าท่านรู้เส้นทางลับในป่าหลายเส้นทาง"
กวินทร์รู้สึกเหมือนได้เจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ "ดีมาก ประจักษ์ ไปพาพระรูปนั้นมาพบข้า"
ประจักษ์รีบเดินกลับเข้าไปในวัดร้างอีกครั้ง และไม่นานนัก เขาก็เดินออกมาพร้อมกับพระชราที่มีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา
"กราบนมัสการท่านพระคุณเจ้า" กวินทร์กล่าวอย่างนอบน้อม "กระผม ร้อยเอก กวินทร์ พร้อมด้วยกำลังพล ได้ประสบเหตุเครื่องบินตก และต้องการความช่วยเหลือ"
พระชรายิ้มอย่างใจดี "โยมไม่ต้องกังวล อาตมาจะช่วยเอง"
"ท่านพระคุณเจ้า พอจะทราบเส้นทางที่จะพาพวกกระผมออกไปจากที่นี่ และไปยังที่ปลอดภัยได้หรือไม่" กวินทร์ถามอย่างมีความหวัง
"แน่นอน" พระชราตอบ "อาตมารู้จักเส้นทางลับหลายเส้นทาง พวกโยมมาถูกที่แล้ว"
คำพูดของพระชราทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายลง ความหวังที่เคยเลือนรางเริ่มกลับมาอีกครั้ง
4,239 ตัวอักษร