ตอนที่ 7 — เส้นทางลับสู่ความหวังที่เลือนราง
"ท่านพระคุณเจ้า กวินทร์กล่าวด้วยความเคารพอย่างสูง เราจะรบกวนท่านมากเกินไปหรือไม่" ร้อยเอกกวินทร์ประนมมือไหว้พระชรา ใบหน้าเปื้อนคราบเหงื่อและเขม่าดินปืนฉายแววเหนื่อยอ่อนแต่แฝงไว้ด้วยความหวังที่เพิ่งถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง
พระชรายิ้มอย่างใจดี "โยมไม่ต้องห่วง การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเฉพาะในยามวิกฤตเช่นนี้ อาตมาจะนำทางพวกโยมเอง แต่ขอให้พวกโยมเชื่อฟังคำสั่งของอาตมาอย่างเคร่งครัด เส้นทางนี้อันตรายกว่าที่คิด"
"เราจะทำทุกอย่างที่ท่านบอกครับ" จ่าสิบเอกประจักษ์ขานรับ เขาเป็นคนแรกที่กวินทร์ไว้วางใจให้ประเมินสถานการณ์และตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ประจักษ์มีประสบการณ์ในสนามรบมากกว่าใครในทีม เขาเคยผ่านสมรภูมิที่โหดร้ายมาหลายครั้ง และความเฉลียวฉลาดของเขามักจะช่วยชีวิตลูกน้องไว้ได้เสมอ
"ดี" พระชราพยักหน้า "พวกโยมตามอาตมามา ข้าจะพาไปที่โพรงไม้ใหญ่ตรงโน้น มันเป็นทางเข้าสู่อุโมงค์ที่คนสมัยก่อนขุดไว้เพื่อหลบภัยสงคราม เมื่อก่อนพวกชาวบ้านก็ใช้เป็นที่ซ่อนของกินของใช้กัน แต่ตอนนี้มันอาจจะทรุดโทรมไปบ้าง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ"
กวินทร์หันไปมองลูกทีมที่เหลืออยู่เพียงสิบชีวิต ทุกคนดูอ่อนแรงและอิดโรย แต่ดวงตาของพวกเขากลับฉายประกายความหวังเมื่อได้ยินคำว่า "ทางลับ" "ทุกคน เตรียมพร้อม เคลื่อนที่อย่างเงียบที่สุด" เขาสั่งเสียงเบา
พระชรานำทางไปอย่างคล่องแคล่วราวกับรู้จักเส้นทางนี้ดีแม้ในความมืด แสงไฟฉายจากกระบอกปืนไรเฟิลของทหารส่องนำทางเป็นระยะ พวกเขาก้าวผ่านพงหญ้าสูงและกิ่งไม้ที่ยื่นระโยงระยาง เสียงฝีเท้าของพวกเขาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมและเสียงสัตว์กลางคืน
"ตรงนี้แหละ" พระชราหยุดที่ต้นไม้ใหญ่ที่ดูเก่าแก่มาก ลำต้นของมันใหญ่จนต้องใช้คนถึงห้าคนโอบถึงจะรอบ ที่โคนต้นมีช่องว่างขนาดใหญ่พอที่คนหนึ่งคนจะมุดเข้าไปได้ "ข้างในค่อนข้างแคบและมืด พลทหารบุญมี เธอถือไฟฉายนำหน้าไปก่อน สังเกตพื้นทางเดินให้ดี มีรากไม้และหินเยอะ อาจจะลื่นได้"
พลทหารบุญมีเป็นหนุ่มน้อยที่เพิ่งเข้าร่วมกองทัพได้ไม่นาน เขามีแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความกลัวเล็กน้อย เขาพยักหน้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน "ครับท่าน"
บุญมีค่อยๆ มุดเข้าไปในโพรงไม้ แสงไฟฉายส่องให้เห็นทางเดินเล็กๆ ที่คดเคี้ยวลงไปใต้ดิน กวินทร์เป็นคนสุดท้ายที่มุดตามเข้าไป ตามด้วยประจักษ์และลูกทีมคนอื่นๆ
"ทางเดินที่นี่แคบมากจริงๆ" ประจักษ์พึมพำขณะที่เขาพยายามขยับตัวไปข้างหน้า "เหมือนกับเรากำลังคลานอยู่ในท้องงู"
"ระวังหัวนะท่าน" บุญมีเตือนพลางชะลอความเร็วลง "มีเพดานต่ำตรงช่วงนี้"
พวกเขาเดินตามกันไปอย่างทุลักทุเลในความมืด กลิ่นอับชื้นของดินและเชื้อราปะปนมากับอากาศเย็นเยียบที่โชยออกมาจากอุโมงค์ เสียงหยดน้ำที่ดังเป็นจังหวะอยู่เป็นระยะๆ สร้างความรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย
"เรามาถึงจุดที่ทางแยกแล้วครับท่าน" เสียงบุญมีดังขึ้นจากข้างหน้า "มีสองทาง ทางซ้ายดูเหมือนจะกว้างกว่าหน่อย แต่ทางขวาดูเหมือนจะมีน้ำไหลอยู่"
พระชราที่เดินตามหลังมาเอ่ยขึ้น "ให้เลี้ยวซ้ายไปทางที่กว้างกว่า ทางนั้นจะพาเราออกไปยังอีกด้านหนึ่งของเนินเขา"
"ท่านแน่ใจนะครับ" กวินทร์ถามด้วยความกังวล "ทางที่มีน้ำอาจจะอันตรายกว่า แต่บางทีมันอาจจะนำไปสู่ทางออกที่เร็วกว่าก็ได้"
"ความปลอดภัยต้องมาก่อนโยม" พระชราตอบ "ทางที่มีน้ำอาจมีสัตว์ร้าย หรืออาจเป็นทางที่ศัตรูใช้ในการดักซุ่ม ข้าเคยมาสำรวจที่นี่เมื่อหลายปีก่อน ทางซ้ายปลอดภัยกว่าแน่นอน"
กวินทร์เชื่อใจในสัญชาตญาณของพระชรา เขาไม่ต้องการเสี่ยงอะไรอีกแล้ว "รับทราบครับบุญมี เลี้ยวซ้าย"
พวกเขาเดินต่อไปอีกราวหนึ่งชั่วโมง ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า การเดินทางใต้ดินทำให้รู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
"ท่านครับ" เสียงประจักษ์ดังขึ้นมา "ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างข้างหน้า"
ทุกคนชะงักกึก กวินทร์โบกมือเป็นสัญญาณให้หยุดและตั้งใจฟัง เขาพยายามเพ่งประสาทสัมผัสทั้งหมดเพื่อจับเสียงที่แว่วมา
"เสียงเหมือนคนคุยกันนะครับท่าน" บุญมีกระซิบ "แต่เบามาก"
"เตรียมพร้อม" กวินทร์กระซิบตอบ "ประจักษ์ ไปกับฉัน"
เขาค่อยๆ ย่องไปข้างหน้า โดยมีประจักษ์ตามประกบติด สองคนค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามทางเดินที่คดเคี้ยว แสงไฟฉายถูกปิดลง เหลือเพียงแสงสลัวๆ ที่ลอดมาจากช่องลมด้านหน้า
เมื่อใกล้ถึงจุดที่ได้ยินเสียง กวินทร์แอบมองลอดช่องว่างเล็กๆ ที่เกิดจากรอยแยกของผนังอุโมงค์ เขาเห็นแสงไฟสลัวๆ และเงาคนกำลังคุยกันอยู่
"มันคือใครกันนะ" ประจักษ์กระซิบถาม
"ไม่รู้สิ" กวินทร์ตอบ "แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่พวกเรา"
เขาสังเกตเห็นว่าบุคคลเหล่านั้นสวมชุดเครื่องแบบที่ไม่คุ้นตา และถืออาวุธที่ไม่ใช่แบบที่กองทัพของเขาใช้
"พวกมันคือศัตรู!" เสียงประจักษ์ดังขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบหุบปากลง "พวกมันกำลังลาดตระเวนในนี้!"
กวินทร์หน้าซีดลงทันที "แย่แล้ว เราต้องรีบออกจากที่นี่ก่อนที่พวกมันจะรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้"
เขาหันกลับไปทางพระชราและลูกทีมที่รออยู่ "ท่านครับ เราต้องรีบไป พวกเราเจอพวกศัตรูเข้าแล้ว"
พระชราดูไม่ตกใจนัก "ตามอาตมามา อาตมามีทางออกอีกทางหนึ่ง แต่มันอาจจะอันตรายกว่าเดิม"
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับ" กวินทร์กล่าว
"ไปกันเถอะ" พระชราตอบ "เร็วเข้า"
พวกเขาหันหลังกลับและรีบวิ่งกลับไปตามทางเดินเดิมอย่างเร่งรีบ เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังขึ้นในความเงียบของอุโมงค์ ขณะที่พวกเขากำลังวิ่ง หนีตายจากอันตรายที่อาจจะคืบคลานเข้ามา
4,391 ตัวอักษร