เมื่อพ่อต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่ 2 / 47

ตอนที่ 2 — รอยแผลเป็นและความจริงที่ต้องเผชิญ

เช้าวันรุ่งขึ้น ภาคย์ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ก็มีแรงฮึดที่จะเริ่มต้นวันใหม่ เขาเดินเข้าไปในห้องนอนของลูกแก้ว เห็นลูกสาวกำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนเตียง “อรุณสวัสดิ์จ้ะลูกสาว” เขาเอ่ยทักทาย “วันนี้เป็นไงบ้าง” ลูกแก้วเงยหน้าขึ้น ยิ้มให้พ่อ “อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ หนูสบายดี” ภาคย์เดินไปนั่งข้างๆ ลูกสาว “ทำการบ้านเสร็จหรือยัง” “ใกล้เสร็จแล้วค่ะ” ลูกแก้วตอบ “แล้วพ่อล่ะคะ วันนี้มีประชุมแต่เช้าเลยใช่ไหม” “ใช่แล้ว” ภาคย์พยักหน้า “พ่อต้องรีบไปบริษัทหน่อย” เขาเหลือบไปมองนาฬิกา “แต่ก่อนไป พ่อจะทำอาหารเช้าให้เราก่อน” “ดีเลยค่ะพ่อ” ลูกแก้วตอบอย่างกระตือรือร้น ภาคย์ลุกขึ้นเดินเข้าครัว เขาหยิบขนมปังออกมาปิ้ง และตอกไข่ใส่กระทะ ทอดไข่ดาวแบบง่ายๆ เขาพยายามทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด แต่ก็ยังรู้สึกเก้ๆ กังๆ เขามักจะทำอะไรช้ากว่าพิมพ์ดาวเสมอ “พ่อคะ” ลูกแก้วเดินตามเข้ามา “หนูช่วยล้างจานได้ค่ะ” “ขอบคุณมากนะลูก” ภาคย์ตอบ “แต่พ่อว่าลูกไปทำการบ้านให้เสร็จก่อนดีกว่า” “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ หนูอยากช่วย” ลูกแก้วหยิบจานไปล้างอย่างคล่องแคล่ว ภาคย์มองดูการกระทำของลูกสาวแล้วก็รู้สึกประทับใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าลูกสาวตัวน้อยๆ ของเขาจะโตเกินวัยขนาดนี้ ขณะที่กำลังจะจัดอาหารเช้าใส่จาน ภาคย์ก็นึกขึ้นได้ “ลูกแก้ว” เขาหันไปหาลูกสาว “เย็นนี้พ่ออาจจะกลับบ้านช้าหน่อยนะ พอดีมีงานด่วนที่บริษัท” ลูกแก้วทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย “อ๋อ… ค่ะพ่อ” ภาคย์รู้สึกผิด “ขอโทษนะลูก พ่อจะพยายามรีบกลับให้เร็วที่สุด” “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ หนูเข้าใจ” ลูกแก้วยิ้มให้พ่อ “หนูจะรอพ่อกลับบ้านนะคะ” ภาคย์รู้สึกขอบคุณลูกสาวเหลือเกิน เขาตักอาหารเช้าใส่จานยื่นให้ลูกสาว “กินให้อร่อยนะ” หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ภาคย์ก็เตรียมตัวไปทำงาน เขาหอมแก้มลูกสาว “พ่อไปนะลูก” “ค่ะพ่อ เดินทางปลอดภัยนะคะ” ลูกแก้วโบกมือลา ภาคย์ขับรถมาถึงบริษัทด้วยใจที่ยังคงเป็นห่วงลูกสาว เขาทำงานอย่างขะมักเขม้น พยายามสะสางงานที่ค้างคาให้เสร็จโดยเร็ว แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงอดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้ เขาจึงส่งข้อความไปหาลูกแก้วเป็นระยะๆ “พ่อถึงที่ทำงานแล้วนะลูก ระวังตัวด้วยนะ” “ทำงานบ้านอยู่เหรอ” “ทานข้าวเที่ยงหรือยัง” เสียงตอบกลับมาเป็นระยะๆ ทำให้ภาคย์คลายความกังวลไปได้บ้าง ลูกแก้วตอบกลับมาอย่างร่าเริง ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น “หนูทานข้าวเที่ยงแล้วค่ะพ่อ” “การบ้านก็ใกล้เสร็จแล้วค่ะ” “หนูจะอ่านหนังสือรอพ่อกลับบ้านนะคะ” ภาคย์ยิ้มให้กับข้อความเหล่านั้น เขาไม่รู้ว่าชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เขารู้ว่าเขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อลูกสาว ช่วงบ่าย ภาคย์กำลังประชุมกับลูกค้าคนสำคัญอยู่ จู่ๆ โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น เขาแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นข้อความจากลูกแก้ว “พ่อคะ โรงเรียนเรียกผู้ปกครองไปพบด่วนค่ะ” ภาคย์ใจหายวูบ เขาตอบกลับไปทันที “เกิดอะไรขึ้นลูก” “หนูไม่รู้ค่ะ แต่คุณครูดูเครียดๆ” ภาคย์รู้สึกกังวล เขาต้องรีบไปโรงเรียนลูกสาวให้เร็วที่สุด เขาขอตัวจากที่ประชุมทันที “ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีมีเรื่องด่วนที่ต้องจัดการ” ลูกค้ามองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ แต่ภาคย์ไม่สนใจ เขารีบขับรถไปยังโรงเรียนของลูกสาว หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวล เมื่อไปถึงโรงเรียน ภาคย์ก็ตรงไปที่ห้องผู้อำนวยการ เขาเห็นลูกแก้วนั่งก้มหน้าอยู่บนเก้าอี้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้อำนวยการมองหน้าภาคย์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คุณภาคย์นะครับ” ผู้อำนวยการเริ่มพูด “ผมต้องขออภัยที่ต้องเรียกคุณมาในสถานการณ์เช่นนี้” ภาคย์รู้สึกไม่สบายใจ “มีเรื่องอะไรครับ” “คือ…ลูกสาวของคุณ มีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมครับ” ผู้อำนวยการกล่าว “เธอไม่ค่อยพูดคุยกับเพื่อนๆ เก็บตัว และบางครั้งก็ถูกล้อเลียนเรื่องครอบครัวของเธอครับ” ภาคย์หันไปมองลูกแก้ว เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกสาวของเขาจะต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้ “ถูกล้อเลียนเรื่องอะไรครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ก็… เรื่องที่เธอไม่มีแม่ไงครับ” ผู้อำนวยการตอบอย่างอ้อมแอ้ม “เด็กคนอื่นๆ อาจจะเข้าใจผิด คิดว่าเธอถูกทอดทิ้ง หรืออะไรทำนองนั้นครับ” ภาคย์รู้สึกเจ็บปวด เขาไม่รู้จะอธิบายให้เด็กคนอื่นๆ เข้าใจได้อย่างไร ว่าครอบครัวของเขาไม่ได้ผิดปกติอะไร “ผมเข้าใจครับ” ภาคย์พยายามควบคุมอารมณ์ “ผมจะคุยกับลูกสาวของผมให้ดีที่สุดครับ” ลูกแก้วเงยหน้ามองพ่อ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ “หนูขอโทษค่ะพ่อ” เธอกระซิบ “หนูทำให้พ่อลำบากใจอีกแล้ว” ภาคย์เดินเข้าไปกอดลูกสาวไว้แน่น “ไม่เป็นไรนะลูก พ่อไม่เคยคิดว่าลูกทำให้พ่อลำบากใจเลย” เขากระซิบข้างหูเธอ “พ่อรักลูกนะ” หลังจากคุยกับผู้อำนวยการเสร็จ ภาคย์ก็พาลูกสาวกลับบ้าน เขามองลูกสาวด้วยความสงสาร เขาไม่รู้จะปลอบประโลมเธออย่างไร “ลูกแก้ว” ภาคย์เริ่มพูด “พ่อเข้าใจนะว่ามันอาจจะยาก” ลูกแก้วเงยหน้ามองพ่อ “หนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้วค่ะพ่อ” “พ่อรู้ว่าลูกรู้สึกยังไง” ภาคย์ตอบ “แต่ลูกต้องไปโรงเรียนนะลูก มันเป็นสิ่งสำคัญ” “แต่เพื่อนๆ เขาแกล้งหนู” ลูกแก้วพูดเสียงสั่น ภาคย์กุมมือลูกสาวไว้ “พ่อจะคุยกับคุณครูให้ พวกเขาจะช่วยดูแลลูกเอง” เขาพยายามพูดให้มั่นใจ “แล้วถ้ามีใครมาแกล้งลูกอีก ลูกบอกพ่อนะ พ่อจะจัดการให้” ลูกแก้วมองพ่อด้วยความหวัง “จริงเหรอคะพ่อ” “จริงสิ” ภาคย์ยิ้ม “พ่อจะอยู่ข้างๆ ลูกเสมอ” ภาคย์พาขับรถกลับบ้าน บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบ เขาพยายามหาทางที่จะทำให้ลูกสาวรู้สึกดีขึ้น เขาคิดถึงพิมพ์ดาว เขาอยากให้เธออยู่ที่นี่ เพื่อช่วยเขาดูแลลูกสาว “พ่อคะ” ลูกแก้วพูดขึ้นมา “แม่เคยบอกหนูว่ายังไงนะคะ” ภาคย์มองหน้าลูกสาว “แม่บอกว่า…ลูกเป็นเด็กที่เข้มแข็งที่สุดในโลก” ลูกแก้วยิ้มบางๆ “หนูจะเข้มแข็งนะคะพ่อ” ภาคย์รู้สึกดีใจที่เห็นลูกสาวกลับมายิ้มได้ เขาจอดรถริมทาง หันไปมองลูกสาว “พ่อว่าเย็นนี้เราไปกินไอศกรีมกันนะ” ลูกแก้วตาเป็นประกาย “จริงเหรอคะพ่อ” “จริงสิ” ภาคย์ยิ้ม “ไอศกรีมรสโปรดของลูกไง” ภาคย์พาไปร้านไอศกรีมร้านโปรดของลูกสาว เขาเห็นลูกสาวมีความสุข เขาจึงรู้สึกดีใจขึ้นมาบ้าง แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็ยังคงเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่โรงเรียนของลูกสาว เขาไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร เมื่อกลับถึงบ้าน ภาคย์ก็ชวนลูกสาวไปนั่งเล่นที่สวนหลังบ้าน เขาปูผ้าปูพื้น และเตรียมผลไม้สดๆ มาให้ลูกสาว “วันนี้เราพักผ่อนกันนะลูก” ลูกแก้วเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ “พ่อคะ” “ว่าไงจ๊ะ” ภาคย์ตอบ “หนูคิดถึงแม่ค่ะ” ลูกแก้วพูดขึ้นมา น้ำตาเริ่มไหลอีกครั้ง ภาคย์เดินเข้าไปกอดลูกสาว “พ่อก็คิดถึงแม่เหมือนกัน” เขาพูดพลางลูบหลังลูกสาวเบาๆ “แต่เรายังมีกันและกันนะลูก” “หนูรู้ค่ะพ่อ” ลูกแก้วเงยหน้ามองพ่อ “หนูจะพยายามเข้มแข็งเพื่อพ่อค่ะ” ภาคย์ยิ้ม “พ่อก็เหมือนกันนะลูก” เขารู้ว่าการเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมันไม่ง่ายเลย แต่เขาก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

5,295 ตัวอักษร