ตอนที่ 6 — รอยร้าวในแผนที่ และเสียงกระซิบจากอดีต
ก้องเดินลุยเข้าไปในบริเวณซากปรักหักพังของตลาดสดที่ถูกระเบิดไปเมื่อไม่กี่วันก่อน อากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของเศษปูน เศษไม้ และกลิ่นไหม้จางๆ ที่ยังคงติดตรึงอยู่ เขาเดินสำรวจไปรอบๆ บริเวณอย่างละเอียด สายตาของเขากวาดมองไปทั่วทุกซอกทุกมุม ราวกับกำลังค้นหาสิ่งที่มองไม่เห็น
“หมวดก้องครับ!” เสียงจ่าสมชายดังขึ้นจากด้านหลัง ก้องหันไปมอง เห็นจ่าสมชายกำลังเดินตรงมาพร้อมกับถุงพลาสติกใบเล็กในมือ
“เป็นไงบ้างครับหมวด” จ่าสมชายถาม “เจออะไรเพิ่มเติมไหม”
“ยังเลยครับจ่า” ก้องส่ายหน้า “เหมือนทุกอย่างถูกทำลายไปหมดแล้ว”
“ผมก็เหมือนกันครับ” จ่าสมชายถอนหายใจ “ผมลองไปสอบถามชาวบ้านแถวนี้เพิ่มเติมแล้วครับ แต่ส่วนใหญ่ก็จำอะไรเกี่ยวกับตระกูลอรุณรุ่งได้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะจำได้แค่ว่าเคยรวยมาก แล้วก็หายไปเฉยๆ”
“แล้วเรื่อง ‘เงา’ ล่ะครับ” ก้องถาม
“ผมก็ลองสืบๆ ดูแล้วครับหมวด” จ่าสมชายตอบ “แต่ข้อมูลที่ได้มาก็มีน้อยมากครับ ดูเหมือนพวกเขาจะทำงานอย่างเป็นระบบ และระมัดระวังตัวมาก ไม่มีใครรู้ว่าใครคือสมาชิก หรือใครคือผู้นำ”
“แล้วเรามีอะไรในมือตอนนี้บ้างครับ” ก้องถาม
“ก็มีสมุดบันทึกของตระกูลอรุณรุ่งนี่แหละครับ” จ่าสมชายชี้ไปที่ถุงพลาสติก “ผมลองนำมันไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารโบราณดูแล้ว เขาบอกว่าลายมือและกระดาษที่ใช้ในบันทึก เป็นของจริง และมีอายุเก่าแก่จริงๆ”
“แล้วพิมพ์เขียวล่ะครับ” ก้องถาม
“ผมส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมดูแล้วครับ” จ่าสมชายกล่าว “เขาบอกว่าเป็นแผนผังการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินที่ซับซ้อนมาก และดูเหมือนจะเป็นเทคนิคที่ใช้กันในสมัยโบราณ แต่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น”
“แล้วสัญลักษณ์ของโรงกษาปณ์หลวงที่อยู่บนพิมพ์เขียวล่ะครับ” ก้องถามต่อ
“นั่นแหละครับที่น่าสนใจ” จ่าสมชายเปิดถุงพลาสติก หยิบแผ่นกระดาษที่ถ่ายสำเนามาจากพิมพ์เขียวออกมา “ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า สัญลักษณ์นี้เป็นตราประจำโรงกษาปณ์หลวงในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศครับ”
“สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ...” ก้องทวนคำ “แสดงว่าแผนผังนี้มีอายุเก่าแก่กว่าที่คาดไว้มาก”
“ใช่ครับหมวด” จ่าสมชายพยักหน้า “แล้วที่สำคัญกว่านั้นคือ... สัญลักษณ์นี้ไม่ได้ปรากฏอยู่บนเอกสารของโรงกษาปณ์หลวงในยุคหลังๆ เลย”
“หมายความว่ายังไงครับ” ก้องถาม
“หมายความว่า... อาจจะมีใครบางคนในตระกูลอรุณรุ่ง หรือคนที่เกี่ยวข้อง ได้รับมอบหมายให้ดูแล หรือครอบครองแผนผังนี้มาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว” จ่าสมชายอธิบาย
“แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับเศรษฐีวิทย์ล่ะครับ” ก้องถามถึงคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัว
“ตรงนี้แหละครับที่ผมกำลังจะบอก” จ่าสมชายหยิบเอกสารอีกแผ่นออกมา “ผมลองสืบประวัติของเศรษฐีวิทย์ดูอย่างละเอียดอีกครั้ง และผมเจอข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจมาก”
เขาชี้ไปที่รูปภาพในเอกสาร “นี่คือรูปของบิดาของเศรษฐีวิทย์ครับ”
ก้องมองรูปภาพนั้นอย่างพิจารณา ชายในรูปมีใบหน้าเคร่งขรึม แววตาดูฉลาดเฉลียว “ผมไม่เคยเห็นรูปท่านมาก่อนเลยครับ”
“ผมก็เหมือนกันครับหมวด” จ่าสมชายกล่าว “แต่ที่น่าสนใจคือ... ท่านมีชื่อเสียงในวงการค้าทองคำมาตั้งแต่อายุยังน้อย และมีข่าวลือว่าท่านเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลเจ้าสัวเก่าแก่ตระกูลหนึ่ง...”
“ตระกูลเจ้าสัวเก่าแก่...” ก้องนึกถึงตระกูลอรุณรุ่ง
“ใช่ครับหมวด” จ่าสมชายยืนยัน “มีบันทึกบางส่วนที่กล่าวถึงว่า บิดาของเศรษฐีวิทย์ เคยมีความขัดแย้งกับตระกูลอรุณรุ่ง ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ตระกูลอรุณรุ่งเริ่มประสบปัญหาทางการเงิน”
“ขัดแย้งกันเรื่องอะไรครับ” ก้องถามอย่างใจจดใจจ่อ
“ตรงนี้แหละครับที่ข้อมูลหายไป” จ่าสมชายกล่าว “เหมือนมีใครบางคนจงใจลบประวัติส่วนนี้ทิ้งไป แต่จากข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ ผมคาดว่าความขัดแย้งนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับ ‘สมบัติ’ บางอย่าง”
“สมบัติ... ที่ซ่อนอยู่ใต้ตลาดแห่งนี้” ก้องสรุป
“เป็นไปได้สูงครับหมวด” จ่าสมชายเห็นด้วย “และถ้าหากบิดาของเศรษฐีวิทย์ เป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนผังโบราณนี้ และมีความขัดแย้งกับตระกูลอรุณรุ่ง เรื่องราวทั้งหมดก็อาจจะโยงใยไปถึงเศรษฐีวิทย์ในปัจจุบันได้”
“แต่ทำไมเศรษฐีวิทย์ถึงต้องทำเรื่องพวกนี้ล่ะครับ” ก้องยังคงสงสัย “ถ้าเขารู้เรื่องสมบัติ ทำไมเขาถึงไม่หามันตั้งแต่แรก”
“บางที... เขาอาจจะกำลังหาอยู่ก็เป็นได้ครับหมวด” จ่าสมชายเสนอ “หรือบางที... เขาอาจจะต้องการใช้แผนการที่ซับซ้อนกว่านั้น”
ก้องมองไปที่พิมพ์เขียวอีกครั้ง พลิกกลับไปดูด้านหลังของแผ่นกระดาษ เขาสังเกตเห็นรอยปรุเล็กๆ ที่มุมหนึ่งของกระดาษ “อะไรน่ะ” เขาลองแกะรอยปรุนั้นออก
มันคือชิ้นส่วนกระดาษขนาดเล็กที่ถูกซ่อนไว้ด้านหลังพิมพ์เขียว ก้องค่อยๆ คลี่มันออก เผยให้เห็นภาพวาดเส้นเล็กๆ ของแผนที่บางส่วน และมีข้อความกำกับไว้ว่า “ทางลับใต้หอระฆัง”
“หอระฆัง?” จ่าสมชายเลิกคิ้ว “หอระฆังเก่าที่อยู่ตรงกลางเมืองน่ะเหรอครับ”
“ใช่ครับ” ก้องตอบ “แต่ผมไม่เข้าใจ ว่ามันจะเกี่ยวข้องอะไรกับที่นี่”
“บางที... อาจจะมีทางเชื่อมต่อกันก็ได้ครับหมวด” จ่าสมชายเสนอ “หรือบางที... หอระฆังอาจจะเป็นจุดเริ่มต้น หรือจุดสิ้นสุดของอุโมงค์ที่เราเห็นในแผนผัง”
“เป็นไปได้” ก้องครุ่นคิด “แต่ทำไมต้องซ่อนข้อมูลนี้ไว้ที่นี่ด้วยล่ะ”
“ผมว่า... คนที่เขียนบันทึก คงต้องการให้คนที่ค้นพบมันจริงๆ เท่านั้น ถึงจะได้เจอข้อมูลส่วนนี้ครับหมวด” จ่าสมชายกล่าว “เหมือนเป็นการคัดกรอง คนที่ไม่ใช่ อาจจะมองไม่เห็น หรือไม่สนใจ”
“แล้วเราจะไปยังหอระฆังได้ยังไง” ก้องถาม
“หอระฆังเก่าแก่แห่งนั้น ตอนนี้ถูกปิดตายมานานแล้วครับหมวด” จ่าสมชายตอบ “ไม่มีใครเข้าไปได้”
“แต่เราต้องลองดู” ก้องตัดสินใจ “ผมรู้สึกว่าเราใกล้จะถึงความจริงแล้ว”
เขาเก็บชิ้นส่วนแผนที่เล็กๆ นั้นใส่กระเป๋า “จ่าครับ เราต้องไปที่หอระฆังเก่าแก่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด”
“ครับหมวด” จ่าสมชายตอบรับ “ผมจะประสานงานเรื่องการเข้าถึงหอระฆังให้”
ก้องเดินสำรวจซากปรักหักพังไปเรื่อยๆ ความคิดของเขาเต็มไปด้วยภาพแผนที่อุโมงค์โบราณ สัญลักษณ์โรงกษาปณ์หลวง ข้อความเตือนภัย และเสียงกระซิบจากอดีตที่กำลังดังขึ้นเรื่อยๆ เขาเชื่อว่าเบื้องหลังเหตุการณ์ระเบิดตลาดสดครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าที่คาดคิดไว้มาก
“ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้” ก้องพึมพำ “และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไร”
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มจะมืดครึ้ม เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ราวกับกำลังจะบอกเป็นนัยถึงพายุลูกใหญ่ที่จะมาถึง
“ผมหวังว่าเราจะหาคำตอบได้ทันเวลา” ก้องกล่าวกับตัวเอง เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
5,197 ตัวอักษร