ตอนที่ 7 — รหัสลับในแบบแปลนโบราณ
ก้องก้าวเท้าฝ่าเศษซากปรักหักพังที่ทับถมหนาทึบ กลิ่นฝุ่นคละคลุ้งเข้าจมูกจนแสบตา เสียงรองเท้าบู๊ตย่ำไปบนพื้นกรวดดังกรอบแกรบ เขาเพ่งสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณซากตลาดสดที่เคยคึกคัก บัดนี้เหลือเพียงซากอิฐปูนที่พังทลาย สภาพที่เห็นชวนหดหู่ใจ แต่สัญชาตญาณนักสืบของเขากลับกระตุ้นให้ต้องค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้
“หมวดก้องครับ!” เสียงจ่าสมชายดังมาจากด้านหลัง ก้องหันไปมองเห็นจ่าสมชายและทีมงานกำลังก้าวเข้ามาในพื้นที่อย่างระมัดระวัง “เจออะไรบ้างครับ”
“ยังเลยครับจ่า” ก้องตอบพลางกวาดสายตาไปรอบๆ อีกครั้ง “ดูเหมือนทุกอย่างถูกเผาทำลายจนไม่เหลือร่องรอยอะไรให้จับได้เลย”
จ่าสมชายเดินเข้ามาใกล้ พลางก้มลงมองเศษอิฐที่กองสุมอยู่ “แต่เราต้องหาให้เจอครับหมวด นี่มันเป็นหน้าที่ของเรา”
“ผมรู้ครับ” ก้องถอนหายใจเบาๆ “แต่ดูเหมือนคนร้ายจะเตรียมการมาอย่างดี พวกเขากำจัดหลักฐานได้แนบเนียนมาก”
ทันใดนั้น สายตาของก้องก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่โผล่พ้นขึ้นมาจากกองอิฐ ก้อนวัตถุนั้นมีลักษณะเป็นแผ่นคล้ายกระดาษที่แข็งตัวจากการถูกความร้อน แต่ยังคงพอจะมองเห็นลวดลายบางอย่างได้ เขาเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะค่อยๆ ใช้มือปัดเศษฝุ่นและซากปรักหักพังออกอย่างเบามือ
“นั่นมันอะไรครับหมวด” จ่าสมชายถาม เมื่อเห็นก้องกำลังก้มลงสำรวจวัตถุชิ้นนั้น
“ไม่แน่ใจครับจ่า” ก้องตอบ “แต่มันดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของแบบแปลนบางอย่าง”
เขาค่อยๆ ดึงวัตถุชิ้นนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง มันเป็นแผ่นกระดาษแข็งที่ผ่านความร้อนจนแข็งตัว แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ลวดลายที่ปรากฏบนแผ่นกระดาษนั้นยังคงมองเห็นได้ชัดเจน มันไม่ใช่ภาพวาดธรรมดา แต่เป็นเส้นสายที่ซับซ้อน มีตัวเลขและสัญลักษณ์ประหลาดสลักอยู่
“นี่มัน...แบบแปลนอะไรกัน” จ่าสมชายพึมพำ มองดูสิ่งที่ก้องถืออยู่ด้วยความสงสัย
“ผมไม่เคยเห็นแบบแปลนแบบนี้มาก่อนเลยครับ” ก้องกล่าว “ดูเหมือนจะเป็นแผนผังโครงสร้างอะไรบางอย่างที่เก่าแก่มากๆ”
เขานำแผ่นกระดาษแข็งนั้นไปวางไว้บนพื้นผิวที่เรียบที่สุดที่หาได้ ซึ่งก็คือเศษแผ่นหลังคาที่ยังพอจะตั้งอยู่ได้ ก้องสังเกตเห็นว่าบนแผ่นกระดาษนี้มีรอยไหม้เกรียมอยู่หลายจุด แต่ตรงกลางยังคงมีส่วนที่สมบูรณ์อยู่ เขาค่อยๆ รูดนิ้วไปตามเส้นสายต่างๆ พยายามทำความเข้าใจกับลวดลายที่ซับซ้อน
“สัญลักษณ์พวกนี้ดูเหมือนจะเป็นภาษาโบราณ” ก้องกล่าว “ผมเคยเห็นผ่านๆ ในหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอักษรย้อนยุค”
“แล้วไอ้ตัวเลขพวกนี้ล่ะครับหมวด” จ่าสมชายชี้ไปยังตัวเลขที่เรียงรายอยู่ “มันมีความหมายอะไรหรือเปล่า”
“ผมไม่แน่ใจครับ” ก้องขมวดคิ้ว “แต่ดูจากตำแหน่งที่มันปรากฏ คงไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา อาจจะเป็นรหัสอะไรบางอย่าง”
เขานำแผ่นแบบแปลนมาเทียบกับแผนที่ของตลาดสดเก่าที่เขาได้มาจากเทศบาล แต่ก็ไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ เส้นสายบนแบบแปลนนี้ไม่ได้ตรงกับผังของตลาดเลยแม้แต่น้อย
“นี่มันแปลกจริงๆ ครับจ่า” ก้องกล่าว “ถ้าไม่ใช่แบบแปลนของตลาด แล้วมันจะเป็นแบบแปลนของอะไรกันแน่”
“หรือว่ามันจะเป็นแผนผังของอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ตลาดครับหมวด” จ่าสมชายเสนอความคิด “อย่างอุโมงค์ลับ หรือห้องใต้ดินที่ไม่มีใครรู้”
ความคิดของจ่าสมชายทำให้ก้องเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว เขาจำได้ว่าบันทึกของตระกูลอรุณรุ่งที่เขาได้มา มีการกล่าวถึง “สมบัติที่ถูกซ่อนเร้น” และ “ความลับใต้ผืนดิน”
“เป็นไปได้ครับจ่า” ก้องตอบ “แต่ดูจากสภาพของแบบแปลนนี้ มันเก่าแก่มาก อาจจะมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของที่นี่มากกว่าที่เราคิด”
เขาพลิกดูด้านหลังของแผ่นแบบแปลนที่แข็งตัวนั้นอย่างละเอียด ทันใดนั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งที่ถูกสลักไว้อย่างจางๆ ด้วยปลายแหลม
“นี่ไง!” ก้องอุทาน “มีตัวอักษรอยู่ข้างหลังด้วย”
จ่าสมชายรีบก้มลงมาดู “อ่านออกไหมครับหมวด”
“ผมว่านะ” ก้องพยายามเพ่งสายตา “มันน่าจะเป็นชื่อ... ‘วัดร้างศิลาแดง’”
“วัดร้างศิลาแดง?” จ่าสมชายทวนคำ “ผมไม่เคยได้ยินชื่อวัดนี้มาก่อนเลยในละแวกนี้”
“ผมก็เหมือนกันครับ” ก้องกล่าว “แต่ถ้าแบบแปลนนี้เชื่อมโยงกับวัดร้างนั่น อาจจะมีความหมายบางอย่าง”
เขานึกย้อนกลับไปถึงบันทึกของตระกูลอรุณรุ่งอีกครั้ง พยายามนึกถึงประโยคที่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็ยังไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจน
“ผมว่าเราต้องไปหาข้อมูลเกี่ยวกับวัดร้างศิลาแดงแล้วล่ะจ่า” ก้องตัดสินใจ “บางทีเบาะแสสำคัญอาจจะอยู่ที่นั่น”
“ครับหมวด” จ่าสมชายตอบรับ “ผมจะให้ลูกน้องไปตรวจสอบประวัติของวัดร้างในเขตพื้นที่ประวัติศาสตร์ดู”
ก้องพยักหน้า เขามองแผ่นแบบแปลนในมืออีกครั้ง รอยไหม้เกรียมบนแผ่นกระดาษ ดูเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างที่ถูกพยายามปกปิดเอาไว้
“ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการระเบิดธรรมดาแล้วครับจ่า” ก้องกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลย”
“ผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันครับหมวด” จ่าสมชายตอบ “แต่เราจะค่อยๆ คลี่คลายมันไปทีละเปลาะ”
ก้องเก็บแผ่นแบบแปลนนั้นเข้าซองอย่างระมัดระวัง เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มคล้ำลง ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังจ้องมองเขาอยู่จากมุมมืด
“เราต้องรีบไปต่อครับจ่า” ก้องบอก “ผมอยากจะไปดูที่วัดร้างนั่นให้เร็วที่สุด”
“ได้ครับหมวด”
ทั้งสองเดินออกจากซากตลาดที่เต็มไปด้วยความเศร้าสลด มุ่งหน้าสู่ปริศนาใหม่ที่รอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
4,260 ตัวอักษร