แผนร้ายในตลาดเก่า

ตอนที่ 8 / 46

ตอนที่ 8 — คำสารภาพที่ถูกลบเลือน

วัดร้างศิลาแดงตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราวๆ ยี่สิบกิโลเมตร เป็นสถานที่ที่ถูกทิ้งร้างมานานนับร้อยปี ไม่มีใครในปัจจุบันที่เคยเห็นวัดแห่งนี้ในสภาพสมบูรณ์ มีเพียงเรื่องเล่าขานปากต่อปากถึงความศักดิ์สิทธิ์และความลี้ลับที่ยังคงปกคลุมอยู่ ก้องและจ่าสมชายเดินทางมาถึงบริเวณที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของวัดร้างแห่งนี้ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกทึบ บดบังแสงแดดจนเกิดเป็นเงาทะมึน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงและสัตว์ป่าเท่านั้นที่ดังแว่วมาเป็นระยะ “นี่มันหาทางเข้าไม่เจอเลยนะครับหมวด” จ่าสมชายกล่าวพลางปัดกิ่งไม้ที่ยื่นเข้ามา “ดูเหมือนจะไม่มีใครมาที่นี่นานแล้วจริงๆ” “เราต้องเดินเท้าเข้าไปครับจ่า” ก้องตอบ “ผมรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่นี่ มันไม่ใช่แค่ป่าร้างธรรมดา” เขานำแผ่นแบบแปลนโบราณออกมาดูอีกครั้ง พยายามเทียบกับสภาพภูมิประเทศรอบตัว “ตามแผนผังนี่ ถ้าเราเดินตรงไปทางนั้นอีกสักพัก น่าจะเจอกับซากกำแพงวัดครับ” ก้องชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ทั้งสองค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลุยป่าเข้าไปอย่างระมัดระวัง การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก กิ่งไม้ที่ขวางหน้า ใบไม้ที่ปกคลุมพื้น และความรู้สึกอับทึบของป่า ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากเดินลุยป่าไปได้ราวครึ่งชั่วโมง ก้องก็ชะงักเท้า “นั่นไงครับ!” เบื้องหน้าพวกเขา ปรากฏซากกำแพงอิฐมอญที่ทรุดโทรม แตกหักเป็นส่วนๆ รากไม้เลื้อยพันเกี่ยวไปทั่ว ราวกับจะกลืนกินโครงสร้างที่หลงเหลืออยู่ของอดีต “จริงด้วยครับหมวด” จ่าสมชายกล่าว “นี่คงเป็นวัดร้างศิลาแดงจริงๆ” พวกเขาเดินเข้าไปสำรวจภายในบริเวณวัดที่ถูกปกคลุมไปด้วยพงหญ้าและต้นไม้ใหญ่ มีซากเจดีย์เก่าแก่ที่พังทลายลงมาเหลือเพียงฐาน บางส่วนยังคงตั้งตระหง่านอยู่ แต่ก็เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ก้องเดินสำรวจไปรอบๆ บริเวณอย่างละเอียด สายตาของเขากวาดมองไปทุกซอกทุกมุม ราวกับกำลังมองหาสิ่งที่มองไม่เห็น “ผมว่าเราต้องหาตรงที่สลักว่า ‘ศิลาแดง’ น่ะครับ” ก้องกล่าว “ไม่น่าจะหายไปไหน” ทั้งสองแยกกันสำรวจ โดยตกลงกันว่าจะส่งสัญญาณหากพบเจอสิ่งผิดปกติ ก้องเดินไปถึงบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นซากพระอุโบสถเก่า เสาหินที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้เหลือเพียงต้นที่เอียงกะเท่เร่ บางต้นก็ล้มระเนระนาด พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นก้อนศิลาขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง ศิลาก้อนนั้นมีสีแดงเข้มตามชื่อ และมีร่องรอยการสลักตัวอักษรโบราณอยู่ทั่วพื้นผิว “เจอแล้วครับจ่า!” ก้องตะโกนเรียก จ่าสมชายรีบวิ่งเข้ามาหา เมื่อเห็นก้อนศิลาแดง ก้องค่อยๆ ใช้มือปัดเศษมอสและตะไคร่น้ำออก เผยให้เห็นตัวอักษรที่สลักไว้อย่างชัดเจน “นี่มัน...ตัวอักษรสมัยโบราณจริงๆ” จ่าสมชายพึมพำ “อ่านออกไหมครับหมวด” “พอได้ครับ” ก้องตอบ “แต่ต้องใช้เวลาแกะนิดหน่อย” เขานำสมุดบันทึกออกมา วาดภาพตัวอักษรต่างๆ ที่ปรากฏบนศิลาแดงอย่างละเอียด “ผมว่ามันไม่ใช่แค่คำจารึกธรรมดาครับ” ก้องกล่าว “ดูเหมือนจะเป็นประวัติความเป็นมาของที่นี่” หลังจากใช้เวลาแกะสลักอยู่พักใหญ่ ก้องก็สามารถอ่านประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ได้ “ที่นี่...เคยเป็นสถานที่สำคัญของนักบวชโบราณครับ” ก้องกล่าว “พวกเขาใช้ที่นี่ในการประกอบพิธีกรรมบางอย่างที่เกี่ยวกับ ‘การรักษา’ และ ‘การปกป้อง’...” “การรักษา?” จ่าสมชายทวนคำ “หมายถึงการรักษาโรคหรือเปล่าครับ” “ผมไม่แน่ใจครับ” ก้องตอบ “แต่ในคำจารึกกล่าวถึง ‘พลังแห่งธรรมชาติ’ ที่ถูกส่งต่อมายังผู้ที่ได้รับการคัดเลือก” ก้องอ่านต่อไป “คำจารึกบอกว่า สมบัติล้ำค่าที่แท้จริงไม่ใช่ทองคำหรืออัญมณี แต่เป็น ‘ความรู้’ ที่ถูกบันทึกไว้ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้” “แล้วมันเกี่ยวกับคดีของเรายังไงครับหมวด” จ่าสมชายถาม “มันไม่น่าจะเกี่ยวกับการวางระเบิดนี่ครับ” “ผมก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันครับ” ก้องขมวดคิ้ว “แต่ดูเหมือนว่า ‘ความรู้’ ที่ว่านี้ จะเป็นสิ่งที่คนร้ายต้องการ” เขากวาดสายตาไปทั่วบริเวณอีกครั้ง สายตาไปหยุดอยู่ที่ซอกหลืบของซากพระอุโบสถด้านหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะมีช่องว่างเล็กๆ ซ่อนอยู่ “จ่าครับ ตรงนั้นครับ” ก้องชี้ไปยังบริเวณดังกล่าว “ดูเหมือนจะมีบางอย่างซ่อนอยู่” ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าตรงนั้นเป็นช่องว่างที่ถูกปิดไว้อย่างแนบเนียนด้วยแผ่นหินที่ถูกสลักลวดลายคล้ายกับลายบนศิลาแดง “นี่มัน...ทางลับหรือเปล่าครับ” จ่าสมชายอุทาน ก้องพยักหน้า เขาลองออกแรงดันแผ่นหิน แต่ก็ไม่ขยับ “ต้องมีกลไกอะไรบางอย่างแน่ๆ ครับ” ก้องกล่าว “ดูจากลายสลักพวกนี้ อาจจะต้องใช้รหัสอะไรบางอย่างในการเปิด” เขานำแบบแปลนโบราณออกมาดูอีกครั้ง พยายามเทียบกับลายสลักบนแผ่นหิน “นี่ไง!” ก้องอุทาน “ลายพวกนี้มันเหมือนกับตัวเลขบางส่วนบนแบบแปลนเลย!” เขาค่อยๆ กดลายสลักบนแผ่นหินตามลำดับตัวเลขที่ปรากฏบนแบบแปลน เมื่อกดครบทุกตัว แผ่นหินก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินเล็กๆ ที่มืดมิดทอดลงไปเบื้องล่าง “สุดยอดไปเลยครับหมวด!” จ่าสมชายกล่าวอย่างตื่นเต้น “คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ใต้ที่นี่” “เราต้องเข้าไปดูครับจ่า” ก้องกล่าว “ผมว่าเบาะแสสำคัญอยู่ที่นั่นแน่ๆ” ทั้งสองจุดไฟฉาย และค่อยๆ ก้าวเท้าลงไปในทางเดินแคบๆ นั้น บรรยากาศภายในเย็นยะเยือก และมีกลิ่นอับชื้นคละคลุ้ง “หมวดครับ” จ่าสมชายเอ่ยขึ้นหลังจากเดินลงไปได้สักพัก “ผมว่าเราไม่ได้มาที่นี่เป็นคนแรกนะ” ก้องเงยหน้าขึ้นมองตามที่จ่าสมชายชี้ เขาเห็นร่องรอยเท้าที่ชัดเจนบนพื้นดินที่ค่อนข้างชื้นอยู่เบื้องหน้า “ดูเหมือนจะมีคนเคยลงมาที่นี่มาก่อนครับ” ก้องกล่าว “แล้วก็นานมาแล้วด้วย” เขากวาดสายตาไปตามทางเดิน พยายามมองหาร่องรอยเพิ่มเติม แต่ก็ไม่พบอะไรมากนัก “ผมว่าคนร้ายน่าจะรู้เรื่องเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มาก่อนครับ” ก้องกล่าว “และพวกเขาก็คงจะมาที่นี่เพื่อค้นหา ‘ความรู้’ ที่ว่านั่น” “แล้วถ้าพวกเขาเจอแล้วล่ะครับหมวด” จ่าสมชายถามด้วยสีหน้ากังวล “เราจะทำยังไง” “เราต้องหาให้เจอว่าพวกเขาเอาอะไรไป และจะเอาไปทำอะไร” ก้องตอบ “ผมรู้สึกว่าแผนการของพวกมันใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มาก” ทั้งสองเดินต่อไปในความมืด ท่ามกลางความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว

4,845 ตัวอักษร