ตอนที่ 10 — รัตติกาลที่ซ่อนปริศนาเร้นลับ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องทำงานของเมษา เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สองมือประคองแก้วกาแฟร้อนๆ มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย การจับกุมศิวกร ปรีชา และวิภา ทำให้คดีการตายของนฤเบศคลี่คลายไปมาก แต่เมษารู้ดีว่ายังมีบางอย่างที่ยังคงคาใจเธออยู่ “ภาพวาด ‘รัตติกาล’” เธอพึมพำกับตัวเอง “มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่”
ภาพวาด ‘รัตติกาล’ เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของนฤเบศ ถูกค้นพบในสตูดิโอของเขา สภาพของมันยังคงสมบูรณ์ราวกับเพิ่งถูกวาดเสร็จใหม่ๆ สีสันสดใส ลวดลายซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้เมษาสงสัยคือสีบางจุดที่ดูผิดเพี้ยนไปจากสไตล์ปกติของนฤเบศ ราวกับมีมืออื่นเข้ามาแตะต้องมันหลังจากที่นฤเบศวาดเสร็จแล้ว
“คุณเมษาคะ” เสียงของเลขานุการดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเธอ “คุณปรีชามีโทรศัพท์มาค่ะ”
เมษารับโทรศัพท์มาวางแนบหู “สวัสดีค่ะคุณปรีชา”
“คุณเมษาครับ ผม...ผมอยากจะขอพบคุณอีกครั้ง” เสียงของปรีชาฟังดูอ่อนล้าและเต็มไปด้วยความสำนึกผิด “ผมคิดว่าผมพอจะนึกอะไรบางอย่างออกเกี่ยวกับภาพ ‘รัตติกาล’ ครับ”
“คุณแน่ใจหรือคะ” เมษาถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ผมแน่ใจครับ ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดไปมาก แต่ผมอยากจะชดเชยความผิดเหล่านั้น ผมรู้ว่าคุณกำลังพยายามหาความจริง และผมก็อยากจะช่วย”
“ตกลงค่ะ คุณจะให้ฉันพบคุณที่ไหนและเมื่อไหร่”
“ที่เรือนจำกลางครับ วันพรุ่งนี้ เวลาสิบโมงเช้า ผมจะขออนุญาตเจ้าหน้าที่ไว้แล้วครับ”
เมษาวางสายโทรศัพท์ลง รู้สึกได้ถึงคลื่นความหวังที่ก่อตัวขึ้นในใจ ภาพวาด ‘รัตติกาล’ กำลังจะเปิดเผยความลับของมันแล้ว
วันรุ่งขึ้น เมษาเดินทางไปยังเรือนจำกลางพร้อมกับทนายความของเธอ บรรยากาศภายในเรือนจำเต็มไปด้วยความหดหู่และตึงเครียด พวกเขาพบกับปรีชาในห้องเยี่ยมที่เล็กและแคบ มีเพียงโต๊ะเหล็กคั่นกลาง
ปรีชานั่งตัวตรง ใบหน้าซีดเซา ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง “คุณเมษาครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
“ฉันมาที่นี่เพื่อฟังเรื่องภาพวาด ‘รัตติกาล’ ค่ะคุณปรีชา” เมษาบอกเสียงเรียบ
“ครับ ภาพวาดนั้น... มันไม่ใช่ผลงานชิ้นสุดท้ายของท่านนฤเบศทั้งหมด” ปรีชาเริ่มต้นเล่าด้วยเสียงที่สั่นเครือ “หลังจากที่ท่านนฤเบศเสียชีวิต ผมและคุณวิภา... เรามีความกังวลว่าหากพบภาพวาดที่ยังวาดไม่เสร็จ หรือภาพวาดที่มีบางส่วนที่ไม่สมบูรณ์ มันอาจจะทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของท่านได้”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ” เมษาถาม
“คุณศิวกร... เขาเป็นคนเสนอไอเดียนี้ครับ เขาบอกว่าเขาจะจัดการเรื่องภาพวาดนั้นให้เอง เขาบอกว่าจะทำให้มันดูเหมือนเป็นผลงานที่สมบูรณ์ที่สุดของท่านนฤเบศ” ปรีชากลืนน้ำลาย “ผมรู้ว่ามันผิด แต่ตอนนั้นผมกลัวมาก กลัวว่าจะถูกสงสัย กลัวว่าจะเสียทุกอย่างไป ผมเลยยอมทำตาม”
“แล้วคุณวิภาล่ะคะ”
“คุณวิภาก็... เธอไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการเปลี่ยนแปลงภาพวาดโดยตรงครับ แต่เธอรู้ว่าคุณศิวกรกำลังจะทำอะไรบางอย่างกับภาพวาดนั้น และเธอก็ไม่คัดค้าน” ปรีชาถอนหายใจอย่างหนัก “คุณศิวกร... เขาเก่งมากครับ เขาสามารถเพิ่มเติมรายละเอียดบางอย่างลงไปในภาพวาดได้อย่างแนบเนียน จนแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็น”
“คุณศิวกรเพิ่มเติมอะไรลงไปในภาพวาดคะ” เมษารู้สึกใจเต้นแรง
“เขา... เขาเพิ่มสัญลักษณ์บางอย่างลงไปครับ เป็นสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ตามลายเส้นและสีสันของภาพ สัญลักษณ์เหล่านั้นมีความหมายถึง... ถึงข้อตกลงบางอย่างระหว่างท่านนฤเบศกับกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่ง เป็นข้อตกลงที่ผิดกฎหมายครับ”
เมษาเบิกตากว้าง “หมายความว่าภาพวาด ‘รัตติกาล’ เป็นหลักฐานงั้นหรือคะ”
“ใช่ครับ ผมจำได้ว่าท่านนฤเบศเคยบ่นให้ฟังว่าคุณศิวกรพยายามจะบังคับให้ท่านเซ็นสัญญาบางอย่าง แต่ท่านไม่ยอม ท่านบอกว่าจะเก็บหลักฐานไว้” ปรีชาก้มหน้า “คุณศิวกรเลย... เขาใช้วิธีการสกปรกที่สุด”
“แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าสัญลักษณ์เหล่านั้นมีความหมายเกี่ยวกับข้อตกลงที่ผิดกฎหมาย”
“ผมเคยเห็นเอกสารบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงนั้นครับ เป็นเอกสารที่คุณศิวกรเคยนำมาให้ท่านนฤเบศดู เพื่อพยายามจะกดดันท่าน” ปรีชาเงยหน้าขึ้นมองเมษา “ผมจำได้ลางๆ ว่าสัญลักษณ์บางตัวในภาพวาดนั้น ตรงกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในเอกสารเหล่านั้น ผมถึงได้แน่ใจ”
“แล้วทำไมคุณถึงเพิ่งมาบอกฉันตอนนี้คะ”
“ผมกลัวครับ คุณเมษา ผมกลัวคุณศิวกร ผมรู้ว่าเขามีอิทธิพลมากแค่ไหน และผมก็รู้ว่าผมไม่สามารถต่อกรกับเขาได้” ปรีชากล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “แต่พอผมมาอยู่ในนี้ ผมได้คิดทบทวนทุกอย่าง ผมรู้ว่าผมทำผิด ผมไม่อยากให้ความตายของท่านนฤเบศสูญเปล่าไป ผมอยากจะช่วยให้ความจริงปรากฏ”
เมษาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ฉันขอบคุณคุณมากนะคะคุณปรีชา ข้อมูลของคุณมีค่ามากจริงๆ”
“ผมหวังว่าผมจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง” ปรีชากล่าว “ผม... ผมยอมรับโทษทั้งหมดครับ”
เมษามองปรีชาด้วยสายตาที่อ่อนลง “คุณได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วค่ะ”
เมื่อออกจากเรือนจำ เมษารู้สึกใจเต้นแรงอีกครั้ง ภาพวาด ‘รัตติกาล’ ไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาทั้งหมด เธอรีบกลับไปยังกองพิสูจน์หลักฐานทันที เพื่อขอให้ทีมงานตรวจสอบภาพวาด ‘รัตติกาล’ อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเน้นไปที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจถูกมองข้ามไป
“คุณแน่ใจนะคะว่าจะให้เราตรวจสอบภาพวาดอีกครั้ง” เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์คนหนึ่งถามเมษา
“แน่ใจค่ะ ฉันมีข้อมูลใหม่ที่อาจจะเกี่ยวข้อง” เมษาตอบ “ช่วยตรวจสอบทุกตารางนิ้วของภาพวาด โดยเฉพาะบริเวณที่อาจมีสีถูกเพิ่มเติม หรือบริเวณที่มีลวดลายผิดปกติ”
เจ้าหน้าที่รับคำและแยกย้ายกันไปทำงาน เมษานั่งรอด้วยใจระทึก ภาพวาด ‘รัตติกาล’ ที่เคยดูเหมือนผลงานศิลปะอันงดงาม บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งความลับดำมืด การต่อสู้เพื่อความจริงของเธอกำลังจะเข้าสู่บทสรุป
4,495 ตัวอักษร