ภาพลวงตาในราตรี

ตอนที่ 9 / 49

ตอนที่ 9 — ความจริงที่ถูกเปิดเผยในพู่กัน

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องทำงานของเมษา เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สองมือประคองแก้วกาแฟร้อนๆ มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย การจับกุมศิวกร ปรีชา และวิภา ทำให้คดีการตายของนฤเบศคลี่คลายไปมาก แต่เมษารู้ดีว่ายังมีบางอย่างที่ยังคงคาใจเธออยู่ “ภาพวาด ‘รัตติกาล’” เธอพึมพำกับตัวเอง “มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่” เธอหยิบภาพถ่ายของภาพวาด ‘รัตติกาล’ ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ภาพวาดที่สวยงามนั้นดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่เบื้องหลังความงดงามนั้น กลับซ่อนความจริงอันดำมืดเอาไว้ เมษาได้ทำการสืบสวนเกี่ยวกับ ‘โปรเจกต์เงา’ ที่ศิวกรได้กล่าวถึง และได้พบข้อมูลที่น่าตกใจอย่างยิ่ง “โปรเจกต์เงา” เธออ่านจากเอกสารบนโต๊ะ “โครงการสร้างอาวุธชีวภาพที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา” เธอพบว่านฤเบศไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้โดยตรง แต่เขาบังเอิญค้นพบหลักฐานบางอย่างเกี่ยวกับโครงการนี้ ขณะที่เขากำลังจะเปิดโปงความจริง เขาก็ถูกฆ่าปิดปาก “แล้วภาพวาดนั่นเกี่ยวอะไรด้วย” เมษากล่าวอย่างสงสัย เธอสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในภาพวาดที่ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมาก่อน ลวดลายแปลกๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดทั่วไป “นี่มัน… รหัสลับ” เธออุทาน เธอเริ่มทำการวิเคราะห์ลวดลายเหล่านั้นอย่างละเอียด เธอใช้เวลาทั้งคืนอยู่กับการถอดรหัส จนกระทั่งในที่สุดเธอก็สามารถไขปริศนาได้ “ในที่สุดฉันก็เข้าใจ” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมษาพบว่าลวดลายเหล่านั้นคือรหัสลับที่นฤเบศตั้งใจจะสื่อสารเอาไว้ เขาได้ซ่อนข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ ‘โปรเจกต์เงา’ ไว้ในภาพวาดของเขา “ข้อมูลเหล่านี้… มันสำคัญมาก” เธอรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความรับผิดชอบที่แบกรับอยู่ เธอได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้เริ่มการสืบสวนครั้งใหญ่เพื่อกวาดล้างองค์กรลับที่อยู่เบื้องหลัง ‘โปรเจกต์เงา’ ในขณะเดียวกันที่เรือนจำ ปรีชาและวิภาได้ให้การสารภาพผิดทั้งหมด พวกเขาสารภาพว่าพวกเขาเป็นคนจัดการกับนฤเบศตามคำสั่งของบุคคลปริศนาคนหนึ่ง “ใครคือคนที่สั่งให้คุณทำ” เมษาถามเสียงเข้ม “เรา… เราไม่รู้ชื่อเขาจริงๆ” ปรีชากล่าวเสียงสั่น “เรารู้จักเขาผ่านศิวกร เขาเป็นคนติดต่อมาหาเรา” “แล้วคุณรู้จักศิวกรได้อย่างไร” “เราเจอเขาที่งานแสดงศิลปะงานหนึ่ง” วิภาตอบ “เขาเข้ามาตีสนิทกับเรา แล้วก็ชวนเราทำธุรกิจบางอย่าง แต่เราไม่เคยคิดว่ามันจะนำไปสู่เรื่องเลวร้ายขนาดนี้” เมษาพยายามจะหาตัวบุคคลปริศนาที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด แต่ก็ทำได้เพียงรวบรวมข้อมูลและเบาะแสเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นแค่จุดเริ่มต้น” เธอถอนหายใจ ในอีกด้านหนึ่ง ศิวกรกำลังถูกสอบสวนอย่างหนัก เขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพยายามจะต่อรองกับเจ้าหน้าที่ “ฉันรู้ความลับมากมายเกี่ยวกับองค์กรลับนั้น” เขากล่าว “ถ้าพวกคุณปล่อยฉันไป ฉันจะช่วยพวกคุณเปิดโปงพวกมันได้” แต่เมษาไม่ไว้ใจเขา เธอรู้ว่าศิวกรเป็นคนอันตราย และไม่สามารถปล่อยให้เขาเป็นอิสระได้ “คุณจะไม่มีวันได้อิสระอีกแล้ว” เมษากล่าว “คุณต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ” เมษาได้พบกับ ‘เอม’ ชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนสนิทของนฤเบศ เอมได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนฤเบศ และความสัมพันธ์ของเขากับบุคคลปริศนา “นฤเบศเคยพูดถึงคนๆ หนึ่ง” เอมกล่าว “เขาบอกว่าคนๆ นั้นกำลังพยายามจะทำลายวงการศิลปะ และเขาก็ไม่อยากให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น” “คนๆ นั้นคือใคร” เมษาถาม “ผมไม่รู้ชื่อจริงๆ” เอมตอบ “แต่นฤเบศเคยบอกว่า เขาเป็นคนที่มีอำนาจมาก และมีเส้นสายอยู่ในทุกวงการ” เมษาตระหนักดีว่านี่คือการต่อสู้ที่ยาวนาน และเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจที่มองไม่เห็น “ฉันจะเปิดโปงความจริงทั้งหมด” เธอให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง “ไม่ว่ามันจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม” เมษาได้กลับไปที่สตูดิโอของนฤเบศอีกครั้ง เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอเดินไปที่ภาพวาด ‘รัตติกาล’ ที่ตอนนี้ได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว “ขอบคุณนะ นฤเบศ” เธอพึมพำ “ขอบคุณที่ทิ้งเบาะแสไว้ให้ฉัน” เธอสัมผัสไปที่ภาพวาดเบาๆ ราวกับจะสัมผัสถึงจิตวิญญาณของศิลปินผู้ล่วงลับ เมษารู้ดีว่าเธอต้องก้าวต่อไป เธอจะต้องไขความจริงที่ซ่อนอยู่ให้ได้ และนำความยุติธรรมมาสู่โลกศิลปะที่กำลังถูกคุกคาม การเดินทางของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคที่ขวางหน้า เพื่อเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ภาพลวงตาอันสวยงาม

3,508 ตัวอักษร