ตอนที่ 16 — แผนซ้อนแผนของผู้มีอำนาจ
แสงจันทร์สาดส่องลงมายังถนนที่ว่างเปล่า รถยนต์ของเมษาแล่นฝ่าความมืดมิดไปอย่างรวดเร็ว คีย์นั่งอยู่เบาะข้างๆ เขามองไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าครุ่นคิด
"คุณคิดว่าทำไมคุณศิวกรถึงช่วยเราคะ?" คีย์ถามขึ้นอีกครั้ง
เมษากลอกตาเบาๆ "ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันคีย์ ตอนนี้ทุกอย่างมันดูสับสนไปหมด"
"แต่ถ้าเขาเป็นคนเดียวที่รู้ความจริงทั้งหมด และถ้าเขาต้องการเปิดโปงเรื่องนี้จริงๆ เขาไม่น่าจะปล่อยให้เราตกอยู่ในอันตรายแบบนี้" คีย์พึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง
"บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลของเขา" เมษาตอบเสียงเรียบ "เขาอาจจะกำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิด"
"ซับซ้อนแค่ไหนคะ? หรือว่าเรากำลังถูกหลอกใช้กันแน่?" คีย์ถามเสียงสั่นเครือ
เมษาเหลือบมองคีย์แวบหนึ่ง "ถ้าเราถูกหลอกใช้ เราก็คงไม่ได้ออกมาจากที่นั่นพร้อมกับข้อมูลนี้หรอก" เธอบอกพลางชี้ไปที่ไฟล์เอกสารที่วางอยู่บนเบาะหลัง
"แต่คุณศิวกรก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเรามากไปกว่านั้นเลย" คีย์แย้ง
"เขามีเวลาจำกัด เขาต้องหนี เขาบอกเราเท่าที่บอกได้" เมษาพยายามหาเหตุผลเข้าข้างศิวกร
"ผมแค่รู้สึกไม่ไว้ใจเขาน่ะครับ" คีย์พูดต่อ "แววตาของเขาตอนที่เขาบอกให้เราหนี มันดู... มันดูเหมือนเขารู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่" เมษาขับรถไปตามทางที่คุ้นเคยเพื่อกลับไปยังเซฟเฮาส์ "เราต้องคิดให้รอบคอบ เขาอาจจะไม่ได้ช่วยเราโดยตรง แต่เขาอาจจะกำลังชี้ทางให้เราไปต่อ"
"ทางไหนคะ?"
"ทางที่จะนำไปสู่ความจริง" เมษาตอบ "ข้อมูลที่เขาให้มา มันเชื่อมโยงกับภาพวาดของอาจารย์ธีระ"
"ภาพวาดนั้น? คุณคิดว่าในภาพวาดมีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ?" คีย์ถามอย่างสงสัย
"ฉันไม่แน่ใจ แต่ถ้าศิวกรบอกว่ามี มันก็น่าจะมีอะไรบางอย่าง" เมษาเร่งความเร็วรถ "เราต้องกลับไปที่แกลเลอรี่ เราต้องไปดูภาพวาดนั่นอีกครั้ง"
"แต่ที่นั่นมันอันตรายนะคะ" คีย์ทักท้วง
"อันตรายยิ่งกว่าคือการที่เราไม่รู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไร" เมษาตัดสินใจเด็ดขาด "เราต้องหาทางเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้"
ทั้งสองคนกลับมาถึงเซฟเฮาส์อย่างเงียบเชียบ บรรยากาศรอบตัวดูตึงเครียดกว่าเดิม เมษาเปิดเอกสารที่ได้มาจากศิวกรอย่างละเอียด มันคือบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาลไปยังบริษัทนอกอาณาเขตหลายแห่ง โดยมีชื่อของ 'วิภาดา แกลเลอรี่' เป็นผู้รับโอนหลัก
"นี่มัน... เงินจำนวนมหาศาลจริงๆ" คีย์เอ่ยปากอย่างตกตะลึง
"ใช่ และดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับการซื้อขายภาพวาดบางชิ้น" เมษาชี้ไปที่รายการธุรกรรม "มีชื่อภาพวาดหลายภาพที่หายไปจากบันทึกของแกลเลอรี่"
"หายไป? หรือว่าถูกขายไป?"
"ก็อาจจะ" เมษาครุ่นคิด "แต่ที่น่าสงสัยคือ รายการโอนเงินเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเสียชีวิตของอาจารย์ธีระ"
"หมายความว่า... การเสียชีวิตของท่านอาจารย์เกี่ยวข้องกับการเงินพวกนี้?" คีย์พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว
"อาจจะ" เมษาพยักหน้า "แต่ยังไงก็ยังเชื่อมโยงไปถึงภาพวาดที่อาจารย์ธีระกำลังจะจัดแสดงไม่ได้"
"แต่ศิวกรบอกว่าในภาพวาดนั้นมีบางอย่าง" คีย์ย้ำ "เขาถึงกับยอมเสี่ยงตายเพื่อบอกเรา"
"เขาบอกให้เราไปดู 'ประกายแสงสุดท้าย' ของอาจารย์ธีระ" เมษาทวนคำพูดของศิวกร "มันอาจจะไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่มันอาจจะเป็นความหมายแฝงอะไรบางอย่าง"
"ประกายแสงสุดท้าย..." คีย์พึมพำ "คำพูดของคุณศิวกรดูมีความหมายลึกซึ้งเสมอ"
"เราต้องหาทางเข้าไปที่วิภาดา แกลเลอรี่อีกครั้ง" เมษาตัดสินใจ "ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
"แต่เราจะเข้าไปได้อย่างไรคะ? ที่นั่นมีคนของพวกมันเต็มไปหมด"
"เราต้องสร้างแผน" เมษาบอก "แผนที่จะทำให้เราเข้าไปได้โดยที่ไม่มีใครสังเกต"
เมษากับคีย์ใช้เวลาทั้งคืนระดมสมอง วางแผนอย่างละเอียด พวกเขารู้ดีว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ข้อมูลที่แท้จริง การเข้าไปในแกลเลอรี่อีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็นและอันตรายที่อาจคาดไม่ถึง
"ถ้าเราปลอมตัวเข้าไปล่ะคะ?" คีย์เสนอไอเดีย
"ปลอมตัวเป็นใคร?" เมษาถาม
"อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หรือช่างเทคนิคที่เข้ามาดูแลระบบรักษาความปลอดภัย" คีย์อธิบาย "เราสามารถอ้างว่าได้รับคำสั่งจากเจ้าของแกลเลอรี่ให้เข้ามาตรวจสอบระบบก่อนวันงาน"
"ความคิดดี" เมษาเริ่มเห็นภาพ "แต่เราจะหาอุปกรณ์และชุดที่ดูน่าเชื่อถือได้จากไหน?"
"ผมรู้จักคนรู้จักที่ทำงานในบริษัทรับติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย" คีย์บอก "ผมคิดว่าเขาอาจจะช่วยเราได้"
"ดีมาก" เมษาตบไหล่คีย์ "เราจะทำในสิ่งที่ศิวกรบอกเรา เราจะไปดู 'ประกายแสงสุดท้าย' ของอาจารย์ธีระ"
เช้าวันรุ่งขึ้น เมษาและคีย์ได้รับชุดเครื่องแบบพร้อมอุปกรณ์ที่ดูสมจริง พวกเขาปลอมตัวเป็นทีมช่างเทคนิคที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบรักษาความปลอดภัยของวิภาดา แกลเลอรี่ก่อนงานแสดงภาพครั้งใหญ่
"จำไว้ คีย์ ถ้ามีอะไรผิดปกติ ให้รีบหนี" เมษาเตือนขณะที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าไปในอาคาร
"แล้วคุณล่ะคะ?" คีย์ถามด้วยความเป็นห่วง
"ฉันจะระวังตัว" เมษาตอบ "เราต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ"
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในแกลเลอรี่ที่ยังคงเงียบสงัด พนักงานบางส่วนกำลังเตรียมงานกันอยู่ แต่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นพวกเขาเป็นพิเศษ เมษาและคีย์แยกย้ายกันสำรวจพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลักคือห้องเก็บภาพส่วนตัวของอาจารย์ธีระ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีภาพวาดที่สำคัญและมีค่าที่สุดของเขาเก็บอยู่
เมษาเดินสำรวจแกลเลอรี่ชั้นล่าง เธอแอบสังเกตการณ์พนักงานและผู้คนรอบข้าง พยายามจับตาดูความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย ขณะเดียวกันก็มองหาเบาะแสที่อาจเชื่อมโยงกับแผนการของศิวกร
"พบอะไรบ้างไหม?" เสียงคีย์ดังขึ้นในหูฟัง
"ยัง ไม่มีอะไรที่ผิดปกติเป็นพิเศษ" เมษาตอบ "แล้วนายล่ะ?"
"ผมกำลังพยายามเข้าถึงห้องเก็บภาพส่วนตัวของอาจารย์ธีระอยู่ครับ ระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่ค่อนข้างแน่นหนา"
"ระวังตัวด้วย" เมษาเตือน "อย่าให้ใครจับได้"
ขณะที่เมษากำลังจะเดินขึ้นไปยังชั้นบน เธอก็เห็นชายคนหนึ่งยืนคุยอยู่กับผู้จัดการแกลเลอรี่ ชายคนนั้นสวมสูทราคาแพง ใบหน้าดูคุ้นตา... เขาคือ 'วสุ' เจ้าของแกลเลอรี่คู่แข่งที่มักจะหาเรื่องอาจารย์ธีระอยู่เสมอ
"คุณวสุ มาทำอะไรที่นี่?" เมษาถามตัวเองในใจ
เธอตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อฟังบทสนทนาของพวกเขา
"ผมมาแสดงความยินดีกับงานใหญ่ที่กำลังจะมาถึง" วสุพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "หวังว่างานนี้จะราบรื่นนะ ไม่เหมือนงานที่แล้ว"
"ขอบคุณครับ" ผู้จัดการแกลเลอรี่ตอบเสียงอ้อมแอ้ม "เรามั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี"
"ผมได้ยินมาว่ามีภาพวาดชิ้นพิเศษที่อาจารย์ธีระตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดแก่ภรรยาของเขา" วสุพูดต่อ "ผมสงสัยว่ามันจะอยู่ที่ไหน"
"เรื่องนั้น... ผมไม่ทราบครับ" ผู้จัดการแกลเลอรี่ตอบอย่างมีพิรุธ
เมษารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เธอสังเกตเห็นว่าวสุพยายามจะมองหาอะไรบางอย่างในบริเวณนั้น
"ผมขอตัวก่อนนะ" วสุพูดพลางเหลือบมองไปทางเมษาแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป
เมษารู้สึกใจเต้นแรง เธอแน่ใจว่าวสุไม่ได้มาที่นี่เพื่อแสดงความยินดีจริงๆ แต่เขากำลังตามหาบางสิ่งบางอย่าง บางทีอาจจะเป็นภาพวาดที่ศิวกรพูดถึง
"คีย์ ฉันว่าเราเจออะไรบางอย่างแล้ว" เมษาบอกผ่านหูฟัง
"ว่ามาครับ"
"วสุ เจ้าของแกลเลอรี่คู่แข่ง มาที่นี่ เขาดูเหมือนกำลังตามหาภาพวาดบางชิ้น"
"ภาพวาดของอาจารย์ธีระ? 'ประกายแสงสุดท้าย' น่ะเหรอครับ?" คีย์ถาม
"อาจจะเป็นไปได้" เมษาตอบ "เราต้องรีบแล้ว"
5,781 ตัวอักษร