ตอนที่ 4 — เบาะแสใหม่ในซอกหลืบเมือง
คมพิงแผงเหล็กสนิมเกาะของโกดังเก่า หายใจหอบ สภาพเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นและรอยไหม้จางๆ สะท้อนถึงการเผชิญหน้าเมื่อครู่ แม้จะยังไม่พบตัวเด็กหญิงอรุณี แต่เขาก็ได้ข้อมูลบางอย่างที่อาจเป็นกุญแจสำคัญ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เกือบตีสองแล้ว การบุกเข้าไปในโกดังร้างยามวิกาลนั้นเสี่ยงอันตรายเกินไปหากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้ แต่เมื่อคืนเขาได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงที่บ่งบอกว่าโกดังแห่งนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างอย่างแท้จริง และอาจมีคนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเด็กๆ ที่นี่
"ไอ้พวกเวรเอ๊ย ทำไมต้องมาวุ่นวายกับเด็กๆ ด้วย" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณท่าเรือที่มืดมิด เงาของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ยังคงส่องแสงระยิบระยับ แต่ที่นี่กลับถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวราวกับอยู่ในอีกโลกหนึ่ง
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดรายชื่อแล้วกดโทรออก "สว่าง...แกอยู่ที่ไหนวะ"
ปลายสายรับอย่างรวดเร็ว "ว่าไงคม มีอะไรแต่เช้ามืดเนี่ย นึกว่าโดนหมีบุกรังซะอีก"
"ไม่ใช่เวลามุกตลกโว้ยสว่าง ฉันกำลังหาเบาะแสเกี่ยวกับเด็กที่หายไปในเมืองนี่แหละ เมื่อคืนฉันไปแถวท่าเรือร้างริมแม่น้ำมา เจออะไรบางอย่างที่น่าสงสัย"
"ท่าเรือร้าง? เล่ามาสิ" สว่างน้ำเสียงจริงจังขึ้นทันที
"ฉันได้ยินเสียงคนในโกดังที่นั่น มันไม่ใช่เสียงของคนจรจัดที่เข้ามาพักอาศัย มันเป็นเสียงที่เหมือนกำลังทำงานอะไรบางอย่าง แล้วก็มีเสียงเหมือนเด็ก...แค่แวบเดียว แต่ฉันแน่ใจ" คมพยายามอธิบายให้สว่างเข้าใจ
สว่างเงียบไปครู่หนึ่ง "เสียงเด็ก? นายแน่ใจนะคม"
"เกือบสิบเปอร์เซ็นต์แน่ใจ มั่นใจเกินกว่าจะมองข้าม" คมตอบหนักแน่น "ฉันคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของอรุณี หรือไม่ก็เด็กคนอื่นๆ ที่หายไปก่อนหน้านี้"
"เรื่องใหญ่แล้วสิ ถ้ามีเด็กถูกลักพาตัวไปจริงๆ" สว่างถอนหายใจ "แกอยู่ที่นั่นใช่ไหม? รอแป๊บนะ ฉันจะหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกที่ชอบไปป้วนเปี้ยนแถวท่าเรือร้างพวกนั้นให้"
"ขอบใจมากสว่าง" คมกล่าว "ถ้าแกได้ข้อมูลอะไร รีบส่งมาให้ฉันเลยนะ ฉันจะรออยู่ที่นี่"
หลังจากวางสาย คมก็ตัดสินใจเดินสำรวจบริเวณรอบนอกของโกดังที่เขาได้ยินเสียงเมื่อคืน มันเป็นโกดังขนาดใหญ่ มีประตูเหล็กบานเลื่อนที่ดูแข็งแรง แต่ก็มีร่องรอยของการงัดแงะอยู่บ้างที่มุมหนึ่ง เขาใช้ไฟฉายส่องเข้าไปตามช่องว่างเล็กๆ ตามผนัง แต่ก็ยังไม่เห็นอะไรชัดเจนนัก
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น เป็นข้อความจากสว่าง
"คม ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดแถวนั้นเมื่อคืนช่วงตีสองถึงตีสาม มีรถตู้ทึบสีดำไม่มีป้ายทะเบียนแวะเข้ามาจอดใกล้ๆ โกดังที่แกบอก แล้วก็มีชายสองคนลงมาจากรถ ขนลังไม้เข้าไปในโกดัง ไม่เห็นใครลงมาอีก แต่รถคันนั้นจอดอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าก่อนจะขับออกไป"
"รถตู้ทึบ...ลังไม้..." คมทวนคำในข้อความ เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ "ไม่ใช่แค่การค้าของเถื่อนแน่ๆ"
เขาเดินกลับไปที่โกดังอีกครั้ง คราวนี้เขาตั้งใจจะเข้าไปข้างในให้ได้ เขาพยายามเปิดประตูเหล็กบานเลื่อน แต่ก็ไม่ขยับ มันถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา เขาเดินไปรอบๆ หวังว่าจะเจอทางเข้าอื่น กระทั่งสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่อยู่ค่อนข้างสูงจากพื้น
"ที่นี่แหละ" เขาพึมพำ
คมมองไปรอบๆ ไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้น เขารีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก วางไว้บนพื้น แล้วเริ่มปีนขึ้นไปที่ช่องระบายอากาศนั้น มือของเขากำลังตะเกียกตะกายหาที่ยึด ส่วนเท้าก็พยายามดันตัวขึ้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็สามารถปีนเข้าไปในช่องระบายอากาศได้สำเร็จ
ภายในมืดสนิทและมีกลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นสารเคมีบางอย่าง เขาค่อยๆ คลานไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าของเขาที่ย่ำไปบนฝุ่นและเศษวัสดุที่กองอยู่ข้างล่างดังสะท้อนไปทั่ว
"โชคดีที่พวกมันไม่ตรวจตราเรื่องเสียงในช่องระบายอากาศ" เขาคิด
หลังจากคลานไปได้สักพัก เขาก็เริ่มได้ยินเสียงพูดคุยเบาๆ ดังมาจากข้างล่าง เขาหยุดนิ่ง พยายามฟังอย่างตั้งใจ
"...ของล็อตนี้ต้องรีบส่งออกไปก่อนตลาดจะวาย" เสียงหนึ่งพูดขึ้น
"แล้วไอ้พวกเด็กที่เอามานี่ล่ะ? จะทำยังไงต่อ" อีกเสียงถาม
"ก็รอให้พวกนายหน้ามารับไปสิ อย่าเพิ่งถามมาก ทำงานของแกให้เสร็จไป" เสียงแรกตอบอย่างหงุดหงิด
"แต่ฉันได้ยินเสียงเด็กคนนั้นร้องไห้นะ...กลัวจนตัวสั่นเลย"
"แค่นั้นเอง เดี๋ยวก็ชิน"
คมแทบจะสำลักลมหายใจ เขาแน่ใจแล้วว่าสถานที่แห่งนี้คือแหล่งค้ามนุษย์ หรือไม่ก็เป็นที่กักขังเด็กที่ถูกลักพาตัวไป เขาพยายามมองลงไปผ่านช่องตะแกรง แต่ก็เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ และลังไม้ที่วางซ้อนกันอยู่ เขาต้องหาทางลงไปข้างล่างให้ได้
เขาคลานต่อไปอีกเล็กน้อย จนมาถึงบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นทางออก เขาค่อยๆ ดึงตะแกรงออกอย่างเบามือที่สุด แล้วหย่อนตัวลงไปอย่างเงียบเชียบ
พื้นด้านล่างเป็นคอนกรีตเย็นเฉียบ เขากระโดดลงมาโดยไม่มีเสียง จากนั้นก็รีบหลบเข้าที่กำบังหลังลังไม้ขนาดใหญ่
"เฮ้ย! เมื่อกี้เสียงอะไรวะ" ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้น
"ไม่รู้สิวะ อาจจะเป็นหนู" อีกคนตอบ
คมกลั้นหายใจ เขาเห็นชายสองคนกำลังยืนอยู่กลางโกดัง คนหนึ่งกำลังใช้ไฟฉายส่องไปมา เขาพยายามจำลักษณะของทั้งสองคนไว้
"รีบๆ จัดของให้เสร็จเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน" ชายคนแรกพูด
"เออๆ กำลังขนอยู่"
คมใช้จังหวะที่ทั้งสองคนหันหลังให้ เขาค่อยๆ ย่องไปตามเงาไปด้านในของโกดัง เขาเห็นห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งที่ประตูแง้มอยู่ และได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ดังออกมาจากข้างใน
"อรุณี..." เขาพึมพำ
เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ และเมื่อเขาผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเขาบีบรัด
เด็กหญิงอรุณี นั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้นห้อง ดวงตาแดงก่ำ มองเขาด้วยความหวังระคนหวาดกลัว
"หนูเองค่ะ" เธอพูดเสียงสั่นเครือ
คมเดินเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว "อรุณี ไม่เป็นไรนะลุงมาแล้ว"
"ลุงคม..." น้ำตาของอรุณีไหลพราก เธอรีบวิ่งมากอดคมไว้แน่น
"ไม่ร้องนะ ไม่เป็นไรแล้ว" คมปลอบประโลมเธอ เขาหันไปมองประตูโกดังอีกครั้ง เขาต้องพาอรุณีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
"ใครนั่น! ออกมานะ!" เสียงตะโกนดังมาจากด้านนอก
คมรู้ว่าเวลาเหลือน้อย เขาอุ้มอรุณีขึ้นมา "อรุณี เกาะลุงไว้แน่นๆ นะ"
เขารีบวิ่งออกจากห้องไปทางประตูหลังที่เขาเห็นเมื่อสักครู่ โชคดีที่มันไม่ได้ล็อค คมพาร่างอรุณีวิ่งฝ่าความมืดออกไปนอกโกดัง
"จับมันไว้! อย่าให้มันหนีไป!" เสียงตะโกนไล่หลังมา
คมไม่สนใจเสียงเหล่านั้น เขาวิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดทิ้งไว้ เขาพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว
"พวกมันมาแล้ว!"
ร่างของชายสองคนวิ่งออกมาจากโกดัง มุ่งตรงมาที่เขา
5,092 ตัวอักษร