ตอนที่ 16 — รหัสลับจากพยาน
ปลายก้าวเท้าเข้าไปในอาคารอย่างระมัดระวัง แสงสลัวจากหลอดไฟที่เกือบจะดับสนิทเผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในอากาศ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเก่าคละคลุ้งจนแทบจะจุกเสียด ก้องสะท้อนเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่ดังเป็นจังหวะน่าขนลุกไปทั่วโถงทางเดินที่ว่างเปล่า
“ที่นี่ดูไม่น่าไว้ใจเลยนะปลาย” ก้องกระซิบเสียงเครียด “แน่ใจเหรอว่าพยานของเราจะมาเจอเราที่นี่”
ปลายเหลือบตาไปมองก้องแวบหนึ่ง ใบหน้าของเธอฉายแววแน่วแน่ “ข้อมูลที่ได้มาแม่นยำเสมอ ก้อง เขาบอกว่าจะมาที่นี่ เขาต้องการความปลอดภัย เขาเลือกที่นี่เพราะมันถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีใครสนใจ ไม่มีการบันทึกการเข้าออก”
เธอเดินนำไปตามโถงทางเดินที่ทอดยาวไปเรื่อยๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยประตูที่ปิดสนิท บางบานเผยออ้าเล็กน้อยราวกับจะเชิญชวนให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาสำรวจภายใน ภาพเงาของพวกเขาที่ทอดสะท้อนบนผนังที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อน ดูราวกับเป็นเงาของนักโทษที่กำลังถูกไล่ล่า
“เราต้องระวังตัวให้มากที่สุด” ปลายเตือน “เราไม่รู้ว่าใครกำลังจับตามองเราอยู่ หรือใครที่พยานคนนี้กลัวจนถึงขั้นต้องมานัดพบในสถานที่แบบนี้”
พวกเขาเดินไปจนถึงบันไดทางขึ้นชั้นสอง ปลายผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยเท้าที่เพิ่งจะประทับอยู่บนฝุ่นหนาที่พื้นขั้นบันได
“มีคนมาก่อนเรา” ก้องอุทานเบาๆ
“หรืออาจจะเป็นคนที่เรารออยู่” ปลายตอบ เธอก้าวขึ้นบันไดไปอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นระยะๆ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง บรรยากาศยิ่งอึมครึมกว่าเดิม แสงไฟจากภายนอกส่องผ่านหน้าต่างที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้มองเห็นภาพรางๆ ของห้องทำงานที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยข้าวของที่กระจัดกระจาย โต๊ะทำงานไม้โอ๊คขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง โดยมีกองเอกสารกระดาษวางทับถมกันอยู่
“ตรงนั้น” ปลายชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้อง “ดูเหมือนจะมีคนนั่งอยู่ตรงนั้น”
เงาร่างหนึ่งนั่งห่อตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ แสงสลัวทำให้มองเห็นรายละเอียดได้ยาก แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“คุณ… คุณคือคนที่นัดไว้ใช่ไหม” ปลายเอ่ยถามเสียงเบา
เงาร่างนั้นค่อยๆ หันมา ปลายก้องเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดระแวง ชายคนนั้นดูแก่กว่าที่ปลายคาดไว้ ผมสีดอกเลา ดวงตาที่เคยอาจจะเคยฉายแววเฉลียวฉลาด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“คุณ… คือนักสืบใช่ไหม” ชายคนนั้นถาม เสียงแหบพร่า
“ใช่ค่ะ ฉันปลาย และนี่ก้อง เพื่อนร่วมงานของฉัน เรามาเพื่อรับข้อมูลที่คุณมี” ปลายตอบ พยายามใช้เสียงที่นุ่มนวลที่สุด
“ผม… ผมกลัว” ชายคนนั้นพูด น้ำเสียงสั่นเครือ “พวกเขา… พวกเขาตามหาผมอยู่”
“เราจะปกป้องคุณ” ก้องยืนยัน “บอกเรามาว่าคุณรู้อะไร”
ชายคนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเขาสอดส่ายไปมาราวกับกำลังมองหาอันตรายที่มองไม่เห็น “ผม… ผมเคยทำงานเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ… พวกนั้น”
“พวกไหน” ปลายถาม เน้นคำว่า “พวกนั้น”
“อารยัน กรุ๊ป” ชายคนนั้นเอ่ยชื่อออกมาด้วยความยากลำบาก “ผมจัดการเรื่องเอกสาร เรื่องการโอนเงินต่างๆ ผมเห็น… เห็นความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง”
“คุณเห็นอะไรบ้าง” ปลายเร่งถาม
“ผมเห็นการทุจริตมากมาย เงินที่ควรจะเข้ารัฐ กลับถูกส่งต่อไปยังบัญชีที่ซับซ้อน ผ่านบริษัทบังหน้าหลายแห่ง มันถูกฟอกให้ขาว แล้วก็… แล้วก็ส่งต่อไปยังนักการเมืองบางคน”
“นักการเมืองคนไหน” ปลายถามอย่างใจเย็น แต่ภายในใจเต้นระรัว
“ผม… ผมจำชื่อไม่ได้ทั้งหมด แต่มันมีชื่อหนึ่งที่ผมคุ้นเคย… เป็นชื่อที่ปรากฏในเอกสารบ่อยที่สุด” ชายคนนั้นหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลความทรงจำที่น่าหวาดผวา “คุณ… คุณเป็นนักสืบที่กำลังสอบสวนเรื่องการตายของคุณสมเกียรติ ใช่ไหม”
ปลายพยักหน้า “ใช่ค่ะ คุณมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรือเปล่า”
“ผม… ผมเคยเห็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคุณสมเกียรติ… เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวนมาก… เป็นเงินที่มาจาก… มาจากโครงการจัดซื้อจัดจ้างบางอย่าง” เขาพูดตะกุกตะกัก “แต่มันไม่ใช่แค่คุณสมเกียรติเท่านั้น… มีคนอื่นอีก”
“ใครบ้าง” ก้องถาม
“ผม… ผมได้ยินชื่อ… ชื่อของรองอธิบดี… แล้วก็… แล้วก็ชื่อของ… เอ่อ…” ชายคนนั้นดูเหมือนจะนึกไม่ออก ราวกับสมองถูกปิดกั้นไว้ด้วยความกลัว
“คุณเก็บเอกสารพวกนั้นไว้หรือเปล่า” ปลายถาม
“ไม่… ไม่ได้แล้ว ผมรู้ว่ามันอันตราย ผมเลย… ผมเลยทำลายมันทิ้งไปทั้งหมด”
“ทำลาย?” ปลายขมวดคิ้ว “คุณแน่ใจหรือ”
“แน่ใจครับ ผมกลัวมาก ผมเห็นว่าคนในอารยัน กรุ๊ป… พวกเขาไม่ธรรมดา… พวกเขา… พวกเขาทำได้ทุกอย่าง” ชายคนนั้นเงยหน้ามองปลาย ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ผมพยายามจะหนี… หนีไปให้ไกลที่สุด แต่ผมรู้สึกว่าพวกเขาตามผมมาตลอด”
“คุณเห็นอะไรที่ตึกสำนักงานของคุณสมเกียรติบ้าง” ปลายถาม พยายามดึงเขากลับมาที่ประเด็นหลัก
“ผม… ผมไม่ได้อยู่ที่นั่นในคืนนั้นครับ แต่ผมได้ยินข่าวลือ… เขาบอกว่า… เขาบอกว่าคุณสมเกียรติกำลังจะเปิดโปงอะไรบางอย่าง… บางอย่างที่สำคัญมาก”
“คุณรู้ไหมว่าคุณสมเกียรติกำลังจะเปิดโปงอะไร”
“ไม่ทราบครับ… แต่ผมเห็นเขา… เห็นเขาคุยกับใครบางคน… ในวันก่อนตาย… เขาดูเครียดมาก… แล้วก็… แล้วก็มีคนหนึ่งที่ผมจำได้… คนที่เขาคุยด้วย… เป็นผู้หญิง… ฉลาด… ดูมีอำนาจ… ผมไม่แน่ใจว่าเป็นใคร… แต่ผมเคยเห็นหน้าเธอในข่าว… เกี่ยวข้องกับ… เรื่องการเมือง”
“ผู้หญิง” ปลายทวนคำ “เธอมีลักษณะอย่างไร”
“ผม… ผมจำรายละเอียดไม่ได้มากนัก… แต่ผมจำได้ว่าเธอใส่ชุดสูท… แล้วก็… แล้วก็มีสร้อยคอเส้นหนึ่ง… เป็นรูป… เป็นรูปสัญลักษณ์บางอย่าง… ผมไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร”
“สัญลักษณ์?” ปลายเลิกคิ้ว “คุณพอจะอธิบายได้ไหม”
“เหมือน… เหมือนวงกลมที่มีเส้นขีดอยู่ข้างใน… หรืออะไรทำนองนั้นครับ… มันดูแปลกตา… ผมเลยจำได้”
ปลายกับก้องมองหน้ากันอย่างมีความหมาย ปลายเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างเข้าด้วยกัน
“คุณชื่ออะไร” ปลายถาม
“ผม… ผมชื่อชาญวิทย์ครับ”
“คุณชาญวิทย์ครับ ข้อมูลที่คุณให้มามีค่ามาก” ปลายกล่าว “แต่เราต้องพาคุณไปที่ที่ปลอดภัยกว่านี้”
“แต่… แต่ผมกลัว…” ชาญวิทย์พูด น้ำเสียงสั่นเครือ
“เราเข้าใจ” ก้องตอบ “แต่ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับคุณ เราจะพาคุณไปยังที่ที่เราสามารถคุ้มกันคุณได้ดีที่สุด”
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างดังมาจากด้านนอกของอาคาร เสียงฝีเท้าที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้
“ใครน่ะ!” ชาญวิทย์ตะโกนด้วยความตกใจ
ปลายกับก้องชักปืนออกมาทันที ใบหน้าของปลายเคร่งขรึม “เราต้องไปเดี๋ยวนี้!”
เธอคว้าแขนชาญวิทย์แล้วดึงเขาให้ลุกขึ้น “ตามผมมา!”
พวกเขาพากันวิ่งออกจากห้องทำงานไปตามทางเดินเดิม เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านนอกกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านร่างของพวกเขา ราวกับกำลังเตือนถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“พวกมันตามเรามาแล้ว!” ก้องตะโกน
“ไปทางบันไดหนีไฟ!” ปลายออกคำสั่ง
พวกเขาวิ่งไปที่บันไดหนีไฟอีกด้านหนึ่งของอาคาร ประตูเหล็กปิดสนิท แต่ปลายก็ออกแรงดึงมันเปิดออกได้ในที่สุด
“เร็วเข้า!”
พวกเขาลงบันไดหนีไฟไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเงาที่คอยตามติด
“คุณแน่ใจนะว่าที่นี่ปลอดภัย” ชาญวิทย์ถาม หอบหายใจ
“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ” ปลายตอบ “แต่เราต้องพาคุณออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน”
เมื่อลงมาถึงชั้นล่างสุด พวกเขาพบว่ามีรถยนต์คันหนึ่งจอดรออยู่ข้างอาคาร ชายชุดดำสองคนยืนรออยู่ข้างรถ
“คุณปลายใช่ไหมครับ” หนึ่งในชายชุดดำถาม
“ใช่ค่ะ”
“ผมส่งมาครับ เชิญขึ้นรถได้เลย”
ปลายพยักหน้าให้ก้องแล้วทั้งสามคนก็รีบขึ้นรถ ชายชุดดำคนหนึ่งรีบออกไปขับรถ ส่วนอีกคนนั่งประกบชาญวิทย์
“คุณปลายครับ” ชาญวิทย์พูดขึ้นมาอีกครั้ง “ผม… ผมนึกออกแล้ว”
“อะไรครับ” ปลายถาม
“สัญลักษณ์นั้น… มันไม่ใช่แค่วงกลมที่มีเส้นขีด… มันเหมือนกับ… เหมือนกับตราสัญลักษณ์ของกลุ่มอารยัน กรุ๊ป… ที่ผมเคยเห็นในเอกสารลับ… มันเป็นรูป… เป็นรูปนกอินทรี… กางปีก… แล้วก็มี… มีสวัสดิกะอยู่ข้างใน”
ปลายกับก้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สวัสดิกะ… สัญลักษณ์แห่งความเกลียดชังและความรุนแรงที่เชื่อมโยงกับอุดมการณ์นาซี
“คุณแน่ใจนะครับ” ปลายถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
“ผมแน่ใจครับ… ผมจำได้แม่น… มันเป็นสัญลักษณ์ที่ผมกลัวที่สุด” ชาญวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
รถยนต์เคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งอาคารร้างและเงาแห่งอันตรายไว้เบื้องหลัง ปลายครุ่นคิดถึงข้อมูลใหม่ที่ได้รับ สัญลักษณ์นกอินทรีและสวัสดิกะ… มันบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างที่ดำมืดและอันตรายเกินกว่าที่เธอเคยคาดคิด
6,668 ตัวอักษร