กลิ่นฝนพรำในใจเธอ

ตอนที่ 11 / 42

ตอนที่ 11 — สัญญารักใต้แสงจันทร์

เช้าวันถัดมา พิมพ์มาดาลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังมาจากนอกหน้าต่าง บ่งบอกถึงการมาถึงของวันใหม่ที่สดใส ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก หลังจากคืนที่ฝนตกหนัก พิมพ์มาดาคลี่ยิ้มให้กับตัวเอง เธอรู้สึกเบาใจขึ้นมากหลังจากได้พูดคุยกับคีรินเมื่อคืนนี้ เธอค่อยๆ ลุกออกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แล้วแง้มผ้าม่านออก แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นภาพของป่าเขียวขจีที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำค้าง “อรุณสวัสดิ์ค่ะ… คุณป่า” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับร่างของคีรินที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาถือถาดอาหารเช้ามาด้วย บนถาดมีข้าวต้มร้อนๆ ผลไม้สด และกาแฟหนึ่งแก้ว “อรุณสวัสดิ์ครับ… นักเขียนคนเก่ง” คีรินเอ่ยทักทาย พลางยิ้มกว้าง “ตื่นสายเชียวนะวันนี้” พิมพ์มาดาหัวเราะเบาๆ “ก็เมื่อคืนคุยกันเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ” “มานี่สิ” คีรินเชื้อเชิญ พลางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียง “มาทานข้าวเช้ากัน” พิมพ์มาดาเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ คีรินหยิบชามข้าวต้มส่งให้เธอ “เมื่อคืน… ขอบคุณนะคะ” เธอเอ่ยขึ้น ขณะที่ตักข้าวต้มเข้าปาก “ขอบคุณที่เล่าเรื่องให้น้ำฟัง” คีรินนั่งลงตรงข้ามเธอ “พี่ขอบคุณพิมพ์มากกว่า ที่รับฟังพี่” “พิมพ์รู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ” เธอพูดต่อ “เหมือนยกภูเขาออกจากอก” “พี่ก็เหมือนกัน” คีรินตอบ “ขอบคุณที่ทำให้พี่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับอดีต” “บางที… อดีตก็เป็นบทเรียนที่ดีนะคะ” พิมพ์มาดาเสริม “ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น” “จริงด้วย” คีรินเห็นด้วย “แล้ว… พิมพ์พร้อมที่จะสร้างบทเรียนบทใหม่กับพี่หรือยัง” พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเป็นประกาย “พร้อมเสมอค่ะ” หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองคนก็ตัดสินใจออกไปเดินเล่นในป่า อากาศยามเช้าสดชื่นเป็นพิเศษ สายลมพัดเอื่อยๆ โชยกลิ่นหอมของดินและใบไม้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก “ป่าที่นี่สวยจริงๆ นะคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยชม “มันให้ความรู้สึกสงบมากๆ” “ใช่” คีรินตอบ “พี่ชอบความเงียบสงบของที่นี่ มันทำให้พี่ได้อยู่กับตัวเอง” “แล้ว… พี่คีรินมาอยู่ที่นี่นานหรือยังคะ” เธอถาม “หลายปีแล้วนะ” คีรินตอบ “ตั้งแต่… หลังจากเลิกกับน้ำ” “พี่มาหาที่นี่… เพื่อหลบหนีความทรงจำ” เขาบอก “พี่คิดว่าการอยู่ห่างไกลผู้คน จะทำให้พี่ลืมมันได้” “แต่สุดท้าย… พี่ก็ยังคงคิดถึงมันอยู่ดี” คีรินกล่าว “จนกระทั่ง… พิมพ์เข้ามา” พิมพ์มาดาหยุดเดิน หันไปมองหน้าคีริน “พี่คีริน… พี่ไม่ต้องหลบหนีมันอีกต่อไปแล้วนะคะ” “พิมพ์จะอยู่ตรงนี้… เป็นเหมือนบ้านหลังใหม่ของพี่” เธอเอ่ยเสียงนุ่ม คีรินยิ้ม “ขอบคุณนะพิมพ์” พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงริมลำธารใส ที่มีน้ำไหลเอื่อยๆ ส่งเสียงกระทบโขดหินเป็นจังหวะเย็น “ที่นี่… เป็นที่โปรดของพี่เลย” คีรินกล่าว “เวลาที่พี่รู้สึกไม่สบายใจ พี่จะมานั่งตรงนี้เสมอ” พิมพ์มาดานั่งลงบนโขดหินข้างๆ เขา “พี่มีเรื่องอยากจะเล่าให้พิมพ์ฟังอีกอย่างหนึ่ง” คีรินกล่าวขึ้น พิมพ์มาดาหันไปมองเขา “ว่ามาเลยค่ะ” “น้ำ… เขาไม่ได้จากพี่ไปเพราะมีคนอื่นที่ดีกว่านะ” คีรินกล่าว “ตอนนั้น… เขากำลังป่วยหนัก” พิมพ์มาดาตกใจ “ป่วยเหรอคะ” “ใช่” คีรินพยักหน้า “เขาเป็นมะเร็ง… ระยะสุดท้าย” “เขาบอกเลิกพี่… เพราะไม่อยากให้พี่ต้องมาทนทุกข์ทรมานกับการดูแลเขา” คีรินเล่าต่อ “เขาอยากให้พี่มีชีวิตที่ดีต่อไป” “แต่พี่… พี่ไม่ยอม” คีรินกล่าวเสียงสั่นเครือ “พี่บอกเขาว่า… พี่จะอยู่ดูแลเขาจนถึงที่สุด” “แต่… น้ำก็จากพี่ไปก่อน” คีรินพูด น้ำตาเริ่มคลอ “พี่เสียใจมาก… เพราะพี่คิดว่า… พี่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาได้” พิมพ์มาดาตกตะลึงกับเรื่องราวที่ได้รับฟัง เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเบื้องหลังความเจ็บปวดของคีริน จะมีเรื่องราวที่ซับซ้อนและน่าเศร้าถึงเพียงนี้ “พี่คีรินคะ…” เธอเอื้อมมือไปจับมือของเขา “พี่ไม่ต้องรู้สึกผิดนะคะ” “พี่ได้ทำดีที่สุดแล้ว” เธอพูดต่อ “น้ำเอง… ก็คงอยากให้พี่มีความสุข” คีรินมองพิมพ์มาดา ดวงตาของเขามีประกายแห่งความซาบซึ้ง “ขอบคุณนะพิมพ์… ที่เข้าใจพี่” “พิมพ์รักพี่นะคะ” เธอเอ่ยออกมาโดยไม่ทันคิด คีรินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มกว้าง “พี่ก็รักพิมพ์นะ” เขาค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้ แล้วริมฝีปากของทั้งสองก็ประกบกันอย่างแผ่วเบา เป็นการยืนยันคำสัญญาที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ “เรา… จะไม่ปล่อยให้ใครต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ” คีรินกระซิบ “ค่ะ” พิมพ์มาดาตอบรับ “เราจะมีความสุขด้วยกัน” ค่ำคืนนั้น ขณะที่ดวงจันทร์ส่องแสงนวลตา พิมพ์มาดาและคีรินนั่งอยู่ริมระเบียงกระท่อม กอดคอกันมองดูดาวที่ส่องระยิบระยับบนท้องฟ้า “พิมพ์… รู้ไหม” คีรินกล่าวขึ้น “พี่คิดว่า… น้ำคงจะดีใจที่เห็นพี่มีความสุข” “พิมพ์ก็คิดอย่างนั้นค่ะ” พิมพ์มาดาตอบ “เธอคงจะดีใจที่เห็นพี่ได้รักใครสักคนอีกครั้ง” “พี่สัญญาว่า… จะไม่ทำให้พิมพ์ผิดหวัง” คีรินกล่าว “พี่จะรักพิมพ์… ตลอดไป” “พิมพ์ก็สัญญาค่ะ” พิมพ์มาดาตอบ “จะรักพี่คีริน… ตลอดไป” เสียงจิ้งหรีดร้องระงม เป็นเหมือนบทเพลงแห่งรักที่ขับขานให้กับความสัมพันธ์อันงดงามที่กำลังผลิบาน ท่ามกลางกลิ่นฝนพรำในใจเธอ ที่บัดนี้ได้กลายเป็นกลิ่นไอแห่งความรักที่อบอวลไปทั่วผืนป่า

4,025 ตัวอักษร