ตอนที่ 25 — ความทรงจำที่หวนคืนในสวน
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมายังสวนดอกไม้ ‘บุปผาอาภา’ กระทบกับกลีบกุหลาบสีแดงสดที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาชนิดลอยมาปะปนกับสายลมเย็น ช่วยคลายความอึดอัดที่เคยปกคลุมบ้านสวนแห่งนี้มานานหลายวัน แก้วตานั่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ จิบชาสมุนไพรพลางมองดูอาภากำลังสาละวนอยู่กับการตกแต่งกระถางดอกไม้ด้วยความตั้งใจ ใบหน้าของเขายังคงมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ก็มีประกายแห่งความสุขที่ฉายออกมาเมื่อได้อยู่กับสิ่งที่เขารัก
“ดอกไม้พวกนี้สวยจังค่ะอาภา” แก้วตาเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล
อาภาเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอ “ขอบใจนะแก้วตา วันนี้ฉันพยายามจะทำให้สวนของเราดูสดใสขึ้นอีกครั้ง หลังพายุลูกนั้นผ่านไป”
“พายุลูกนั้น… มันผ่านไปแล้วจริงๆ หรือคะ” แก้วตาถามอย่างมีความหวัง แต่ก็แฝงด้วยความกังวลเล็กน้อย
อาภาวางเครื่องมือในมือลง แล้วเดินเข้ามานั่งข้างๆ เธอ “มันผ่านไปแล้วในแง่ของความรุนแรง แต่มันก็ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราจดจำ” เขาเหลือบมองไปยังมุมหนึ่งของสวน ที่มีม้านั่งไม้เก่าแก่ตั้งอยู่ “เหมือนกับความทรงจำบางอย่าง ที่มันจะอยู่กับเราตลอดไป”
แก้วตารู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร “ฉันเข้าใจค่ะ” เธอพยักหน้าเบาๆ “คุณอาภา… ฉันอยากจะขอโทษอีกครั้งนะคะ ที่ฉันทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ”
“ไม่เป็นไรเลยแก้วตา” อาภาส่ายหน้า “เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย มันเป็นเรื่องของฉันเอง ที่ยังต้องจัดการกับอดีต” เขาถอนหายใจยาว “วันนี้ฉันอยากจะเล่าเรื่องหนึ่งให้เธอฟัง”
แก้วตาเงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ “เรื่องอะไรคะ”
“เรื่องของเจน” อาภาตอบ เสียงของเขาแผ่วเบาลง “เรื่องราวที่ฉันยังไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน”
แก้วตาตั้งใจฟังอย่างตั้งใจ เธอรู้ว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เข้าใจอาภามากขึ้น
“เจนเป็นคนที่มีความฝันยิ่งใหญ่” อาภาเริ่มเล่า “เขาอยากจะสร้างสวนดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่นี่ สวยงามกว่าที่นี่ เขาใฝ่ฝันอยากจะให้สวนของเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก”
“เขามีความฝันที่น่าทึ่งมากเลยค่ะ” แก้วตาเสริม
“ใช่” อาภาพยักหน้า “และเขาก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ความฝันนั้นเป็นจริง เราทำงานหนักด้วยกันทุกวัน ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ฉันรักเจนมากนะแก้วตา รักเขามากกว่าที่ฉันเคยรักใคร” น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ “แต่ยิ่งเขาทุ่มเทมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกดดันตัวเองมากขึ้นเท่านั้น”
“กดดันตัวเอง… หมายความว่ายังไงคะ”
“เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขันกับสวนดอกไม้อื่นๆ ที่ใหญ่กว่า เก่าแก่กว่า เขาไม่เคยพอใจกับสิ่งที่ทำได้ เขาเชื่อว่าเราต้องเหนือกว่าคนอื่นเสมอ” อาภาเล่าไปพลางมองไปยังดอกกุหลาบที่เขาเพิ่งตกแต่ง “ฉันพยายามเตือนเขาแล้วนะ ว่าให้ผ่อนคลายบ้าง ให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ฟัง”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ” แก้วตาถามอย่างอดใจไม่ไหว
“วันหนึ่ง” อาภาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังรวบรวมสมาธิ “เขาได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงานแสดงดอกไม้ระดับนานาชาติที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขาดีใจมาก ทุ่มเททุกอย่างเพื่อเตรียมงาน เราใช้เวลาหลายเดือนในการคัดเลือกดอกไม้ที่ดีที่สุด เตรียมการจัดแสดงให้สมบูรณ์แบบที่สุด”
“เขาคงภูมิใจมากแน่ๆ เลย”
“ใช่ เขาภูมิใจมาก” อาภายิ้มอย่างขมขื่น “แต่แล้ว… ก่อนวันเดินทางเพียงไม่กี่วัน เขาเกิดอุบัติเหตุ”
แก้วตารู้สึกเหมือนโดนกระแทกอย่างแรง “อุบัติเหตุ… อะไรคะ”
“อุบัติเหตุรถยนต์” อาภาตอบเสียงเบา “รถที่เขาขับเสียหลักตอนขับรถกลับบ้านตอนกลางคืน เขา… เขาเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แก้วตาไม่รู้จะพูดอะไร เธอรู้สึกสงสารอาภาจับใจ แผลที่เคยเหมือนจะเริ่มหายดี กลับเหมือนถูกกรีดซ้ำอีกครั้ง
“ฉันเสียใจมากค่ะอาภา” แก้วตาพูดเสียงสั่น “ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณต้องเจอเรื่องร้ายแรงขนาดนี้”
“ตอนนั้นฉันเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลง” อาภาเล่าต่อ “ฉันไม่เหลืออะไรเลย ความฝันของเจน ความหวังของฉัน ทุกอย่างมันหายไปกับเขา ฉันต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า ความเจ็บปวดที่มันกัดกินหัวใจฉันทุกวัน”
“แล้วสวนดอกไม้นี้ล่ะคะ”
“ฉันเกือบจะปล่อยให้มันร้างไปเลยนะแก้วตา” อาภาบอก “ฉันไม่อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับดอกไม้อีกต่อไป มันยิ่งทำให้ฉันคิดถึงเขา ฉันพยายามจะขายที่แห่งนี้ แต่ก็ไม่มีใครยอมซื้อ มันใหญ่เกินไป ค่าบำรุงรักษาสูงเกินไป”
“แล้วคุณตัดสินใจยังไงคะ”
“ฉันตัดสินใจที่จะสู้ต่อ” อาภาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ฉันตัดสินใจที่จะสานต่อความฝันของเจน ทำให้สวนแห่งนี้เป็นไปตามที่เขาต้องการ ฉันอยากให้เขารู้ว่าฉันยังรักเขา และฉันจะไม่ยอมให้ความฝันของเขาสลายไป”
“คุณเข้มแข็งมากเลยค่ะอาภา” แก้วตาเอ่ยชื่นชมด้วยใจจริง
“มันไม่ใช่ความเข้มแข็งหรอกแก้วตา” อาภาส่ายหน้า “มันคือความผูกพัน ความรักที่ฉันมีให้เขา มันคือสิ่งที่ทำให้ฉันมีแรงลุกขึ้นมาสู้ต่อ” เขาหันมายิ้มให้แก้วตา “และที่สำคัญ… ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป”
แก้วตามองอาภาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสงสาร เข้าใจ และรัก เขาเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งมากจริงๆ เขาผ่านความเจ็บปวดมามาก แต่ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ และพร้อมที่จะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่
“ขอบคุณนะคะอาภา ที่เล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง” แก้วตากล่าว “ฉันดีใจที่ได้รู้จักคุณมากขึ้น”
“ฉันก็ดีใจที่ได้รู้จักเธอเช่นกัน แก้วตา” อาภายิ้ม “เธอเข้ามาในชีวิตฉันเหมือนกับแสงดาวที่ส่องประกายในคืนที่มืดมิด”
ทั้งสองนั่งเงียบๆ ปล่อยให้เสียงธรรมชาติรอบตัวกล่อมเกลาจิตใจ ความเข้าใจที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขามากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยสั่นคลอน เริ่มกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนดูเหมือนจะอบอุ่นและอ่อนโยนกว่าเดิม เป็นเครื่องยืนยันว่าแม้จะมีบาดแผล แต่ความรักก็ยังสามารถเบ่งบานได้เสมอ
4,467 ตัวอักษร