ตอนที่ 9 — ความบังเอิญที่งดงามกลางสวนสาธารณะ
เย็นวันเสาร์ อากาศกำลังสบาย อธิปตัดสินใจเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน เขาเพิ่งจะทำงานเสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และต้องการเวลาผ่อนคลายสมอง เขาเดินไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับบรรยากาศรอบตัว เสียงเด็กๆ หัวเราะ เสียงนกร้อง และเสียงผู้คนพูดคุยกัน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความสุขในวันพักผ่อน
ขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านโซนที่จัดแสดงดอกไม้นานาชนิด สายตาของเขาก็พลันสะดุดเข้ากับร่างคุ้นเคย ร่างของเพียงขวัญ เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ลงในแจกันใบใหญ่ สีหน้าของเธอจริงจังและตั้งใจราวกับกำลังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นเอก
“คุณขวัญ?” อธิปเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา
เพียงขวัญเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “อธิป!”
“บังเอิญจังเลยครับ” อธิปยิ้มกว้าง เดินเข้าไปใกล้ “ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณขวัญที่นี่”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เพียงขวัญตอบ ใบหน้าของเธอฉายแววดีใจ “พอดีว่าได้รับมอบหมายให้มาช่วยจัดดอกไม้สำหรับงานอีเวนต์เล็กๆ ตรงนี้ค่ะ” เธอผายมือไปยังบริเวณรอบๆ ซึ่งมีบูธและซุ้มต่างๆ ประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงาม
“สวยมากเลยครับ” อธิปกล่าวชมจากใจจริง “ฝีมือไม่เคยตกเลยจริงๆ”
“ขอบคุณค่ะ” เพียงขวัญยิ้มรับ “คุณอธิปมาเดินเล่นเหรอคะ?”
“ใช่ครับ เพิ่งว่างวันนี้พอดี” เขาตอบ “เห็นคุณขวัญกำลังทำงานอยู่ เลยอยากจะเข้ามาทักทาย”
“ดีใจที่ได้เจอค่ะ” เพียงขวัญพูด “เดี๋ยวพอเสร็จตรงนี้แล้ว ฉันมีเวลาว่างสักพัก ถ้าคุณอธิปไม่รีบ เราไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟแถวนี้ไหมคะ?”
อธิปแทบจะกระโดดตัวลอย “ได้เลยครับ! ยินดีมาก”
ทั้งสองคนเดินออกจากบริเวณที่จัดแสดงดอกไม้ มุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ริมสวนสาธารณะ บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นและเป็นกันเอง พวกเขาสั่งเครื่องดื่มแล้วนั่งลงที่มุมหนึ่งของร้าน
“งานอีเวนต์นี้ดูคึกคักดีนะคะ” เพียงขวัญเอ่ยขึ้นหลังจากจิบกาแฟไปอึกใหญ่
“ครับ ผมว่าคนออกมาใช้ชีวิตกันมากขึ้นแล้ว” อธิปตอบ “หลังจากที่ต้องอยู่แต่ในบ้านกันมานาน”
“จริงค่ะ” เพียงขวัญเห็นด้วย “แต่บางทีการได้อยู่เงียบๆ คนเดียวก็ดีเหมือนกันนะคะ”
“ผมเข้าใจครับ” อธิปพยักหน้า “แต่การได้แบ่งปันความรู้สึกดีๆ กับใครสักคน มันก็มีคุณค่าอีกแบบหนึ่ง”
เพียงขวัญมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินผ่านไปมา “คุณอธิปเคยรู้สึกว่า การเจอใครสักคนโดยบังเอิญ มันเป็นเหมือนพรหมลิขิตไหมคะ?”
อธิปชะงักเล็กน้อย เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของเพียงขวัญ “ผมว่า… บางทีความบังเอิญที่งดงาม มันก็อาจจะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่าที่คาดหวังไว้ก็ได้ครับ”
“แล้วคุณอธิปล่ะคะ เชื่อในพรหมลิขิตไหม?” เพียงขวัญถามต่อ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้
“ผมเชื่อในโอกาสครับ” อธิปตอบ “เชื่อว่าเรามีโอกาสที่จะสร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมาได้”
“แล้วถ้าโอกาสนั้นมาพร้อมกับความกลัวล่ะคะ?” เพียงขวัญถามต่อ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลง “ถ้าในใจมันมีความกลัวซ่อนอยู่ตลอดเวลา?”
อธิปมองเธออย่างอ่อนโยน “ผมคิดว่า… ถ้าคนๆ นั้นพร้อมที่จะเข้าใจ และพร้อมที่จะรอ เขาจะรอจนกว่าคุณขวัญจะก้าวข้ามความกลัวนั้นไปได้ครับ” เขาเว้นจังหวะ “และผมก็พร้อมที่จะรอ”
เพียงขวัญน้ำตาคลอเล็กน้อย เธอหลุบตาลงมองแก้วกาแฟในมือ “ขอบคุณนะคะอธิป” เธอพูดเสียงสั่นเครือ “คุณใจดีกับฉันมากจริงๆ”
“ผมแค่อยากให้คุณขวัญรู้ว่า… คุณขวัญไม่ได้อยู่คนเดียว” อธิปพูดอย่างนุ่มนวล “ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ผมก็จะอยู่ตรงนี้เสมอ”
เพียงขวัญเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลรินลงมา “ฉัน… ฉันอยากจะเชื่อใจคุณค่ะ” เธอพูดอย่างยากลำบาก
“แล้วผมก็จะทำให้คุณขวัญเชื่อใจผมให้ได้ครับ” อธิปยิ้มให้กำลังใจ “ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปนะครับ”
ทั้งสองนั่งเงียบๆ ปล่อยให้ความรู้สึกดีๆ ไหลเวียนอยู่รอบตัว ความบังเอิญในวันนี้ได้สร้างโอกาสที่งดงามขึ้นมาอีกครั้ง เป็นโอกาสที่อาจจะนำพาพวกเขาไปสู่การเยียวยาและหัวใจที่เปิดกว้างกว่าเดิม แสงแดดที่สาดส่องผ่านหน้าต่างร้านกาแฟ ดูเหมือนจะอบอุ่นขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
3,092 ตัวอักษร