ตอนที่ 7 — สายลมพัดพาความหวั่นไหว
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังสวนดอกไม้ของพริ้มเพรา ราวกับจะมอบพลังและชีวิตชีวาให้กับทุกสรรพสิ่ง กลิ่นหอมหวานของดอกไม้หลากหลายชนิดอบอวลไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย พริ้มเพรากำลังก้มหน้าก้มตาตัดแต่งกิ่งกุหลาบอย่างตั้งใจ เธอสวมหมวกปีกกว้างเพื่อป้องกันแสงแดด และผ้ากันเปื้อนที่เปรอะเปื้อนดินเปื้อนใบไม้บ่งบอกถึงการทำงานอย่างขะมักเขม้น เสียงเครื่องตัดหญ้าดังมาจากอีกฟากหนึ่งของสวน เป็นสัญญาณว่าภาคย์กำลังเริ่มงานของเขาเช่นกัน พริ้มเพราเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น เห็นเงาตะคุ่มของเขาอยู่ท่ามกลางแปลงต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าของเธอคลี่ยิ้มบางๆ ยามเมื่อนึกถึงเรื่องราวระหว่างพวกเขาที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายกันไปนานหลายปี
“งานของคุณภาคย์ดูหนักหนาสาหัสจังเลยนะคะ” พริ้มเพราตะโกนถามออกไป เสียงของเธอลอยไปตามสายลมที่พัดเอื่อยๆ
ภาคย์เงยหน้าขึ้นมา เหลือบตาไปมองร่างเล็กๆ ที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำสวนของเธอ “ก็ไม่เชิงหรอกครับคุณพริ้ม เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดเหมือนกันนะ” เขาตอบกลับ พร้อมกับเดินตรงเข้ามาหาเธอ มือข้างหนึ่งถือเครื่องตัดหญ้าไว้ ส่วนอีกข้างหนึ่งเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาตามไรผม “แต่สวนของคุณนี่สิครับ ดูจะมีความสุขมากกว่านะ”
พริ้มเพราหัวเราะเบาๆ “ความสุขของการได้อยู่กับดอกไม้ก็แบบนี้แหละค่ะ มันเติมพลังให้ชีวิต” เธอวางกรรไกรตัดกิ่งลงข้างตัว แล้วเดินไปหยิบกระถางต้นไม้เล็กๆ มาวางบนขอบบ่อน้ำ “คุณภาคย์ยังคงหลงใหลในพืชพรรณเหมือนเดิมนะคะ”
“แน่นอนครับ คุณพริ้มก็ยังคงหลงใหลในดอกไม้เหมือนเดิม” ภาคย์พูดพลางมองพริ้มเพราด้วยแววตาที่อ่อนโยน “ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณชอบมานั่งอ่านหนังสือใต้ต้นปีบหลังบ้าน ยามดอกปีบออกดอก สีขาวอมเหลืองเต็มต้น คุณจะมีความสุขมาก”
คำพูดของเขาทำให้พริ้มเพราชะงักไปเล็กน้อย ความทรงจำเก่าๆ พลันย้อนกลับมา ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ใหญ่กับเด็กชายที่มักจะมานั่งเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ เสมอ “คุณภาคย์ยังจำได้ดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เธอถาม เสียงแผ่วเบาลง
“ผมจำทุกอย่างเกี่ยวกับคุณได้ดีเสมอครับ” ภาคย์ตอบตรงๆ โดยไม่หลบสายตา พริ้มเพราสัมผัสได้ถึงความหนักแน่นในน้ำเสียงของเขา มันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ “คุณจำได้ไหม ตอนที่คุณร้องไห้เพราะทำตุ๊กตาตัวโปรดของแม่หล่นแตก ผมแอบเอากลีบกุหลาบแห้งที่เก็บไว้มาให้คุณหลายครั้ง คุณเคยบอกว่ามันเป็นยาสมานใจ”
พริ้มเพราพยักหน้าช้าๆ “จำได้ค่ะ ฉันเคยคิดว่าคุณภาคย์เป็นคนพิเศษ เลยเอาของขวัญมาให้เสมอ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “แล้วทำไมคุณภาคย์ถึงไปจากที่นี่ไปนานขนาดนั้นคะ”
คำถามนั้นเหมือนจะทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป ภาคย์ถอนหายใจยาว “เรื่องมันยาวครับคุณพริ้ม มันมีเหตุผลบางอย่างที่ผมต้องไป” เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ยืนอยู่ข้างๆ เธอ มองไปยังดอกกุหลาบที่เธอเพิ่งตัดแต่งไป “ผมเองก็เสียดายเวลาที่เราห่างกันไปนะครับ”
“ฉันก็เสียดายเหมือนกันค่ะ” พริ้มเพราสารภาพออกไปตรงๆ หัวใจของเธอเริ่มสั่นไหวกับความใกล้ชิดและสายตาที่ภาคย์มองเธอ “คุณภาคย์รู้ไหม ตอนที่คุณไม่อยู่ ฉันชอบมานั่งมองสวนดอกไม้แห่งนี้ แล้วก็จินตนาการว่าคุณภาคย์กำลังศึกษาต้นไม้ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้”
“ผมเองก็เช่นกันครับ” ภาคย์พูด พลางเอื้อมมือไปสัมผัสกลีบกุหลาบดอกหนึ่งเบาๆ “ผมคิดถึงสวนแห่งนี้ คิดถึงคุณพริ้มเสมอ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า “คุณพริ้มครับ ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณ”
“เรื่องอะไรคะ” พริ้มเพราถามด้วยความสงสัย
“ผมได้รับข้อเสนอให้ไปทำงานวิจัยที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ครับ” ภาคย์บอก “เป็นโครงการระยะยาว เกี่ยวกับการอนุรักษ์พืชพันธุ์หายากในแถบเทือกเขาแอลป์ มันเป็นโอกาสที่ผมรอคอยมาตลอดชีวิต”
คำพูดของภาคย์ทำให้พริ้มเพราใจหายวาบ โครงการระยะยาวที่สวิตเซอร์แลนด์… นั่นหมายความว่าเขาจะจากไปอีกครั้งหรือเปล่า “แล้ว… แล้วคุณภาคย์จะไปเมื่อไหร่คะ” เธอถาม เสียงสั่นเครือเล็กน้อย
“อีกประมาณสองเดือนครับ” ภาคย์ตอบ “แต่ผม… ผมยังตัดสินใจไม่ได้”
“ทำไมคะ โครงการแบบนี้ไม่ใช่งานที่หาได้ง่ายๆ นะคะ” พริ้มเพราพยายามเก็บอาการไม่ให้ดูเสียใจเกินไป
“ผมรู้ครับ แต่มันมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกับผมมาก” ภาคย์หันมาสบตาเธออย่างมีความหมาย “คุณพริ้มครับ ผม… ผมรักคุณ”
คำสารภาพรักที่ตรงไปตรงมาของภาคย์ ทำเอาพริ้มเพราถึงกับยืนนิ่งไป คำพูดที่เธอแอบหวังมาตลอด บัดนี้ได้หลุดออกมาจากปากของเขาจริงๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “คุณภาคย์… ฉัน…” เธอพูดไม่ออก
“ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วไป แต่ผมทนเก็บไว้ไม่ได้อีกแล้ว” ภาคย์กุมมือของพริ้มเพราไว้เบาๆ “ผมรู้ว่าคุณเองก็มีความฝัน มีสวนดอกไม้แห่งนี้ที่คุณรัก แต่ผมอยากให้คุณลองคิดถึงอนาคตร่วมกับผมดู ผมอยากสร้างสวนของเรา สวนที่เต็มไปด้วยความรักและความสุขของเรา”
พริ้มเพรามองเข้าไปในดวงตาของภาคย์ เธอเห็นความจริงใจและความหวังในนั้น สมองของเธอเริ่มประมวลผลอย่างหนัก ความฝันของการเป็นนักพฤกษศาสตร์ระดับโลก การได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อศึกษาพืชพรรณ กับความรักที่เพิ่งจะผลิบานอีกครั้งในหัวใจ สองสิ่งนี้กำลังจะชนกันอย่างจัง เธอไม่รู้ว่าจะต้องเลือกทางไหน
4,097 ตัวอักษร