ตอนที่ 11 — การช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า
สายลมเย็นยามพลบค่ำพัดโชยมาแผ่วเบา พาเอากลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นอายของธรรมชาติมาด้วย มะปรางยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือของเธอประสานกันแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังรถกระบะสีดำที่กำลังขับออกไปจากไร่อย่างช้าๆ ความรู้สึกหลากหลายประเด็นตีวนเวียนอยู่ในหัว ทั้งความโกรธ ความกลัว และความไม่ยุติธรรม
“เขาจะมาไม้ไหนอีกนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง รู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุมทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับสมชาย
เธอค่อยๆ ก้าวเดินกลับเข้าไปในบ้าน ทิ้งความกังวลไว้เบื้องหลังแล้วหยิบตะเกียงน้ำมันมาจุดให้แสงสว่างในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเก่าๆ ที่มีรอยขาดเล็กน้อย กำมือแน่น พยายามรวบรวมสติ
“ต้องมีทางออกสิ… ต้องมีทางออก” เธอพูดซ้ำๆ ราวกับจะปลอบประโลมตัวเอง
ความคิดเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่ลุงบุญจะช่วยหาให้ ยังคงเป็นประกายความหวังเล็กๆ ในใจของเธอ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะขับไล่เงาแห่งหนี้สินที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้
ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ มะปรางสะดุ้งเล็กน้อย “ใครมาอีกนะ” เธอคิดอย่างระแวง
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูบ้าน ภาพตรงหน้าทำให้เธอประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและเป็นมิตร
“สวัสดีครับคุณมะปราง” ชายหนุ่มเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ผมชื่อธัญครับ พอดีผมเป็นเพื่อนกับคุณลุงบุญ เขารับปากว่าจะแนะนำให้ผมรู้จักคุณ”
มะปรางมองเขาด้วยความแปลกใจ “คุณธัญ… แล้ว… คุณลุงบุญบอกว่าคุณจะมา?”
“ครับ” ธัญพยักหน้า “ลุงบุญเล่าให้ผมฟังว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ผมเองก็เป็นนักวิชาการด้านเกษตรครับ ทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่ง ก็เลยอยากจะลองมาดูว่าพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง”
เขาชูถุงกระดาษใบใหญ่ที่ถืออยู่ขึ้น “ผมเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดพันธุ์ใหม่มาให้คุณลองปลูกดูครับ เป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อโรค แล้วก็ให้ผลผลิตสูงมาก ลองเอาไปปลูกดูนะครับ ถ้าได้ผลดี เราค่อยมาคุยกันต่อ”
มะปรางรับถุงเมล็ดพันธุ์มาด้วยมือที่สั่นเทา เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “จริงเหรอคะ… นี่… คุณจะให้หนูจริงๆ เหรอคะ”
“แน่นอนครับ” ธัญยิ้ม “ผมเห็นใจคุณนะ ลุงบุญเล่าเรื่องของคุณให้ฟังหมดแล้ว คุณสู้เพื่อครอบครัวของคุณ ผมเองก็อยากจะช่วยสนับสนุน”
“ขอบคุณมากเลยค่ะคุณธัญ” น้ำตาของมะปรางเริ่มคลอเบ้า “หนูไม่รู้จะขอบคุณยังไงจริงๆ”
“ไม่ต้องมากอะไรหรอกครับ แค่คุณปลูกมันขึ้นมาแล้วได้ผลผลิตที่ดี นั่นก็เป็นกำลังใจให้ผมแล้ว” ธัญพูดพลางมองไปรอบๆ ไร่ “ผมขออนุญาตเข้าไปดูในไร่หน่อยนะครับ เผื่อจะมีคำแนะนำเพิ่มเติม”
มะปรางพยักหน้า รีบเปิดประตูเชื้อเชิญให้เขาเข้ามา เธอนำทางธัญไปยังแปลงข้าวโพดที่ยังมีต้นเหลืออยู่ และอธิบายถึงสภาพดิน ปัญหาที่พบเจอ ธัญตั้งใจฟังอย่างละเอียด เขาเดินสำรวจต้นข้าวโพดอย่างตั้งใจ ใช้มือสัมผัสใบ ดิน และกิ่งก้านของต้นไม้
“อืม… ดินที่นี่ค่อนข้างแข็งนะครับ แล้วก็มีสภาพความเป็นกรดสูงไปหน่อย” ธัญวิเคราะห์ “อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นข้าวโพดไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควร”
“แล้ว… จะแก้ไขยังไงได้บ้างคะ” มะปรางถามอย่างกระตือรือร้น
“เราต้องปรับปรุงดินก่อนครับ อาจจะต้องมีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยพืชสด เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และปรับค่าความเป็นกรดให้เหมาะสม” ธัญอธิบาย “ส่วนเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ผมเอามาให้ ลองปลูกในแปลงเล็กๆ ก่อนนะครับ ดูว่ามันปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่นี่ได้ดีแค่ไหน ถ้าได้ผลดี เราค่อยขยายพื้นที่ปลูก”
“ดีเลยค่ะ” มะปรางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “แล้ว… คุณธัญพอจะช่วยแนะนำเรื่องการปรับปรุงดินได้ไหมคะ หนูเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้เท่าไหร่”
“ได้ครับ” ธัญตอบทันที “ผมจะมาช่วยดูให้ สัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็ได้ ถ้าคุณสะดวก”
หัวใจของมะปรางพองโตขึ้นด้วยความหวัง เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะมีคนเข้ามาช่วยเหลือเธอมากมายขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นลุงบุญที่คอยให้คำปรึกษา หรือธัญที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน
“ถ้าอย่างนั้น… หลังเลิกงานเย็นนี้ คุณธัญจะเข้ามาดูแปลงดินที่ผมจะเตรียมไว้ได้ไหมคะ” มะปรางถามอย่างมีความหวัง
“ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา” ธัญตอบยิ้มๆ “แล้วผมจะเอายาบำรุงดินบางส่วนมาให้ลองใช้ด้วยนะครับ”
หลังจากธัญกลับไปแล้ว มะปรางก็รีบไปเตรียมแปลงดินเล็กๆ ที่จะใช้ทดลองปลูกเมล็ดพันธุ์ใหม่ เธอรู้สึกมีพลังขึ้นมาอย่างน่าประหลาด การมาของธัญเหมือนเป็นสัญญาณที่ดี เป็นเหมือนแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในความมืดมิดของชีวิตเธอ
คืนนั้น มะปรางนอนหลับอย่างสงบเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ภาพฝันของเธอเต็มไปด้วยต้นข้าวโพดเขียวขจีที่เติบโตอย่างแข็งแรง ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ และรอยยิ้มของลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา
แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดเกี่ยวกับคำพูดของสมชายก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว “ผมจะกลับมาอีกครั้งพร้อมข้อเสนอที่ดีกว่าเดิม” คำพูดนั้นยังคงเป็นเหมือนดาบสองคมที่พร้อมจะแทงเธอได้ทุกเมื่อ
วันรุ่งขึ้น มะปรางเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความมุ่งมั่น เธอตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอุปกรณ์และเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่จะนำไปปลูก เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ การต่อสู้ที่แท้จริงยังคงรอเธออยู่ข้างหน้า แต่ครั้งนี้… เธอมีเพื่อนร่วมทางแล้ว
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเก่าๆ ขึ้นมา เปิดดูรูปถ่ายของพ่อกับแม่ รอยยิ้มของพวกท่านเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้เธอสู้ต่อไป “พ่อคะ แม่คะ หนูจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” เธอพึมพำกับตัวเอง
เมื่อเดินออกจากบ้าน มะปรางมองไปยังทุ่งนาที่กำลังจะได้รับการเปลี่ยนแปลง เธอรู้สึกได้ถึงความหวังที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาในหัวใจ ราวกับเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่พร้อมจะหยั่งรากลงบนผืนดินที่เคยแห้งแล้ง
4,492 ตัวอักษร