สายใยรักของแม่ในไร่ข้าวโพด

ตอนที่ 12 / 48

ตอนที่ 12 — พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลงมาอาบทั่วไร่ข้าวโพดที่กำลังจะได้รับการเปลี่ยนแปลง มะปรางกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมแปลงดินเล็กๆ ที่เธอได้เลือกไว้ เธอใช้จอบขุดพรวนดินอย่างขยันขันแข็ง แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความหวัง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผาก มะปรางปาดมันออกอย่างรวดเร็ว เธอหยุดพักชั่วครู่ หันไปมองเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดพันธุ์ใหม่ที่วางอยู่ข้างๆ ถุงกระดาษที่ธัญมอบให้ มันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีลักษณะแตกต่างจากพันธุ์เก่าอย่างเห็นได้ชัด มีสีเข้มและดูแข็งแรงกว่า “หวังว่าพวกเจ้าจะเติบโตได้ดีนะ” เธอพูดกับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเบาๆ เมื่อถึงเวลาสาย ธัญก็เดินทางมาถึงไร่ของเธอตามที่นัดหมายไว้ เขามาพร้อมกับรถกระบะคันเล็กที่บรรทุกปุ๋ยอินทรีย์และอุปกรณ์บางอย่างมาด้วย “สวัสดีครับคุณมะปราง” ธัญทักทายด้วยรอยยิ้ม “เตรียมแปลงเสร็จแล้วเหรอครับ เก่งจริงๆ” “ก็พยายามค่ะ” มะปรางยิ้มตอบ “แล้ว… นี่คือปุ๋ยที่ว่าเหรอคะ” “ใช่ครับ” ธัญตอบ “นี่เป็นปุ๋ยหมักที่ผมทำขึ้นเอง ผสมกับแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพด รับรองว่าดีกว่าปุ๋ยเคมีแน่นอน” ทั้งสองช่วยกันนำปุ๋ยไปคลุกเคล้ากับดินในแปลงที่เตรียมไว้ ธัญคอยแนะนำขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด มะปรางตั้งใจฟังและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เธอรู้สึกประทับใจในความรู้และความใส่ใจของธัญ “คุณธัญ… คือ… หนูอยากจะถามเรื่อง… คุณสมชายค่ะ” มะปรางเอ่ยขึ้นมาอย่างลังเล ธัญชะงักมือไปครู่หนึ่ง เขาหันมามองมะปรางด้วยสายตาที่จริงจัง “คุณมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาเหรอครับ” “เขาก็เคยเข้ามาทาบทามจะซื้อที่ดินของหนูค่ะ แล้ววันนี้เขาก็มาอีก เขาบอกว่าจะมาพร้อมข้อเสนอที่ดีกว่าเดิม หนูไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรบ้าง” มะปรางเล่าความกังวลของเธอ ธัญพยักหน้าช้าๆ “ผมพอจะทราบเรื่องของคุณสมชายอยู่บ้างครับ เขาเป็นนักธุรกิจที่ค่อนข้าง… เด็ดขาด เขาชอบใช้วิธีการกดดันเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ” “แล้ว… หนูควรจะทำยังไงดีคะ” มะปรางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่ต้องห่วงครับ” ธัญจับมือมะปรางไว้เบาๆ “ผมจะคอยช่วยเหลือคุณเอง” “แต่… หนูเกรงใจคุณธัญนะคะ” มะปรางพูด “คุณก็มีภาระงานของคุณ แล้วยังต้องมาช่วยหนูอีก” “ผมทำด้วยความเต็มใจครับ” ธัญยิ้ม “คุณมะปราง… ผมอยากจะบอกว่า… ผมจะพยายามช่วยคุณเต็มที่ ผมจะหาทางเจรจากับคุณสมชาย หรืออาจจะหาแหล่งเงินทุนอื่นมาช่วยเหลือคุณ” มะปรางมองธัญด้วยความซาบซึ้ง เธอรู้สึกได้ถึงความจริงใจและความหวังดีที่เขามีให้ “ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” เธอพูดเสียงแผ่วเบา หลังจากเตรียมแปลงดินเสร็จ ทั้งสองก็เริ่มลงมือปลูกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดใหม่ มะปรางหยิบเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาทีละเมล็ด บรรจงวางลงในหลุมดินที่ขุดไว้ แล้วกลบด้วยดินอย่างเบามือ ทุกการกระทำเต็มไปด้วยความหวังและความตั้งใจ “ถ้ามันโตขึ้นมาแล้วให้ผลผลิตดีจริงๆ… หนูอาจจะมีโอกาส… รอดจากการเป็นหนี้ได้” เธอคิดในใจ ในช่วงบ่าย ขณะที่มะปรางและธัญกำลังทำงานอยู่กลางแปลง จู่ๆ ก็มีเสียงรถยนต์ดังขึ้นมาแต่ไกล ธัญเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย “ใครมาอีกนะ” เขาพึมพำ รถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ กับไร่ของมะปราง เมื่อประตูรถเปิดออก สิ่งที่ทำให้ทั้งสองประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม คือร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถ เธอมีใบหน้าอ่อนหวานและดูคุ้นเคย “มะปราง!” เสียงนั้นดังขึ้นอย่างตกใจ มะปรางเบิกตากว้าง เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น “แพรวา!” แพรวาเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ห่างหายกันไปนาน เธอเป็นลูกสาวของเจ้าของธนาคารแห่งหนึ่งในเมือง มะปรางไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้เจอเธอในสถานการณ์แบบนี้ “แพรวา… เธอมาทำอะไรที่นี่” มะปรางถามด้วยความประหลาดใจ “ฉัน… ฉันเพิ่งรู้ข่าวเรื่องพ่อเธอ” แพรวาเดินเข้ามาสวมกอดมะปรางทันที “ฉันเสียใจด้วยนะ ฉันได้ยินมาว่าเธอมีปัญหาเรื่องหนี้สิน ฉันเลยอยากจะมาดูว่าพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง” “เธอรู้เรื่อง… แล้ว… มาหาฉันถึงที่นี่เลยเหรอ” มะปรางถามด้วยความตื้นตัน “แน่นอนสิ เราเป็นเพื่อนกันนะ” แพรวาตอบ “พ่อฉันเป็นเจ้าของธนาคาร ฉันอาจจะพอคุยกับท่านได้เรื่อง… การผ่อนผันหนี้ หรือหาทางออกอื่นให้” ธัญมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ เขารู้สึกยินดีที่มะปรางได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่า “นี่คือคุณธัญค่ะ” มะปรางแนะนำ “เขาเป็นนักวิชาการเกษตร แล้วก็กำลังช่วยฉันปรับปรุงไร่อยู่” “สวัสดีค่ะคุณธัญ” แพรวายิ้มให้ธัญอย่างเป็นมิตร “สวัสดีครับคุณแพรวา” ธัญยิ้มตอบ “ดีใจที่ได้เจอคุณนะคะ” แพรวาหันกลับมาทางมะปราง “มะปราง… ฉันว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่านะ คุยกันที่นี่มันร้อน” “ได้สิ” มะปรางตอบ ทั้งสามคนเดินไปยังบ้านของมะปราง เพื่อพูดคุยถึงปัญหาหนี้สินอย่างละเอียด แพรวาตั้งใจฟังเรื่องราวของมะปรางอย่างตั้งใจ เธอแสดงความเห็นอกเห็นใจและพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ “ฉันจะลองคุยกับพ่อดูนะ” แพรวาพูดหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด “บางทีท่านอาจจะพอมีทางออกให้เราได้” “ขอบคุณมากนะแพรวา” มะปรางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หนูไม่รู้จะทำยังไงถ้าไม่มีพวกเธอ” ธัญมองมะปรางด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกดีใจที่เห็นเพื่อนของเธอก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเช่นกัน การช่วยเหลือที่เข้ามาจากหลายทิศทาง ทำให้มะปรางรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น แม้ว่าการต่อสู้กับสมชายจะยังคงเป็นเรื่องท้าทาย แต่เธอก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป เมื่อแพรวากลับไปแล้ว มะปรางก็กลับมาที่ไร่อีกครั้ง ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ทิ้งแสงสีทองอร่ามไว้บนท้องฟ้า “วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ” เธอพูดกับตัวเองพร้อมรอยยิ้ม “มีทั้งเมล็ดพันธุ์ใหม่ มีทั้งเพื่อนที่คอยช่วยเหลือ…” เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ความหวังที่เคยหดหายไป กลับมาเบ่งบานอีกครั้งบนผืนดินที่แห้งแล้ง ราวกับต้นข้าวโพดต้นแรกที่กำลังจะงอกเงยขึ้นมา “เราต้องสู้ต่อไป” เธอกล้ำกลืนคำพูดนั้นลงไปในลำคอ พร้อมกับความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตา

4,610 ตัวอักษร