สายใยรักของแม่ในไร่ข้าวโพด

ตอนที่ 14 / 48

ตอนที่ 14 — การข่มขู่ที่ไร้ปรานี

ความมืดมิดของค่ำคืนปกคลุมผืนแผ่นดิน มะปรางกำลังนั่งอยู่ในห้องครัวเล็กๆ ของเธอ แสงไฟสีส้มนวลสาดส่องลงมาบนใบหน้า ขณะที่เธอกำลังจะเตรียมอาหารเย็นง่ายๆ สำหรับตัวเอง มือของเธอกำลังหยิบผักในตะกร้า จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ก๊อกๆๆ! ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะทลายประตูให้พังลงมา มะปรางสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ ใครกันที่มาในยามวิกาลเช่นนี้ เธอวางเขียงและมีดลง แล้วค่อยๆ ย่องไปที่ประตู มองผ่านตาแมวออกไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวา ชายร่างผอมที่เธอเคยเห็นหน้าในตลาด ยืนอยู่ตรงหน้าประตู พร้อมกับชายอีกสองคนที่ท่าทางไม่น่าไว้ใจ เขาทั้งสามคนกำลังยืนเท้าสะเอว มองตรงมาที่ประตูบ้านของเธอ "มะปราง! ออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงห้าวๆ ของไอ้เสนาะตะโกนก้องดังมาจากนอกบ้าน "อย่าคิดว่าทำตัวเป็นคุณนายแล้วจะหนีไปได้นะ!" มะปรางตัวสั่น เธอไม่กล้าเปิดประตู เธอถอยหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว พยายามตั้งสติ "ใครคะ?" เธอถามเสียงสั่น "ใคร? ก็ไอ้เสนาะไง! แกจำไม่ได้เหรอ! ออกมาเดี๋ยวนี้! ท่านประธานอยากจะคุยกับแก!" ไอ้เสนาะตะคอกกลับมาอย่างหงุดหงิด "หนู...หนูไม่สะดวกค่ะ" มะปรางพยายามพูดเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ถ้ามีอะไร ให้ติดต่อไปที่ผู้ใหญ่บ้านค่ะ" "โอ้โห! กล้ามากนะ!" เสียงหัวเราะหยาบโลนดังขึ้นจากชายอีกคน "คิดว่ามีผู้ใหญ่บ้านมาคอยคุ้มหัวแล้วจะรอดรึไง! แกก็แค่ผู้หญิงท้องแก่คนนึง ทำอะไรได้!" "พวกคุณจะทำอะไร!" มะปรางตะโกนกลับไป เสียงดังขึ้นด้วยความโกรธที่ปะปนกับความกลัว "ถ้าพวกคุณไม่ไป หนูจะแจ้งตำรวจ!" "แจ้งตำรวจเหรอ?" ไอ้เสนาะหัวเราะเยาะ "กลัวโว้ย! พวกเราไม่มีอะไรต้องกลัวทั้งนั้นแหละ! แกน่ะสิ ต้องกลัว!" ทันใดนั้น ประตูบ้านก็ถูกกระแทกอย่างแรง มะปรางถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัว เสียงไม้ลั่นดังสนั่นหวั่นไหว เธอรู้ว่าประตูบ้านของเธอคงทนได้อีกไม่นาน "ออกมาเดี๋ยวนี้! อย่าให้พวกเราต้องทำอะไรแรงๆ!" ไอ้เสนาะขู่ "แกจะเสียใจแน่!" น้ำตาคลอหน่วย มะปรางรู้สึกสิ้นหวัง เธอพยายามนึกถึงใครสักคนที่จะมาช่วยเหลือ แต่ในยามค่ำคืนเช่นนี้ ไม่มีใครที่จะมาทันการณ์แน่ๆ "ลูกเอ๋ย..." เธอพึมพำกับตัวเอง "แม่ขอโทษนะ..." พลัน! เสียงรถกระบะคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว แสงไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามา ทำให้ไอ้เสนาะและพรรคพวกต้องหรี่ตาลง "ใครอีกวะ!" ไอ้เสนาะสบถ ประตูรถกระบะเปิดออก และร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทคนเดิม ก็ก้าวลงมายืนเผชิญหน้ากับไอ้เสนาะและพวก "คุณมะปรางปลอดภัยดีไหมครับ" ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด ไอ้เสนาะหันไปมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ "แกเป็นใครวะ!" "ผมเป็นตัวแทนของท่านประธานครับ" ชายหนุ่มตอบ "และผมมาเพื่อ... ยุติเรื่องนี้" "ยุติเรื่อง? แกจะมาทำอะไรที่นี่!" ไอ้เสนาะถามอย่างไม่ไว้ใจ "ผมมาเพื่อ... เจรจา" ชายหนุ่มกล่าว "แต่ดูเหมือนว่า คุณจะขัดขวางการเจรจาของผมอยู่" "เจรจาบ้าบออะไร! ท่านประธานสั่งให้ข้ามาจัดการยัยนี่!" ไอ้เสนาะตะโกน ชายหนุ่มสบตาไอ้เสนาะอย่างเฉยเมย "ผมได้รับคำสั่งให้มาดูแลคุณมะปราง และจัดการปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น" "ปัญหา? แกคิดว่าแกจะมาจัดการพวกข้าได้รึไง!" ไอ้เสนาะหัวเราะเยาะ "พวกข้ามีกันตั้งสามคนนะ!" "ผมก็มีทีมงานของผมเหมือนกันครับ" ชายหนุ่มพูดพลางเหลือบมองไปที่รถกระบะคันเดิม ซึ่งมีชายอีกสองคนนั่งรออยู่ข้างใน "พวกแกอย่ามายุ่ง!" ไอ้เสนาะขู่ "นี่มันเรื่องระหว่างข้ากับยัยมะปราง!" "ผมขอโทษนะครับ" ชายหนุ่มกล่าว "แต่ตอนนี้ คุณมะปรางอยู่ภายใต้การดูแลของผมแล้ว" ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้น ส่งสัญญาณบางอย่างให้กับลูกน้องที่อยู่ในรถ ชายสองคนนั้นก็เปิดประตูรถลงมา พวกเขาทั้งคู่มีท่าทางแข็งแรง และดูเหมือนจะเป็นคนที่ผ่านการฝึกฝนมา ไอ้เสนาะและพรรคพวกมองหน้ากันด้วยความลังเล พวกเขาคาดไม่ถึงว่า สถานการณ์จะพลิกผันไปเช่นนี้ "แก...แกจะทำอะไร!" ไอ้เสนาะถามเสียงแข็ง "ผมจะพาคุณมะปรางไปที่ปลอดภัย" ชายหนุ่มตอบ "และจะจัดการกับพวกคุณในภายหลัง" "ฝันไปเถอะ!" ไอ้เสนาะตะโกนพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร ลูกน้องของชายหนุ่มก็เข้ามารับมืออย่างรวดเร็ว เกิดการต่อสู้ขึ้นกลางลานหน้าบ้านของมะปราง มะปรางมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกใจ เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้คือใคร มาจากไหน และทำไมถึงมาช่วยเหลือเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก หลังจากการต่อสู้เพียงไม่นาน ไอ้เสนาะและพรรคพวกก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว พวกเขาถูกมัดมือมัดเท้า และถูกนำตัวขึ้นรถไป ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา มะปรางยังคงยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตู "คุณมะปรางครับ คุณปลอดภัยแล้ว" เขาพูดเสียงอ่อนโยน "ผมขอโทษที่ทำให้คุณตกใจ" "คุณ...คุณเป็นใครคะ" มะปรางถามเสียงสั่น "แล้วทำไมคุณถึง...?" "ผมชื่อวีรเดชครับ" ชายหนุ่มตอบ "ผมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของท่านประธานที่... เอ่อ... สนใจที่ดินของคุณครับ" มะปรางขมวดคิ้ว "แต่...ท่านประธาน...ทำไมท่านถึงส่งคนมาช่วยหนู?" วีรเดชยิ้มบางๆ "ท่านประธาน... มีนโยบายที่แตกต่างออกไปครับ ท่านอยากจะ... ได้ที่ดินผืนนี้ไปอย่างสันติที่สุด" "สันติที่สุด...?" มะปรางทวนคำอย่างไม่เข้าใจ "ครับ" วีรเดชพยักหน้า "และท่านก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นก่อนการเจรจา" มะปรางมองวีรเดชอย่างพิจารณา เธอไม่แน่ใจว่าจะเชื่อคำพูดของเขาได้ทั้งหมดหรือไม่ แต่ในตอนนี้ เธอก็รู้สึกขอบคุณเขาอย่างมาก "ขอบคุณมากนะคะคุณวีรเดช" มะปรางกล่าว "ถ้าไม่ได้คุณ หนูคงแย่แน่ๆ" "ไม่เป็นไรครับ" วีรเดชตอบ "ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว แต่ผมขอแนะนำว่า คุณควรจะ... ปิดบ้านให้แน่นหนา และระมัดระวังตัวให้มากขึ้นนะครับ" "ค่ะ" มะปรางรับคำ "พรุ่งนี้เช้า ผมจะมาหาคุณอีกครั้ง เพื่อ... แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอของท่านประธานนะครับ" วีรเดชกล่าว "หวังว่าคุณจะพร้อมสำหรับการพูดคุย" เขากล่าวจบก็ผงกศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถกระบะคันเดิม รถคันนั้นก็ขับออกไป ทิ้งให้มะปรางยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดมิด เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบปิดประตูบ้านลงกลอนอย่างแน่นหนา เธอเดินกลับไปที่ครัว มองไปที่ผักผลไม้ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ รู้สึกเหมือนฝันไป เมื่อครู่ มีคนพยายามจะทำร้ายเธอ แต่แล้วก็มีชายแปลกหน้าเข้ามาช่วยเหลือ และเขาคนนั้นเอง ก็เป็นคนของนายทุนที่เธอเกลียดชัง "นี่มันเรื่องอะไรกันแน่" มะปรางพึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกสับสน งุนงง และไม่แน่ใจในอนาคต แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ เธอจะต้องมีสติให้มากกว่านี้ เธอจะต้องเข้มแข็งกว่านี้ เพื่อตัวเธอเอง และเพื่อลูกน้อยในท้อง เธอเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง พยายามสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ "ไม่เป็นไรนะลูก" เธอพูดกับท้องของเธอ "แม่จะดูแลเราเอง" คืนนั้น มะปรางนอนไม่หลับ เธอได้แต่นอนคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกได้ถึงความไม่แน่นอนที่รอเธออยู่เบื้องหน้า

5,452 ตัวอักษร