ตอนที่ 15 — ข้อเสนอที่ซับซ้อน
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาปลุกมะปรางให้ตื่นขึ้น เธอขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงความเมื่อยล้าจากการนอนไม่หลับเมื่อคืนนี้ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องเจอในวันนี้ เธอก็ลุกขึ้นมาเตรียมตัวทันที
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ มะปรางก็มานั่งรอที่โต๊ะอาหารในครัว เธอเตรียมน้ำชาสมุนไพรไว้หนึ่งแก้ว ขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังประตูบ้าน ราวกับคาดหวังว่าจะได้ยินเสียงรถของวีรเดช
ไม่นานนัก เสียงรถกระบะคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน มะปรางสูดหายใจลึกก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู
"สวัสดีครับคุณมะปราง" วีรเดชกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพ "ผมนำเอกสารบางอย่างมาให้คุณพิจารณาครับ"
เขาถือแฟ้มเอกสารหนาๆ มาด้วย มะปรางเชิญเขาเข้ามาในบ้าน
"เชิญค่ะคุณวีรเดช" มะปรางเชื้อเชิญ "น้ำชาไหมคะ"
"ขอบคุณครับ" วีรเดชรับแก้วชามาวางไว้บนโต๊ะ "ผมขออนุญาตเข้าเรื่องเลยนะครับ"
เขาเปิดแฟ้มเอกสารออก เผยให้เห็นเอกสารหลายฉบับที่มีตราประทับของบริษัทนายทุนใหญ่
"นี่คือข้อเสนอซื้อที่ดินของคุณมะปรางครับ" วีรเดชกล่าว "ท่านประธานเสนอราคาที่สูงกว่าราคาประเมินถึงสามเท่าตัวครับ"
มะปรางมองตัวเลขที่ปรากฏในเอกสารด้วยความตกตะลึง "สามเท่าตัวเลยเหรอคะ?"
"ใช่ครับ" วีรเดชยืนยัน "ท่านประธานต้องการที่ดินผืนนี้จริงๆ และท่านก็ยินดีที่จะจ่ายในราคาสูง เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น"
มะปรางอ่านรายละเอียดในเอกสารอย่างละเอียด เธอเห็นว่านอกจากราคาที่สูงลิ่วแล้ว ยังมีข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย เช่น การช่วยเหลือเรื่องการย้ายถิ่นฐาน การจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ หรือแม้กระทั่งการให้เงินทุนเริ่มต้นธุรกิจใหม่
"ข้อเสนอ... ดีมากเลยค่ะ" มะปรางกล่าวเสียงเบา "แต่..."
"แต่คุณมะปรางยังไม่สบายใจใช่ไหมครับ" วีรเดชคาดเดาความคิดของเธอได้ "คุณกำลังกังวลว่า หลังจากที่คุณขายที่ดินไปแล้ว ท่านประธานจะทำตามสัญญาจริงหรือเปล่า"
มะปรางพยักหน้า "ค่ะ หนู... หนูไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มาก่อน หนูไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครได้"
"ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ" วีรเดชตอบ "แต่ผมขอยืนยันว่า ท่านประธานของเราเป็นนักธุรกิจที่น่าเชื่อถือมากครับ บริษัทของเราไม่เคยมีประวัติการผิดสัญญา"
"แล้วเมื่อคืนนี้..." มะปรางเอ่ยถามอย่างลังเล "ทำไมคุณถึง... มาช่วยหนู?"
วีรเดชยิ้มเล็กน้อย "อย่างที่ผมบอกครับ ท่านประธานต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างสันติที่สุด ท่านไม่อยากให้มีเรื่องรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการเจรจา"
"แล้ว... ถ้าหนูไม่ขายล่ะคะ?" มะปรางถามตรงๆ
วีรเดชเงียบไปครู่หนึ่ง "ถ้าคุณมะปรางไม่ต้องการขายจริงๆ ท่านประธานก็จะ...เคารพการตัดสินใจของคุณครับ"
"เคารพ...?" มะปรางทวนคำอีกครั้ง "แต่พวกที่มาเมื่อคืนนี้..."
"พวกนั้น... เป็นคนนอกครับ" วีรเดชอธิบาย "ท่านประธานสั่งให้ผมจัดการกับพวกเขาแล้ว"
มะปรางมองวีรเดชอย่างพิจารณา เธอรู้สึกว่าคำพูดของเขามีน้ำหนัก แต่ก็ยังมีความเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง
"ข้อเสนอที่ให้มานี้... น่าสนใจมากค่ะ" มะปรางกล่าว "หนูขอเวลาพิจารณาอีกสักพักนะคะ"
"แน่นอนครับ" วีรเดชตอบ "คุณสามารถติดต่อผมได้ตลอดเวลา หากมีข้อสงสัย หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม"
เขายื่นนามบัตรให้มะปราง ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ
"ผมขอให้คุณมะปรางโชคดีกับการตัดสินใจนะครับ" วีรเดชกล่าว "และหากคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในการฟื้นฟูไร่ข้าวโพดของคุณก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องที่ดิน ผมยินดีที่จะประสานงานให้ครับ"
มะปรางมองตามวีรเดชไปจนลับตา เธอหยิบนามบัตรขึ้นมาดู พิมพ์ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้อย่างชัดเจน
"ข้อเสนอที่ดี... เกินไปหรือเปล่า" มะปรางพึมพำกับตัวเอง
เธอรู้ดีว่า การตัดสินใจครั้งนี้ จะส่งผลต่อชีวิตของเธอและลูกน้อยอย่างมาก
หากเธอขายที่ดิน เธอจะมีเงินมากมาย มีชีวิตที่สุขสบาย แต่เธอจะสูญเสียมรดกของพ่อแม่ และความภาคภูมิใจในตัวเองไป
หากเธอไม่ขาย เธออาจจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหนี้สิน และการถูกกดดันจากนายทุนอีกครั้ง แต่เธอจะได้รักษาผืนดินของครอบครัวไว้ และได้พิสูจน์ตัวเอง
มะปรางเดินกลับไปที่แปลงดินเล็กๆ ที่เธอเตรียมไว้เมื่อวาน เธอหยิบจอบขึ้นมา พรวนดินอย่างช้าๆ
"ลูกเอ๋ย" เธอพูดกับท้องของเธอ "เราจะเลือกทางไหนดีนะ"
เธอหยุดมือจากการทำงาน หันไปมองทุ่งข้าวโพดที่ยังคงแห้งแล้งอยู่เบื้องหน้า
"ถ้าเราสู้ เราจะชนะไหม" เธอถามตัวเอง
ความคิดต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัว เธอเริ่มรู้สึกสับสนและเหนื่อยล้า
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ "คุณลุงสมชาย"
"ฮัลโหลค่ะคุณลุง" มะปรางรีบรับสาย
"มะปราง! เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น! ลุงได้ยินเสียงดังมาจากทางบ้านแก แล้วไอ้เสนาะก็หายไปเลย" เสียงของคุณลุงสมชายฟังดูเป็นห่วง
มะปรางสูดหายใจลึก "เมื่อคืนมีคนมาข่มขู่หนูค่ะคุณลุง แต่ก็มีคนเข้ามาช่วยไว้"
"ใครกัน! แล้วเป็นยังไงบ้าง!" คุณลุงสมชายถามอย่างร้อนรน
มะปรางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้คุณลุงสมชายฟัง รวมถึงเรื่องข้อเสนอของนายทุนใหญ่ที่วีรเดชนำมาให้
"อะไรนะ! สามเท่าตัวเลยเหรอ!" คุณลุงสมชายอุทานด้วยความตกใจ "มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ"
"หนูก็คิดแบบนั้นค่ะคุณลุง" มะปรางกล่าว "แต่หนูไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ"
"ใจเย็นๆ นะมะปราง" คุณลุงสมชายปลอบ "เรื่องนี้มันซับซ้อนเกินไป ลุงว่าเราควรจะปรึกษาผู้ใหญ่บ้าน หรือทนายความสักคนนะ"
"ทนายความ...?" มะปรางทวนคำ "หนูไม่มีเงินจ้างทนายนะคะคุณลุง"
"เดี๋ยวลุงช่วยดูให้" คุณลุงสมชายกล่าว "ลุงรู้จักคนรู้จักคนน่ะ เผื่อจะมีทนายใจดี ที่พอจะช่วยเราได้"
"ขอบคุณมากค่ะคุณลุง" มะปรางรู้สึกอบอุ่นใจอีกครั้งที่มีคนคอยช่วยเหลือ
"แล้วเรื่องข้อเสนอของไอ้พวกนั้นนะ" คุณลุงสมชายกล่าวเสียงเครียด "อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรไปก่อนนะมะปราง ลุงว่าเราต้องดูกันให้ดีๆ ก่อน"
"ค่ะคุณลุง หนูจะไม่ตัดสินใจอะไรจนกว่าจะได้คุยกับคุณลุงก่อน" มะปรางรับปาก
หลังจากวางสายโทรศัพท์จากคุณลุงสมชาย มะปรางก็นั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน
เธอรู้ว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกระหว่างความมั่นคงทางการเงิน กับการรักษาคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง
เธอมองไปยังแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ
"ไม่ว่าทางเลือกไหน" มะปรางพึมพำ "ฉันก็ต้องสู้... เพื่อลูกของฉัน"
4,879 ตัวอักษร