สายใยรักของแม่ในไร่ข้าวโพด

ตอนที่ 16 / 48

ตอนที่ 16 — การรุกคืบของนายทุน

มะปรางนั่งมองเอกสารในมือที่ได้รับมาจากทนายความของนายทุนใหญ่ เป็นข้อเสนอที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเยียบ ข้อเสนอนี้ไม่ใช่การซื้อขายที่ดินธรรมดา แต่มันคือการบีบคั้นอย่างเลือดเย็น การข่มขู่ที่แฝงมาในรูปแบบของความเมตตาจอมปลอม เธอสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติ การนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อตื่นมาก็พบกับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม "นี่มัน... ใจร้ายเกินไปแล้ว" มะปรางพึมพำกับตัวเอง มือที่เคยแข็งแรงกลับสั่นเทา ทนายความของนายทุนใหญ่ หรือคุณวิชัย เขาเป็นคนสุภาพ แต่แววตาที่สะท้อนออกมากลับแข็งกร้าวราวกับคมมีด เขามาหาเธอแต่เช้าตรู่ พร้อมกับเอกสารกองโต และคำพูดที่ฟังดูมีเหตุผล แต่ซ่อนเร้นความโหดเหี้ยมไว้เบื้องหลัง "คุณมะปรางครับ ผมเข้าใจดีว่าสถานการณ์ของคุณตอนนี้อาจจะลำบาก" คุณวิชัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะอ่อนโยน "แต่ข้อเสนอนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับแล้วนะครับ" มะปรางเงยหน้ามองเขา ดวงตาฉายแววตัดพ้อ "สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับใครคะ? สำหรับดิฉัน หรือสำหรับคุณวิชัยและนายทุนของคุณ?" คุณวิชัยยิ้มบางๆ "สำหรับทุกฝ่ายครับ คุณมะปราง ลองพิจารณาดูนะครับ เราเสนอราคาที่ดีมากทีเดียวสำหรับที่ดินแปลงนี้ แถมยังจะช่วยจัดการเรื่องหนี้สินที่ตกทอดมาจากครอบครัวของคุณให้ทั้งหมดด้วย" "จัดการหนี้สินให้ทั้งหมด?" มะปรางทวนคำอย่างไม่เชื่อหู "คุณวิชัยกำลังพูดถึงหนี้สินที่พ่อกับแม่ของดิฉันก่อไว้ใช่ไหมคะ?" "ถูกต้องครับ" คุณวิชัยพยักหน้า "เราเห็นใจในความยากลำบากของคุณ ยิ่งคุณกำลังตั้งครรภ์ด้วยแล้ว เรื่องเงินทองควรจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณจะต้องกังวล" คำพูดที่เหมือนจะหวังดีกลับยิ่งทำให้มะปรางรู้สึกอึดอัด เธอรู้ดีว่าภายใต้ความสุภาพนั้น คือการคุกคามที่ชัดเจน นายทุนใหญ่คงรู้เรื่องที่เธอท้องแล้ว และกำลังใช้มันเป็นเครื่องมือในการบีบบังคับเธอ "แล้วถ้าดิฉันไม่ยอมล่ะคะ?" มะปรางถามเสียงแข็ง พยายามซ่อนความหวาดหวั่นเอาไว้ คุณวิชัยเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยมีจางหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าจริงจัง "ถ้าคุณมะปรางไม่ยอม... เราก็คงต้องใช้วิธีอื่นครับ" "วิธีอื่น?" "ใช่ครับ" คุณวิชัยตอบเสียงเรียบ "การฟ้องร้องบังคับคดีตามกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างแน่นอนครับ และเท่าที่ผมทราบ หนี้สินของคุณค่อนข้างมากทีเดียว การยึดทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงที่ดินผืนนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" มะปรางกำหมัดแน่น รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปทั่วร่าง "คุณกำลังจะบอกว่า ถ้าดิฉันไม่ขายที่ดินนี้ให้ ก็จะถูกยึดใช่ไหมคะ?" "ผมไม่ได้บอกอย่างนั้นครับ" คุณวิชัยปฏิเสธ "ผมเพียงแค่แนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับคุณเท่านั้น เป็นทางเลือกที่ทำให้คุณไม่ต้องเสียอะไรไปเลย ได้เงินก้อนโตไปตั้งตัว แถมยังไม่ต้องมีภาระหนี้สินอีกต่อไป" "แต่ที่ดินผืนนี้ มันไม่ใช่แค่ที่ดิน" มะปรางสวนกลับ น้ำเสียงสั่นเครือ "มันคือไร่ข้าวโพดที่พ่อกับแม่ของดิฉันสร้างมา มันคือความฝันของพวกเขา มันคืออนาคตของลูกในท้องของดิฉัน" "ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ" คุณวิชัยพูด แต่แววตาของเขาไม่ได้แสดงออกเช่นนั้นเลย "แต่ความฝันและอนาคต ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงนะครับ คุณมะปราง คุณกำลังเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่ว่า คุณไม่สามารถแบกรับภาระนี้ได้เพียงลำพัง" คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของมะปราง เธอรู้ว่าเขาพูดถูก แต่การยอมแพ้ตอนนี้ มันไม่ใช่ทางเลือกที่เธอจะยอมรับได้ง่ายๆ "แล้วถ้าดิฉันขอเวลาคิดล่ะคะ?" มะปรางถาม พยายามยื้อเวลา คุณวิชัยมองนาฬิกาข้อมือ "ผมให้เวลาคุณถึงวันศุกร์นี้ครับ หากคุณมะปรางตัดสินใจได้แล้ว ติดต่อผมมาได้เลย" เขายื่นนามบัตรให้มะปราง "ผมหวังว่าคุณจะเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองนะครับ" หลังจากคุณวิชัยกลับไป มะปรางก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เธอรู้สึกอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลรินออกมาไม่หยุดหย่อน "ทำยังไงดี... ทำยังไงดี" เธอพึมพำกับตัวเอง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนรายชื่อไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่ชื่อของ 'ปลัดบุญส่ง' ชายผู้มีตำแหน่งในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เขาเคยให้คำแนะนำเธอเกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ำในไร่ เขาเป็นคนมีน้ำใจและดูน่าเชื่อถือ "สวัสดีค่ะ ท่านปลัด" มะปรางเอ่ยเสียงสั่น "มะปราง! มีอะไรหรือเปล่า เสียงดูไม่ค่อยดีเลย" ปลัดบุญส่งถามด้วยความเป็นห่วง "คือ... หนูมีปัญหาใหญ่มากค่ะท่านปลัด" มะปรางเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ปลัดบุญส่งฟัง ตั้งแต่การมาของคุณวิชัย ข้อเสนอ และคำข่มขู่ ปลัดบุญส่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ใจเย็นๆ นะมะปราง ปัญหาแบบนี้มีทางแก้ไขเสมอ" "แต่เขาบอกว่าถ้าหนูไม่ยอม ที่ดินของหนูจะถูกยึดค่ะ" "อย่าเพิ่งคิดมากนะมะปราง" ปลัดบุญส่งปลอบ "กฎหมายมีไว้เพื่อคุ้มครองทุกคน และผมเชื่อว่ายังมีทางอื่นอีก" "หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะท่านปลัด" มะปรางเริ่มสะอื้น "ฟังนะมะปราง" ปลัดบุญส่งพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น "วันพรุ่งนี้ ตอนเช้าๆ ฉันจะเข้าไปพบคุณที่ไร่ เรามาดูกันว่าเอกสารต่างๆ ที่คุณมี มันจะช่วยอะไรเราได้บ้าง และผมจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ด้วย ไม่ต้องกลัวนะ มีฉันอยู่ตรงนี้" คำพูดของปลัดบุญส่งเหมือนเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ มะปรางรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แม้จะยังคงหวาดกลัวและกังวลใจอยู่ก็ตาม "ขอบคุณมากค่ะท่านปลัด" "ไม่เป็นไรหรอกมะปราง ดูแลตัวเองนะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน" หลังจากวางสายจากปลัดบุญส่ง มะปรางก็พยายามรวบรวมสติ เธอรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังอีกยาวไกล แต่การมีใครสักคนพร้อมจะช่วยเหลือ ก็ทำให้เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไป เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังผืนไร่ข้าวโพดที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มันคือทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ และเธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากมันไปได้ง่ายๆ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

4,646 ตัวอักษร