ตอนที่ 25 — แผนลวงและเงื่อนงำใหม่
แสงแดดยามบ่ายคล้อยทอประกายอ่อนลงบนผืนนาข้าวโพดเขียวขจีที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแรง มะปรางยืนมองผลผลิตของเธอด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก แต่ความภาคภูมิใจในสิ่งที่เธอสร้างขึ้นมาก็เป็นพลังขับเคลื่อนให้เธอสู้ต่อไป ทนายสมศักดิ์เดินเข้ามาใกล้ ถือแฟ้มเอกสารหนาปึกในมือ
"เป็นยังไงบ้างครับคุณมะปราง ดูเหมือนข้าวโพดจะสมบูรณ์ดีนะครับ" ทนายสมศักดิ์เอ่ยทักอย่างเป็นมิตร
"ก็ดีค่ะทนาย ถ้ามันเป็นแบบนี้ตลอดไปก็คงจะดี" มะปรางถอนหายใจแผ่วเบา "แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่า เรายังคงมีอุปสรรคอีกมาก"
ทนายสมศักดิ์พยักหน้าเห็นด้วย "ผมเข้าใจครับ และผมก็มีข่าวบางอย่างที่อาจจะส่งผลต่อรูปคดีของเรา" เขาเปิดแฟ้มเอกสารออก "ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของท่านประจักษ์เมื่อยี่สิบปีก่อน เกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้"
มะปรางเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง "จริงหรือคะทนาย มีอะไรบ้าง"
"ข้อมูลนี้ได้มาจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนครับ เขาบอกว่ามีเอกสารบางอย่างที่ถูกปกปิดไว้ และเอกสารนั้นอาจจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเสียชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ของคุณ" ทนายสมศักดิ์อธิบาย "ดูเหมือนว่าท่านประจักษ์ไม่ได้เพียงต้องการที่ดินแปลงนี้เพราะมันเป็นทำเลทอง แต่เพราะมันอาจจะมีหลักฐานบางอย่างซ่อนอยู่ ที่จะทำให้เขาต้องโทษในคดีเมื่อครั้งนั้น"
"หลักฐานอะไรคะ" มะปรางถามอย่างกระตือรือร้น "แล้วมันจะช่วยเราได้ยังไง"
"ผมยังไม่แน่ใจในรายละเอียดทั้งหมดครับ แต่แหล่งข่าวบอกว่าเอกสารนั้นเป็นสัญญาที่แสดงให้เห็นว่าที่ดินผืนนี้เคยเป็นของคุณพ่อคุณแม่คุณมาก่อนจริงๆ แม้ว่าตอนนั้นจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วก็ตาม" ทนายสมศักดิ์กล่าว "แต่การโอนนั้นอาจจะมีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากล"
"ไม่ชอบมาพากลยังไงคะ" มะปรางพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตที่เธอไม่เคยล่วงรู้
"ตามข้อมูลที่ได้รับมา การโอนกรรมสิทธิ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังจากคุณพ่อคุณแม่ของคุณประสบอุบัติเหตุไม่นานนัก และมีข้อสงสัยว่าอาจจะมีการบีบบังคับ หรือใช้เอกสารปลอม" ทนายสมศักดิ์กล่าว "มันอาจจะเชื่อมโยงไปถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตของคุณพ่อคุณแม่คุณด้วย"
มะปรางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ภาพความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว เธอจำได้ว่าพ่อแม่ของเธอรักที่ดินผืนนี้มาก มันเป็นเหมือนมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ การที่พ่อแม่ต้องจากไปอย่างกะทันหัน และหนี้สินที่ถาโถมเข้ามา มันเป็นเหมือนเงาสะท้อนของความไม่ชอบมาพากลบางอย่างจริงๆ
"แล้วเราจะหาเอกสารนั้นเจอไหมคะทนาย" มะปรางถามเสียงสั่นเครือ
"ผมกำลังวางแผนอยู่ครับ" ทนายสมศักดิ์ตอบ "แหล่งข่าวบอกว่าเอกสารนั้นถูกเก็บไว้อย่างดีในที่ที่ปลอดภัย และมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน"
"ใครคะ"
"คนที่รู้ อาจจะเป็นอดีตเลขานุการของคุณพ่อท่านประจักษ์ที่ตอนนี้เกษียณอายุไปแล้ว" ทนายสมศักดิ์บอก "แต่การจะเข้าถึงตัวเขาไม่ใช่เรื่องง่าย เขาเป็นคนค่อนข้างสันโดษ และไม่น่าจะยินดีให้ความร่วมมือกับคนนอก"
"เราต้องลองค่ะทนาย" มะปรางยืนยันหนักแน่น "ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราต้องหาความจริงให้ได้"
"ผมจะลองติดต่อเขาอย่างระมัดระวังที่สุดครับ" ทนายสมศักดิ์กล่าว "แต่ระหว่างนี้ คุณมะปรางต้องระวังตัวให้มากนะครับ ท่านประจักษ์อาจจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเรากำลังสืบหาอะไรบางอย่าง"
"ฉันรู้ค่ะ" มะปรางพยักหน้า "ฉันจะระวังตัวให้ถึงที่สุด"
ไม่กี่วันต่อมา มะปรางได้รับโทรศัพท์จากป้าสมร ป้าสมรเป็นคนในหมู่บ้านที่สนิทสนมกับครอบครัวเธอมานาน
"มะปรางจ้ะ ป้ามีเรื่องจะบอก" เสียงป้าสมรฟังดูร้อนรน
"มีเรื่องอะไรคะป้า" มะปรางถามด้วยความเป็นห่วง
"เมื่อวานนี้ มีคนแปลกหน้ามาวนเวียนแถวบ้านแกอยู่สองคน ใส่สูทผูกไทด์ ดูไม่น่าไว้ใจเลย" ป้าสมรเล่า "เขามาถามหาแกน่ะ ถามว่าแกอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่"
มะปรางใจหายวาบ "ใครคะป้า เขาเป็นใคร"
"ไม่รู้สิ เขาไม่ได้บอกชื่อ แค่บอกว่ามาจากบริษัท จะมาสอบถามเรื่องต่างๆ" ป้าสมรตอบ "แต่หน้าตาเขาดูไม่เป็นมิตรเลย ป้าเลยบอกไปว่าแกไม่ค่อยได้อยู่บ้าน"
"ขอบคุณมากนะคะป้าที่บอก" มะปรางรีบกล่าว "ป้าเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะคะ"
หลังจากวางสาย มะปรางก็รู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้ดีว่าคนเหล่านั้นต้องเป็นคนของท่านประจักษ์แน่ๆ พวกเขากำลังจับตาดูเธออยู่
"ดูเหมือนว่าเราต้องเร่งมือแล้วล่ะครับคุณมะปราง" ทนายสมศักดิ์กล่าวเมื่อมะปรางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
"ค่ะทนาย ฉันพร้อมแล้ว" มะปรางตอบ แม้จะมีความหวาดหวั่น แต่ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องลูกน้อยในท้อง และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของครอบครัว ก็ทำให้เธอเข้มแข็งขึ้น
"ผมได้ลองติดต่ออดีตเลขานุการของคุณพ่อท่านประจักษ์แล้วครับ เขาชื่อคุณวิชัย" ทนายสมศักดิ์เล่า "เขาตกลงที่จะพบเรา แต่ขอพบในที่ที่ไม่เป็นทางการ และขอให้เราไปหาเขาที่บ้านพักในเมือง"
"ดีเลยค่ะ" มะปรางตอบ "เราจะไปเมื่อไหร่คะ"
"ผมคิดว่าพรุ่งนี้เช้าจะดีที่สุดครับ" ทนายสมศักดิ์เสนอ "คุณเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ เราอาจจะได้ข้อมูลสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ของเราเลยก็ได้"
คืนนั้น มะปรางนอนไม่หลับ เธอนอนกอดท้องกลมโตของตัวเอง คิดถึงอนาคตของลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก เธอภาวนาขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี เธอหวังว่าหลักฐานจากอดีตจะสามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่โหดร้ายนี้ได้
รุ่งเช้า มะปรางและทนายสมศักดิ์เดินทางไปยังบ้านพักของคุณวิชัยในเมือง บ้านพักหลังเล็กตั้งอยู่ในซอยเงียบสงบ คุณวิชัย ชายสูงวัยผมสีดอกเลา ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่แววตายังคงฉายแววฉลาดปราดเปรื่อง เขาต้อนรับทั้งสองอย่างสุภาพ
"เชิญนั่งก่อนครับ คุณทนาย คุณมะปราง" คุณวิชัยเชื้อเชิญ "ผมทราบเรื่องของคุณมะปรางมาบ้างแล้ว จากที่คุณทนายสมศักดิ์ได้เล่าให้ฟัง"
"ขอบคุณมากครับคุณวิชัยที่เราให้โอกาสเรา" ทนายสมศักดิ์กล่าว "เรามาในวันนี้เพื่อหวังจะขอความช่วยเหลือจากคุณ"
"ผมทราบดีครับ" คุณวิชัยพยักหน้า "ผมทำงานกับท่านประจักษ์มานานพอสมควร ผมรู้ดีว่าเขามีนิสัยยังไง"
"คุณวิชัยครับ" มะปรางเอ่ยขึ้นเสียงสั่น "คุณพอจะจำเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อนได้ไหมครับ เกี่ยวกับที่ดินของพ่อแม่ของดิฉัน"
คุณวิชัยนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาเหม่อลอยเหมือนกำลังรำลึกถึงอดีต "ผมจำได้ครับ เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ"
"มีเอกสารบางอย่างที่คุณวิชัยอาจจะเก็บรักษาไว้" ทนายสมศักดิ์กล่าว "เอกสารที่อาจจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อแม่คุณมะปราง และเปิดเผยความจริงในอดีต"
คุณวิชัยถอนหายใจยาว "ผมทราบดีครับว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร" เขาหันไปมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ "คุณมะปรางครับ ผมเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวคุณจริงๆ"
"แล้วเอกสารนั้นล่ะครับคุณวิชัย" ทนายสมศักดิ์ถามอย่างตรงไปตรงมา "คุณมีมันอยู่ใช่ไหมครับ"
คุณวิชัยลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ "ผมมีมันอยู่ครับ แต่...มันเป็นความลับที่อันตรายมาก"
"อันตรายยังไงครับ" มะปรางถาม
"ท่านประจักษ์เป็นคนเจ้าเล่ห์และอันตรายมากครับ เขาไม่เคยลังเลที่จะกำจัดใครก็ตามที่ขวางทางเขา" คุณวิชัยกล่าว "ผมเก็บเอกสารนั้นไว้เป็นเวลาหลายปี เพราะผมรู้ว่ามันสำคัญ และผมก็กลัวท่านประจักษ์มาตลอด"
"เราจะปกป้องคุณเองครับคุณวิชัย" ทนายสมศักดิ์ให้คำมั่น "เราจะทำให้ความจริงปรากฏ"
"ผมเชื่อในตัวคุณทนายครับ" คุณวิชัยกล่าว "และผมก็เห็นถึงความมุ่งมั่นของคุณมะปราง" เขาเดินไปที่ตู้หนังสือเก่าแก่หลังหนึ่ง และหยิบกุญแจดอกเล็กๆ ออกมา "ผมเก็บมันไว้ในเซฟเล็กๆ ที่บ้านของผมเอง"
เมื่อคุณวิชัยเปิดเซฟออกมา มะปรางก็เห็นแฟ้มเอกสารเก่าแก่สีน้ำตาลวางอยู่ เธอใจเต้นแรง เมื่อคุณวิชัยหยิบแฟ้มนั้นออกมา และเปิดมันออก เธอก็เห็นเอกสารหลายฉบับ
"นี่คือสัญญาซื้อขายที่ดินที่ถูกดัดแปลง" คุณวิชัยชี้ไปที่เอกสารฉบับหนึ่ง "ลายเซ็นของคุณพ่อคุณถูกปลอมขึ้นมา"
"เป็นไปได้อย่างไร" มะปรางอุทาน
"และนี่คือบันทึกการโอนกรรมสิทธิ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน" คุณวิชัยกล่าวต่อ "ผมได้บันทึกรายละเอียดการสนทนาของท่านประจักษ์กับทนายความของเขาไว้ ผมจำได้ว่าวันนั้นท่านประจักษ์กดดันให้ทุกอย่างเร็วที่สุด"
"บันทึกเสียง?" ทนายสมศักดิ์ตาเป็นประกาย
"ใช่ครับ ผมบันทึกไว้ในเทปคาสเซ็ตต์เก่าๆ" คุณวิชัยตอบ "ผมไม่เคยคิดว่ามันจะมีประโยชน์จนกระทั่งได้ยินเรื่องของคุณมะปราง"
มะปรางมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ เสียใจ และตื้นตันใจในความกล้าหาญของคุณวิชัย
"เอกสารพวกนี้...มันจะช่วยเราได้จริงๆ ใช่ไหมคะ" มะปรางถาม
"แน่นอนครับ" ทนายสมศักดิ์ตอบอย่างมั่นใจ "นี่คือหลักฐานสำคัญที่จะสามารถใช้ต่อสู้กับท่านประจักษ์ได้"
"ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ" คุณวิชัยกล่าว "ผมขอให้คุณทั้งสองระมัดระวังตัวให้มาก ท่านประจักษ์ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่นอน"
มะปรางขอบคุณคุณวิชัยจากใจจริง ก่อนที่เธอและทนายสมศักดิ์จะเดินทางกลับ ไร่ข้าวโพดของเธออาจจะยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทาย แต่ตอนนี้ เธอมีความหวังที่มากขึ้นกว่าเดิม
7,011 ตัวอักษร