ตอนที่ 26 — การเปิดโปงเบื้องหลังอำพราง
ข่าวที่ได้จากคุณวิชัยนั้น เปรียบเสมือนสายลมเย็นที่พัดพาความหวังมาสู่มะปรางและทนายสมศักดิ์ เอกสารสัญญาที่ถูกดัดแปลง และบันทึกเสียงการสนทนาของท่านประจักษ์ คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้พลิกสถานการณ์ในการต่อสู้ครั้งนี้ได้
"คุณวิชัยให้ความร่วมมือกับเราดีมากเลยนะครับ" ทนายสมศักดิ์กล่าวขณะที่รถแล่นกลับออกจากตัวเมือง "ผมไม่คิดว่าเขาจะกล้าเสี่ยงขนาดนี้"
"ท่านคงเห็นถึงความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นค่ะ" มะปรางตอบ พลางนึกถึงใบหน้าอันเหนื่อยอ่อนแต่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของคุณวิชัย "ท่านคงไม่อยากให้เรื่องร้ายๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก"
"ใช่ครับ แต่เราก็ต้องไม่ประมาท" ทนายสมศักดิ์เน้นย้ำ "ท่านประจักษ์เป็นคนฉลาด เขาจะพยายามหาทางทำลายหลักฐานของเราแน่ๆ เราต้องรีบดำเนินการ"
"เราจะทำอะไรต่อไปคะทนาย" มะปรางถาม
"ผมจะนำเอกสารเหล่านี้ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบลายเซ็นปลอมครับ ส่วนบันทึกเสียง ผมจะนำไปแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานได้ง่ายขึ้น" ทนายสมศักดิ์อธิบาย "ระหว่างนี้ คุณมะปรางต้องคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของคนของท่านประจักษ์ให้ดี หากมีอะไรผิดปกติ รีบแจ้งผมทันที"
"ค่ะ" มะปรางรับคำ "ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่"
เมื่อกลับมาถึงไร่ข้าวโพด มะปรางก็กลับไปทำงานตามปกติ เธอพยายามทำตัวให้เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ในใจก็อดกังวลไม่ได้ เธอรู้ดีว่าการเปิดโปงความจริงครั้งนี้ อาจจะนำมาซึ่งอันตรายที่คาดไม่ถึง
สองสามวันต่อมา ทนายสมศักดิ์ก็ติดต่อกลับมาพร้อมข่าวที่น่าตื่นเต้น
"คุณมะปรางครับ ผลการตรวจสอบออกมาแล้วครับ" น้ำเสียงของทนายสมศักดิ์เต็มไปด้วยความยินดี "ลายเซ็นในสัญญาซื้อขายที่ดินนั้น เป็นลายเซ็นปลอมจริงๆ ครับ และผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าปลอมได้อย่างแนบเนียนมาก"
"จริงหรือคะ!" มะปรางแทบจะกระโดดด้วยความดีใจ "แล้วบันทึกเสียงล่ะคะ"
"ก็ยอดเยี่ยมเช่นกันครับ" ทนายสมศักดิ์ตอบ "ผมได้ไฟล์ดิจิทัลมาแล้ว และได้ตรวจสอบเนื้อหาแล้ว มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนมากว่าท่านประจักษ์ได้รู้เห็นและมีส่วนในการบีบบังคับให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ไม่ชอบธรรมนี้"
"เราจะใช้หลักฐานพวกนี้สู้กับเขาได้ใช่ไหมคะ"
"แน่นอนครับ" ทนายสมศักดิ์กล่าวอย่างมั่นใจ "นี่คืออาวุธชิ้นสำคัญของเรา ผมจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้ พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีกับท่านประจักษ์ในข้อหาฉ้อโกง และอาจจะรวมถึงข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ของคุณด้วย"
"ขอบคุณมากค่ะทนาย" มะปรางกล่าวด้วยน้ำตาคลอ "ถ้าไม่ได้ทนาย ฉันคงไม่รู้จะทำยังไง"
"เราเป็นทีมเดียวกันครับคุณมะปราง" ทนายสมศักดิ์ตอบ "เราจะสู้ไปด้วยกันจนถึงที่สุด"
ขณะที่มะปรางกำลังจะวางสาย เธอก็สังเกตเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากไร่ของเธอ รถคันนั้นดูคุ้นตา เหมือนเคยเห็นจอดอยู่แถวนี้มาก่อน
"ทนายคะ พอดีมีรถคันหนึ่งมาจอดอยู่ใกล้ๆ ไร่ของฉัน ดูเหมือนจะเป็นรถของคนพวกนั้น" มะปรางบอก
"รถสีดำคันนั้นน่ะเหรอครับ" ทนายสมศักดิ์ถาม "ผมจะให้คนของเราไปสังเกตการณ์ให้ครับ คุณมะปรางอย่าเพิ่งออกไปไหนนะครับ อยู่แต่ในบ้านก่อน"
มะปรางรีบตอบรับ และรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที เธอรู้สึกได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ
ไม่นานหลังจากนั้น โทรศัพท์ของมะปรางก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"สวัสดีครับ คุณมะปราง" เสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งดังขึ้น "ผมเป็นเพื่อนเก่าของคุณพ่อคุณ"
มะปรางตกใจ "ใครคะ"
"ผมชื่อชัยครับ" ชายคนนั้นตอบ "ผมได้ยินเรื่องราวของคุณมา ผมอยากจะช่วย"
"ช่วยยังไงคะ" มะปรางถามด้วยความสงสัย
"ผมรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับท่านประจักษ์" ชัยกล่าว "ความลับที่เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ และถ้าความลับนี้ถูกเปิดเผย ท่านประจักษ์จะเสียทุกอย่าง"
"ความลับอะไรคะ" มะปรางถามอย่างใจจดใจจ่อ
"มันเกี่ยวข้องกับธุรกิจมืดของท่านประจักษ์ครับ" ชัยอธิบาย "และอาจจะรวมถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อนด้วย"
"คุณชัยคะ คุณแน่ใจเหรอคะว่านี่ไม่ใช่กับดัก" มะปรางถามอย่างระแวง
"ผมแน่ใจครับ" ชัยตอบ "ผมเองก็ไม่ชอบท่านประจักษ์เหมือนกัน เขาเคยทำร้ายคนใกล้ตัวผม"
"แล้วคุณมีหลักฐานอะไรคะ"
"ผมมีเอกสารบางอย่างที่สามารถพิสูจน์ได้" ชัยกล่าว "แต่ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณมะปราง เพื่อให้เอกสารนี้ไปถึงมือทนายสมศักดิ์อย่างปลอดภัย"
มะปรางลังเล แต่ความหวังที่จะได้ความยุติธรรม ทำให้เธอตัดสินใจลองเสี่ยง "แล้วเราจะเจอกันที่ไหนคะ"
"พรุ่งนี้เช้า เวลาเจ็ดโมงตรง ที่สะพานไม้เก่าริมคลองหลังหมู่บ้านครับ" ชัยบอก "ผมจะนำเอกสารไปให้คุณที่นั่น"
เมื่อวางสาย มะปรางก็รีบโทรหาทนายสมศักดิ์ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
"คุณมะปรางครับ ผมว่าเราต้องระวังตัวให้มาก" ทนายสมศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล "ผมไม่แน่ใจว่าชายคนนี้เป็นใครกันแน่"
"แต่ถ้าเขาพูดจริงล่ะคะทนาย" มะปรางถาม "ถ้าเขาเป็นคนที่จะช่วยเราได้จริงๆ"
"ผมเข้าใจครับ" ทนายสมศักดิ์ถอนหายใจ "แต่เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ผมจะไปกับคุณเองครับ"
วันรุ่งขึ้น มะปรางและทนายสมศักดิ์เดินทางไปยังสะพานไม้เก่าริมคลอง ยามเช้าอากาศเย็นสบาย หมอกบางๆ ลอยเอื่อยเหนือผิวน้ำ ทั้งสองรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
เวลาเจ็ดโมงตรง ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากเงามืดของต้นไม้ เขาคือชัย ชายผู้มีใบหน้าคมเข้ม ดวงตาดูฉลาดแกมโกง
"คุณมะปราง คุณทนาย" ชัยทักทาย "ผมเตรียมสิ่งที่คุณต้องการมาแล้ว"
เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา ยื่นให้กับมะปราง
"นี่คือเอกสารที่เปิดโปงธุรกิจมืดของท่านประจักษ์" ชัยกล่าว "รวมถึงหลักฐานที่แสดงว่าเขาใช้เงินสกปรกจำนวนมหาศาลในการครอบครองที่ดินหลายแปลงในแถบนี้"
มะปรางรับซองเอกสารมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอมองไปที่ทนายสมศักดิ์ ทนายพยักหน้าให้
"ขอบคุณมากครับคุณชัย" ทนายสมศักดิ์กล่าว "เราจะนำเอกสารนี้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด"
"ผมหวังว่ามันจะช่วยคุณได้" ชัยกล่าว "แต่คุณต้องรีบนะครับ ผมรู้สึกว่าท่านประจักษ์กำลังสงสัยผมอยู่"
ทันใดนั้น เสียงยางรถบดถนนก็ดังขึ้น รถยนต์สีดำคันเดิมที่มะปรางเห็นเมื่อวาน ก็ขับเข้ามาจอดขวางอยู่หน้ารถของพวกเขา
"แย่แล้วครับ!" ชัยร้อง "ผมว่าเราโดนจับได้แล้ว!"
ประตูรถยนต์สีดำเปิดออก ชายร่างใหญ่สองคนก้าวลงมา พวกเขาดูน่าเกรงขามและมีพิรุธ
"คุณชัย คุณทำอะไรอยู่นี่!" ชายคนหนึ่งตะโกน "ท่านประจักษ์ให้มาตามหาคุณ!"
มะปรางและทนายสมศักดิ์มองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก พวกเขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่เข้ามาประชิด
"รีบไปครับคุณมะปราง!" ทนายสมศักดิ์ตะโกน "คุณชัย ผมจะจัดการเอง!"
ทนายสมศักดิ์พุ่งเข้าไปขวางทางชายร่างใหญ่ทั้งสองคน ทำให้มะปรางมีโอกาสคว้าซองเอกสารไว้ในมือ และวิ่งหนีไป
"คุณมะปราง วิ่งไปทางนั้น!" ชัยตะโกน ชี้ไปยังป่ารกข้างทาง "ไปซ่อนตัวก่อน! ผมจะถ่วงเวลาให้!"
มะปรางไม่มีทางเลือก เธอวิ่งสุดชีวิตเข้าไปในป่า ทิ้งเสียงตะโกนและเสียงต่อสู้ไว้เบื้องหลัง เธอไม่รู้ว่าทนายสมศักดิ์และชัยจะเป็นอย่างไร แต่เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่า เธอต้องรักษาเอกสารชิ้นนี้ไว้ให้ได้ มันคือความหวังสุดท้ายของเธอ
5,532 ตัวอักษร