สายใยรักของแม่ในไร่ข้าวโพด

ตอนที่ 4 / 48

ตอนที่ 4 — การมาเยือนของความทรงจำ

แสงแดดยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนกำลังลง ทาบทาผืนดินที่แตกระแหงของไร่ข้าวโพดให้ดูอบอุ่นขึ้น มะปรางยืนมองไปยังต้นข้าวโพดที่กำลังเหี่ยวเฉาด้วยสายตาที่เจ็บปวด ทุกต้นเปรียบเสมือนชีวิตของเธอที่กำลังจะดับสูญไปพร้อมกับความแห้งแล้งนี้ เธอถอนหายใจหนักๆ พลางลูบท้องที่เริ่มนูนขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความเป็นแม่ผลักดันให้เธอต้องเข้มแข็ง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความไม่แน่ใจก็ตาม "นที… นายแน่ใจนะว่าเราจะทำได้" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อหันไปถามชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าก้มตาช่วยเธอถอนวัชพืชที่ขึ้นแซมต้นข้าวโพดอย่างขยันขันแข็ง นทีเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาสะท้อนถึงความมุ่งมั่น "ฉันแน่ใจ มะปราง เราจะทำได้" เขาตอบเสียงหนักแน่น "ไร่นี้เป็นมรดกของพ่อแม่เธอ มันมีความหมายมากกว่าแค่ผืนดิน มันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เหลืออยู่ของเรา" "แต่มันแล้งเกินไป นที น้ำก็หายากขึ้นทุกวันๆ ยิ่งถ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลเหมือนปีที่แล้ว..." มะปรางพยายามระงับน้ำตาที่คลอหน่วย "ฉันกลัวว่าเราจะสูญเสียมันไปจริงๆ" นทีวางเครื่องมือในมือลง เดินเข้าไปประคองไหล่ของเธอเบาๆ "ฉันรู้ว่ามันยาก แต่นายไม่ได้สู้คนเดียว มีฉันอยู่ตรงนี้ มีเราสองคน" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ๆ "และที่สำคัญ… เรายังมีเจ้าตัวเล็กในท้องอีกคนนะ เขาต้องการแม่ที่เข้มแข็งนะ มะปราง" คำพูดของนทีเหมือนน้ำเย็นที่ชโลมใจที่แห้งผากของมะปราง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ "ขอบคุณนะนที… ฉัน… ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลยเวลาที่มีนายอยู่ตรงนี้" "ไม่ต้องพูดอย่างนั้น" นทีบีบไหล่เธอเบาๆ "ฉันเป็นพ่อของเด็กในท้องเธอ ฉันต้องรับผิดชอบ และฉันก็อยากจะรับผิดชอบทุกอย่างจริงๆ" เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "มะปราง… ฉันอยากจะบอกอะไรบางอย่าง" มะปรางมองหน้านที รอคอยด้วยความสงสัย "นายอยากจะบอกอะไรเหรอ?" "ฉัน… ฉันรู้ว่าเรื่องของเรามันเกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และฉันก็รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเจอกับความลำบากมากมาย" นทียืดตัวขึ้น ยืนประจันหน้ากับเธออย่างเต็มที่ "แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่า ฉันจะไม่ทิ้งเธอไปไหน ฉันจะอยู่ตรงนี้เพื่อเธอ และเพื่อลูกของเรา" คำพูดที่จริงใจของนทีทำให้มะปรางรู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอไม่เคยคิดว่านทีจะจริงจังกับเธอขนาดนี้ หลังจากที่พวกเขา… ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝันจากการที่เธอไปขอความช่วยเหลือเรื่องที่ดินจากเขา และในคืนนั้นเอง ความสัมพันธ์ก็เลยเถิดไปไกลเกินกว่าที่จะกลับคืนสู่จุดเดิม "นที…" มะปรางพึมพำชื่อเขา เสียงของเธอแผ่วเบา "ฉัน… ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงดีเหมือนกัน" "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" นทีสวมกอดเธอไว้แน่น "แค่ให้ฉันได้อยู่ตรงนี้กับเธอ ก็พอแล้ว" ทั้งสองยืนกอดกันอยู่ใต้แสงแดดอันอบอุ่นของยามบ่าย มะปรางหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกปลอดภัยเอ่อล้นเข้ามาแทนที่ความกังวลที่เคยกัดกินใจ เธอรู้ว่าข้างหน้านั้นยังมีอุปสรรคอีกมากมาย แต่การมีนทีอยู่เคียงข้าง ทำให้เธอมั่นใจขึ้นว่าเธอจะสามารถก้าวผ่านมันไปได้ ทันใดนั้น เสียงรถยนต์ที่วิ่งเข้ามาใกล้ทำให้ทั้งสองผละออกจากกัน มะปรางหันไปมองด้วยความแปลกใจ รถยนต์สีดำคันหรูจอดเทียบที่หน้าไร่ของเธอ เสียงประตูรถเปิดออก และร่างของชายผู้ที่เธอจำได้ทันทีว่าคือวิชัย ก้าวลงมาจากรถ วิชัยในชุดสูทราคาแพง เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เขาดูสะอาดสะอ้าน ผิดกับภาพที่เธอเคยเห็นในครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง "ไงครับคุณมะปราง" เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นมิตร แต่สายตาของเขากลับมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินค่า "คุณวิชัย… มาทำอะไรที่นี่คะ" มะปรางถามด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย พยายามปกปิดความประหลาดใจและความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น "ก็มาเยี่ยมเยียนลูกหนี้ที่น่ารักของผมไงครับ" วิชัยหัวเราะเบาๆ "เห็นว่าช่วงนี้ประสบปัญหาเรื่องน้ำแห้งแล้ง ผมก็เลยแวะมาดู เป็นห่วง" "ฉันไม่ได้ต้องการความสงสารจากคุณ" มะปรางเชิดหน้าขึ้น "แล้วเรื่องหนี้สิน ฉันจะหาเงินมาคืนให้คุณแน่นอน" "ใจเย็นๆ ครับคุณมะปราง" วิชัยยกมือขึ้นเป็นการห้าม "ผมไม่ได้มาทวงหนี้ตอนนี้หรอกน่า ผมแค่อยากจะเสนอทางออกที่ดีกว่าให้กับคุณ" "ทางออก?" มะปรางเลิกคิ้ว "หมายความว่ายังไงคะ" "ผมรู้ว่าผืนดินตรงนี้มีค่ามาก" วิชัยก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด "โดยเฉพาะในทำเลแบบนี้ ผมเคยบอกคุณไปแล้วว่าผมสนใจที่ดินแปลงนี้ ถ้าคุณพร้อมจะขาย ผมยินดีให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดแน่นอน" "ฉันไม่ขาย" มะปรางตอบปฏิเสธทันควัน "ที่ดินแปลงนี้เป็นของพ่อแม่ฉัน มันมีความหมายกับฉันมากกว่าเงินทอง" "เสียดายจัง" วิชัยยักไหล่ "แต่ผมว่าคุณคิดผิดนะคุณมะปราง เงินทองสำคัญกว่าความทรงจำนะ ลองคิดดูดีๆ ถ้าคุณเอาเงินก้อนนี้ไปโปะหนี้สินทั้งหมด แล้วยังเหลืออีกพอที่จะไปตั้งตัวที่อื่นได้ สบายกว่าการต้องมานั่งเหนื่อยอยู่กับผืนดินที่แห้งแล้งแบบนี้เยอะเลยนะ" "ฉันไม่ต้องการคำแนะนำจากคุณ" มะปรางพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "และฉันก็ไม่ขายที่ดินแปลงนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม" นทีที่ยืนอยู่ข้างๆ มะปรางมาตลอด ค่อยๆ ก้าวเข้ามาขวางระหว่างมะปรางกับวิชัย "ผมว่าคุณวิชัยกลับไปดีกว่านะครับ คุณมะปรางเขาไม่ต้องการคุยกับคุณ" วิชัยหันไปมองนทีด้วยสายตาที่ดูถูก "อ้อ… พ่อของเด็กในท้องคุณมะปรางนี่เอง" เขาหัวเราะเยาะ "แล้วคิดว่าตัวเองจะช่วยอะไรเธอได้บ้างล่ะ? ดูสภาพสิ… อีกคนก็กำลังจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว อีกคนก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญญาเลี้ยงแม้แต่ตัวเองเลย" คำพูดของวิชัยทำให้นทีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่มะปรางรีบดึงแขนนทีไว้ "พอเถอะนที" เธอหันไปพูดกับวิชัย "คุณวิชัยคะ ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันไม่ขาย และฉันก็ไม่ต้องการให้คุณมาที่นี่อีก" "ก็ได้ๆ" วิชัยยกมือขึ้นยอมแพ้ "แต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิมนะ ถ้าวันไหนคุณเปลี่ยนใจ หรือจนตรอกจริงๆ นึกถึงผมได้เสมอ ผมพร้อมจะช่วยเหลือคุณเสมอ" เขาหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้มะปราง "นี่ครับ เบอร์โทรของผม ถ้าต้องการอะไร หรือแค่อยากจะคุย ผมยินดีเสมอ" มะปรางรับนามบัตรมาโดยไม่พูดอะไร เธอไม่อยากให้วิชัยได้ใจ วิชัยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถของเขาอย่างไม่ใยดี เมื่อรถของวิชัยแล่นหายไปจากสายตา มะปรางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอหันไปหานทีที่ยืนมองตามรถของวิชัยไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ฉันขอโทษนะนที" มะปรางพูด "ที่ทำให้เราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้" นทีส่ายหน้า "ไม่เป็นไรหรอกมะปราง" เขาหันมามองเธอ "ฉันแค่… รู้สึกไม่พอใจที่เขาพูดจาดูถูกเธอ" "ฉันรู้" มะปรางยิ้มบางๆ "แต่เราต้องเข้มแข็งนะนที เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราทำได้" "ใช่" นทียิ้มตอบ "เราจะพิสูจน์ให้เขาเห็น" ขณะที่ทั้งสองกำลังจะกลับเข้าไปในบ้าน มะปรางก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ตกอยู่ข้างทาง ใกล้กับที่วิชัยเคยยืนอยู่ เธอหยิบมันขึ้นมาดู เป็นซองเอกสารสีน้ำตาล ซองเอกสารนั้นมีตราประทับของสำนักงานทนายความชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองที่อยู่ไม่ไกลนัก ความสงสัยเข้าครอบงำ มะปรางเปิดซองออก และพบกับเอกสารสำคัญหลายฉบับ เอกสารเหล่านั้นคือเอกสารการประมูลขายทอดตลาดที่ดินของพ่อแม่เธอ โดยมีวิชัยเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในการซื้อที่ดินแปลงนี้ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงอย่างน่าใจหาย มันคือเอกสารที่บ่งบอกถึงแผนการร้ายที่วิชัยกำลังจะดำเนินการ ยิ่งมะปรางอ่านเอกสารเหล่านั้นมากเท่าไหร่ ความรู้สึกหวังก็ยิ่งเลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วยความโกรธที่พลุ่งพล่าน "นี่มันอะไรกัน… วิชัย!" มะปรางตะโกนเสียงดัง ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าตัวเองต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว

6,006 ตัวอักษร