ตอนที่ 5 — รอยร้าวในผืนดิน
ความมืดค่อยๆ กลืนกินผืนฟ้า ยามค่ำคืนของอำเภอเล็กๆ แห่งนี้มักจะมาพร้อมกับความเงียบสงัด แต่สำหรับมะปราง คืนนี้กลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ ภาพเอกสารการประมูลที่อยู่ในมือของเธอยังคงติดตา ราวกับมันกำลังเย้ยหยันชะตากรรมของเธอ
"มันเป็นไปได้อย่างไร… วิชัย… เขาทำกับเราแบบนี้ได้อย่างไร" มะปรางพึมพำกับตัวเองขณะเดินวนไปมาในห้องนั่งเล่นเล็กๆ แสงไฟสลัวจากหลอดไฟดวงเดียวส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเธอที่ทอดยาวไปบนผนัง
นทีกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้ตัวเก่า สวมกอดเข่าตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจ เขาจ้องมองไปยังมะปรางที่กำลังเดินกระสับกระส่ายอยู่อย่างเงียบๆ เขาเห็นเอกสารเหล่านั้นแล้ว และเขาก็รู้สึกโกรธไม่ต่างจากเธอ
"มะปราง… ใจเย็นๆ ก่อนนะ" นทีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะปลอบโยน "เราต้องคิดหาวิธีแก้ไข"
"คิดหาวิธีแก้ไข?" มะปรางหัวเราะเสียงแห้ง "เราจะไปเอาเงินที่ไหนมาสู้กับการประมูลที่ดินของเขาได้นที? เขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ มีเงินทุนมหาศาล เรามันก็แค่ชาวไร่จนๆ คนหนึ่ง"
"เรามีเวลาอีกตั้งหลายวันกว่าจะถึงวันประมูล" นทีพยายามปลอบ "เราอาจจะหาทางอื่นได้"
"ทางอื่นไหน? ทางไหนกัน? นายก็รู้ว่าเรามีหนี้สินท่วมหัวอยู่แล้ว ไหนจะค่าใช้จ่ายสำหรับลูกอีก" มะปรางทรุดตัวลงนั่งบนพื้นไม้เย็นเฉียบ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลรินออกมา "ฉัน… ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ นที"
นทีกระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งเข้าไปหาและกอดมะปรางไว้แน่น "ไม่ต้องร้องนะมะปราง… ไม่เป็นไรนะ" เขาปลอบประโลมพลางลูบหลังเธอเบาๆ "เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องนี้คนเดียว"
มะปรางซบหน้าลงกับอกของนที ปล่อยให้เสียงสะอื้นของเธอค่อยๆ เบาลง เธอรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้อิงแอบกับเขาอย่างน้อยที่สุด เธอก็ยังมีเขาอยู่เคียงข้าง
"แล้ว… เราจะทำยังไงต่อล่ะนที" มะปรางถามเสียงอู้อี้ "เรื่องประมูลที่ดิน… ฉันไม่อยากเสียที่นี่ไป"
นทีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "อย่างแรกเลย… เราต้องไปหาทนายความ"
"ทนายความ?" มะปรางเงยหน้าขึ้นมามองเขา "เราจะไปหาทนายความได้ยังไง? เราไม่มีเงินขนาดนั้นนะ"
"ฉันจะจัดการเอง" นทีตอบ "ฉันรู้จักทนายความคนหนึ่งที่อำเภอ เขาเป็นคนดีมาก เขาเคยช่วยพ่อฉันเรื่องคดีความเมื่อนานมาแล้ว ฉันจะลองไปคุยกับเขาดู"
"แต่นายแน่ใจเหรอ? เขาจะยอมช่วยเราจริงๆ เหรอ?" มะปรางยังคงกังวล
"ฉันจะลองดู" นทีพูดอย่างมุ่งมั่น "อย่างน้อยที่สุด เราก็ได้รู้ว่าเรามีทางเลือกอะไรบ้าง"
เช้าวันรุ่งขึ้น นทีได้ออกเดินทางไปยังตัวอำเภอเพื่อพบกับทนายความตามที่เขาตั้งใจไว้ มะปรางเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เธอตัดสินใจที่จะไปสำรวจพื้นที่รอบๆ ไร่ของเธอ หวังว่าจะได้พบเจออะไรบางอย่างที่อาจเป็นประโยชน์
ขณะที่เธอเดินสำรวจไปเรื่อยๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นต้นมะขามเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดขอบไร่ ต้นมะขามต้นนี้เป็นต้นที่พ่อของเธอปลูกไว้ตั้งแต่สมัยเธอยังเด็ก มันเป็นที่ที่เธอและพ่อแม่มักจะมานั่งพักผ่อนกันในช่วงบ่ายแก่ๆ
มะปรางเดินเข้าไปใกล้ต้นมะขาม เธอจำได้ว่าเคยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับต้นมะขามต้นนี้ พ่อของเธอเคยบอกว่ามีโพรงเล็กๆ อยู่ที่โคนต้น และเคยแอบเอาของบางอย่างไปซ่อนไว้ในนั้น
ด้วยความหวังเล็กๆ มะปรางก้มลงสำรวจบริเวณโคนต้นมะขาม เธอใช้มือค่อยๆ เขี่ยดินออก และสังเกตดูรอยแตกตามเปลือกไม้ จนในที่สุด เธอก็พบโพรงเล็กๆ ที่พ่อของเธอเคยพูดถึง
หัวใจของมะปรางเต้นระรัว เธอค่อยๆ สอดมือเข้าไปในโพรงนั้น และสัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่อยู่ภายใน เมื่อดึงออกมา เธอก็พบกับกล่องไม้ใบเล็กๆ ที่เก่าแก่
กล่องไม้ใบนั้นดูเรียบง่าย แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้ นั่นคือเอกสารสำคัญหลายฉบับ และรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง
เอกสารเหล่านั้นคือโฉนดที่ดินตัวจริงของไร่ข้าวโพดทั้งหมด รวมถึงเอกสารสิทธิ์อื่นๆ ที่พ่อของเธอเก็บรักษาไว้อย่างดี และที่สำคัญกว่านั้น คือมีเอกสารบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ที่ดินแปลงนี้เคยมีข้อพิพาททางกฎหมายมาก่อน และพ่อของเธอได้ดำเนินการต่อสู้คดีจนได้รับชัยชนะ
มะปรางแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่อาจจะเป็นทางรอดเดียวของเธอ!
เธอรีบวิ่งกลับไปที่บ้านทันที พร้อมกับกล่องไม้ในมือ เมื่อนทีกกลับมาพร้อมกับข่าวที่ไม่ค่อยจะดีนัก เขาบอกว่าทนายความของเขายังไม่แน่ใจว่าจะสามารถช่วยอะไรได้มากนัก เนื่องจากเอกสารของทางวิชัยดูจะมีความชอบธรรมในทางกฎหมายมากกว่า
แต่เมื่อมะปรางนำเอกสารจากกล่องไม้ใบนั้นออกมาให้ดู นทีถึงกับตะลึง เขาเห็นความหวังอีกครั้ง
"มะปราง… นี่มัน… นี่มันดีมากเลยนะ!" นทีอุทานด้วยความตื่นเต้น "เอกสารพวกนี้… มันอาจจะช่วยเราได้จริงๆ"
"ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะนที" มะปรางพูด พลางมองเอกสารในมือด้วยความหวังที่กลับมาอีกครั้ง "แต่เรายังต้องไปปรึกษาทนายความจริงๆ จังๆ อีกครั้ง"
"แน่นอน" นทีพยักหน้า "พรุ่งนี้เราจะไปหาทนายพร้อมกับเอกสารพวกนี้ เราต้องสู้! เราต้องสู้เพื่อไร่นี้ เพื่อพ่อแม่ของเธอ และเพื่อลูกของเรา!"
ทั้งสองมองหน้ากัน ด้วยความหวังที่กลับมาอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ง่าย แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
4,047 ตัวอักษร