ตอนที่ 7 — ความจริงที่ถูกซ่อนไว้
กลิ่นดินชื้นหลังฝนที่เพิ่งซาลงในยามเช้าลอยปะปนมากับอากาศเย็นๆ ที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง บรรยากาศรอบตัวมะปรางยังคงอึมครึมเช่นเดียวกับความรู้สึกในใจ เอกสารกองโตที่เธอใช้เวลาทั้งคืนอ่านยังคงวางเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นไม้เก่าของห้องนอน มันไม่ใช่แค่โฉนดที่ดินและเอกสารกู้ยืมธรรมดาๆ แต่กลับเต็มไปด้วยเบื้องหลังที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน สมุดบัญชีเล่มเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชัก และจดหมายที่ถูกเขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยของพ่อ บัดนี้มันได้เปิดเผยความจริงที่เจ็บปวดบางอย่างให้เธอได้ประจักษ์
“ทำไมพ่อต้องทำแบบนี้… ทำไมพ่อถึงไม่เคยบอกหนูเลย” มะปรางพึมพำเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนและอารมณ์ที่ปะปนกันไปหมด ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของพ่อที่เคยหัวเราะอย่างมีความสุขขณะยืนอยู่กลางไร่ข้าวโพดเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับบิดเบี้ยวไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพ่อถึงต้องไปทำสัญญาเหล่านั้นกับวิชัย ทั้งๆ ที่รู้ว่าวิชัยเป็นคนอย่างไร
เอกสารบางส่วนในกล่องไม้ใบนั้นเป็นสัญญาจำนองที่ดิน โดยมีวิชัยเป็นผู้รับจำนอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ สัญญาเงินกู้ที่พ่อทำไว้กับวิชัยนั้น มีจำนวนเงินสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ของครอบครัวในขณะนั้น และมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่วจนน่ากลัว มันสะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังบางอย่างที่พ่อต้องเผชิญ แต่ถึงกระนั้น การตัดสินใจของพ่อก็เหมือนดาบที่กรีดลึกเข้ามาในหัวใจของมะปราง
“นี่มัน… หนี้สินที่เรากำลังจะเสียที่ดินไป มันเป็นเพราะพ่อ… เป็นเพราะพ่อไปกู้เงินเขามา” เธอพูดกับตัวเองอีกครั้ง เสียงสั่นเครือ ยิ่งอ่านจดหมายที่พ่อเขียนถึงแม่ก่อนที่จะจากไป เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ “แม่จ๋า… พ่อคงแบกรับอะไรไว้เยอะจริงๆ”
พ่อของเธอเป็นคนแข็งแรงและเข้มแข็งเสมอ มะปรางไม่เคยเห็นพ่อแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น พ่อทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาตลอด ชีวิตในไร่ข้าวโพดไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเผชิญกับดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน โรคระบาดที่มากับแมลงศัตรูพืช และราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน แต่พ่อก็ไม่เคยย่อท้อ วันที่พ่อป่วยหนักจนต้องนอนติดเตียง มะปรางยังจำได้ดีถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของพ่อ
“มะปราง… ลูกต้องดูแลแม่ให้ดีนะ… แล้วก็… ดูแลไร่นี้ให้ดีด้วย” คำพูดสุดท้ายของพ่อยังคงก้องอยู่ในหูของเธอเสมอ
แล้ววันนี้ เธอก็ได้รู้ว่าภายใต้ความเข้มแข็งนั้น พ่ออาจกำลังแบกรับภาระหนี้สินที่ใหญ่หลวงเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ การกู้ยืมเงินจากวิชัย อาจเป็นทางออกสุดท้ายของพ่อในยามที่ไร่ประสบปัญหาหนัก หรืออาจมีเหตุผลอื่นที่เธอไม่รู้
"วิชัย... เขาคงรู้อยู่แล้วว่าพ่อเป็นหนี้เขา เขาถึงได้มาทำแบบนี้กับเรา" ความโกรธผุดขึ้นมาอีกครั้ง มะปรางกำหมัดแน่น ความรู้สึกผิดของพ่อ กลายเป็นความแค้นที่พุ่งเป้าไปยังวิชัย ชายผู้พร้อมจะฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของผู้อื่น
เธอหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กขึ้นมา เปิดดูตัวเลขที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่เมื่อดูละเอียดก็พบว่ามีรายการเงินที่เบิกจ่ายออกไปเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน หรือบางรายการก็ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริงสำหรับสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ "นี่มันอะไรกัน… ค่ารักษาพยาบาล… ค่าอุปกรณ์… ทำไมถึงเยอะขนาดนี้"
แล้วเธอก็สะดุดเข้ากับบันทึกในหน้าสุดท้ายของสมุดบัญชี เป็นลายมือของพ่อที่เขียนไว้เมื่อประมาณสองปีก่อน "ดอกเบี้ยมันท่วมต้นแล้ว… แค่ค่าดอกเบี้ยก็กินเราจนไม่เหลืออะไรแล้ว… วิชัยเข้ามาเสนอให้กู้เพิ่ม… เขาบอกว่าถ้าไม่ทำ ลูกกับแม่จะต้องลำบากกว่านี้… แต่ขืนกู้เพิ่ม… เราก็จะยิ่งจมปลัก… ไม่รู้จะทำอย่างไรดี… ถ้าขืนเป็นอะไรไป… มะปรางจะรับมือไหวไหม… เป็นห่วงเหลือเกิน…"
ข้อความสุดท้ายของพ่อทำให้มะปรางแทบทรุด น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่เคยคิดเลยว่าพ่อจะแบกรับความทุกข์ทรมานมากขนาดนี้ พ่อพยายามปกป้องครอบครัว ปกป้องเธอและแม่จากปัญหาหนี้สินจนถึงที่สุด แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด และอาจจะรวมถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดไป
“ไม่ค่ะพ่อ… หนูจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด” มะปรางเช็ดน้ำตาอย่างแรง เธอสูดลมหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติ "หนูจะหาทาง… หนูจะแก้ปัญหานี้ให้ได้… เพื่อพ่อ… เพื่อแม่… เพื่อลูกในท้องของหนู"
เธอหันไปมองกระจกเงาบานเก่าที่แขวนอยู่บนผนัง ภาพสะท้อนของตัวเองที่ดูอ่อนเพลีย แต่แววตายังคงฉายประกายความมุ่งมั่น ร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามวัยแห่งครรภ์ ทำให้เธอรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่มากขึ้นกว่าเดิม
"หนูสัญญาค่ะพ่อ… หนูจะสู้… หนูจะสู้เพื่อครอบครัวของเรา"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ดึงเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน
"มะปราง... ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ" เป็นเสียงของป้านวน หญิงชราเพื่อนบ้านที่คอยดูแลเธอมาตลอด
"ค่ะป้า... เข้ามาก่อนเลยค่ะ" มะปรางตอบเสียงแหบ
ป้านวนเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับถาดอาหารเช้าที่จัดเตรียมไว้อย่างดี "เห็นนอนซมมาทั้งคืน เมื่อคืนคงคิดมากสินะจ๊ะ"
"ค่ะป้า... หนูเพิ่งจะมาเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง" มะปรางมองหน้าป้านวนด้วยความรู้สึกขอบคุณ "ป้าคะ... เรื่องเอกสารที่หนูพบในกล่องไม้ของพ่อ... ป้าพอจะทราบอะไรบ้างไหมคะ"
ป้านวนถอนหายใจยาว "เรื่องของนายวิชัยน่ะเหรอ... ป้าพอจะรู้อยู่บ้างนะ ป้าเห็นเขามาหาพ่อมะปรางบ่อยๆ ช่วงที่พ่อไม่สบายหนักๆ น่ะ ตอนนั้นพ่อมะปรางคงลำบากจริงๆ ถึงได้ต้องไปพึ่งคนอย่างเขา"
"แล้ว... เรื่องหนี้สินจำนวนมากที่พ่อทำไว้กับเขา ป้าเคยได้ยินพ่อพูดถึงไหมคะ" มะปรางถามอย่างมีความหวัง
"ไม่เคยนะจ๊ะ พ่อเขาเป็นคนไม่พูดมาก เก็บความทุกข์ไว้คนเดียว แต่ป้าสังเกตเห็นว่าช่วงหลังๆ พ่อเขาเครียดมาก ดูผอมลงไปเยอะเลย ป้าก็เป็นห่วงแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก กลัวจะไปซ้ำเติมเขา" ป้านวนเล่าด้วยสีหน้าเศร้าสลด "แต่เรื่องที่นายวิชัยจะมายึดที่ดินนี่... มันไม่ถูกนะจ๊ะ ที่ดินผืนนี้เป็นสมบัติของครอบครัวมานาน พ่อแม่ของพ่อมะปรางก็ตั้งใจทำมาหากินอยู่ที่นี่มาตลอด"
"หนูรู้ค่ะป้า... แต่ตอนนี้หนูไม่รู้จะทำอย่างไรดี เอกสารมันระบุชัดเจนว่าถ้าเราไม่หาเงินมาจ่ายภายในสิ้นเดือนนี้ ที่ดินก็จะถูกยึดไปจริงๆ" มะปรางก้มหน้ามองมือของตัวเองที่สั่นเทา
"ใจเย็นๆ นะมะปราง เรื่องมันยังไม่ถึงที่สุด เรายังมีเวลา ค่อยๆ คิดกันไปนะ" ป้านวนเข้ามาลูบแขนเธอเบาๆ "อย่างน้อยตอนนี้ลูกก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เราจะได้วางแผนรับมือถูก"
มะปรางเงยหน้าขึ้นมองป้านวนด้วยแววตาที่เข้มแข็งขึ้น "ใช่ค่ะป้า หนูจะวางแผน... หนูจะไม่ยอมให้ใครมาเอาที่ดินของพ่อไปง่ายๆ แน่นอน"
เธอตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอันโหดร้ายนี้ ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ได้จุดประกายความมุ่งมั่นในตัวเธอขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความรับผิดชอบต่อชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะลืมตาดูโลก เธอจะต่อสู้เพื่อผืนดินแห่งนี้ เพื่อความทรงจำของพ่อ และเพื่ออนาคตของลูกน้อย
5,342 ตัวอักษร