ตอนที่ 9 — เดิมพันครั้งสุดท้าย
แสงสีส้มอ่อนของดวงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาอาบทั่วบริเวณบ้านไร่เล็กๆ ของมะปราง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำบ่งบอกถึงการมาเยือนของค่ำคืน แต่ภายในบ้านกลับอบอุ่นไปด้วยแสงไฟจากตะเกียงที่มะปรางจุดเอาไว้ เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในวันนี้ไปกับการรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินของพ่อ และเริ่มร่างจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาด้วยลายมือที่สั่นเทา
"ถึง... คุณทนายสมศักดิ์" เธอเริ่มเขียน จดหมายฉบับนี้คือความหวังสุดท้ายของเธอ
มะปรางได้พบกับทนายสมศักดิ์โดยบังเอิญเมื่อสองวันก่อน ขณะที่เธอไปที่ว่าการอำเภอเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลที่ดิน ทนายสมศักดิ์เป็นทนายรุ่นใหญ่ที่ชาวบ้านในอำเภอมักจะไปขอคำปรึกษา เขาเป็นคนใจดีและมีเมตตา มะปรางตัดสินใจรวบรวมความกล้าเข้าไปปรึกษาเขาเกี่ยวกับเรื่องของพ่อ
"ผมเข้าใจสถานการณ์ของคุณนะคุณมะปราง" ทนายสมศักดิ์กล่าวหลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมด "การกู้ยืมเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่วแบบนี้ มันอาจจะเข้าข่ายการกู้ยืมที่ผิดกฎหมายได้"
"หมายความว่ายังไงคะคุณทนาย" มะปรางถามอย่างมีความหวัง
"หมายความว่า... สัญญาบางอย่างที่พ่อคุณทำไว้อาจจะตกเป็นโมฆะได้ แต่เราต้องหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ก่อน" ทนายสมศักดิ์อธิบาย "ที่สำคัญ... เราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณวิชัยเจตนาที่จะเอาเปรียบพ่อคุณ"
"แล้ว... เราจะพิสูจน์ยังไงคะ" มะปรางถามด้วยน้ำเสียงกังวล
"นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะช่วยคุณ" ทนายสมศักดิ์หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา "ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้าง การกู้ยืมเงินนอกระบบที่ใช้อัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังกวดขันอยู่"
"แต่... ตอนนี้เวลาเหลือน้อยแล้วค่ะ" มะปรางพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง "อีกแค่ไม่กี่วันก็จะถึงวันประมูลแล้ว"
"ผมรู้" ทนายสมศักดิ์พยักหน้า "ผมจะทำทุกวิถีทางที่จะช่วยคุณ แต่คุณเองก็ต้องให้ความร่วมมือกับผมด้วย"
"ฉันยินดีค่ะคุณทนาย" มะปรางตอบทันที "ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียที่ดินไป"
ทนายสมศักดิ์มองมะปรางด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ "ผมจะยื่นเรื่องคัดค้านการประมูลไปก่อน และจะขอให้ศาลพิจารณาตรวจสอบสัญญาเงินกู้ของพ่อคุณอีกครั้ง แต่มันต้องใช้เวลา... และอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายบางอย่าง"
"ฉันเข้าใจค่ะ" มะปรางก้มหน้ามองมือ "ฉันอาจจะไม่มีเงินมากนัก แต่ฉันจะพยายามหามาให้"
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น" ทนายสมศักดิ์กล่าว "ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด"
มะปรางกลับมาที่บ้านด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่ก็ยังมีความกังวล เธอรู้ดีว่าการต่อสู้กับคนอย่างวิชัยไม่ใช่เรื่องง่าย
"หนูจะทำทุกอย่างเพื่อพ่อ... เพื่อลูก..." เธอกล่าวกับตัวเอง
ขณะที่เธอกำลังจะเขียนจดหมายถึงทนายสมศักดิ์ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น
"ใครมานะ" มะปรางพึมพำ เธอวางปากกาลงแล้วลุกไปเปิดประตู
เมื่อประตูเปิดออก ภาพของป้านวนก็ปรากฏขึ้น ใบหน้าของป้านวนดูร้อนรนผิดปกติ
"มะปราง! รีบไปดูที่ไร่เร็วเข้า!" ป้านวนพูดเสียงหอบ "รถของนายวิชัยมาจอดอยู่ตรงปากทางไร่แล้ว! แล้วก็... มีรถบรรทุกใหญ่ๆ จอดเรียงกันอยู่หลายคันเลย!"
มะปรางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "รถบรรทุกเหรอคะ! ทำไมเขาถึงมาตอนนี้!"
"ไม่รู้สิ! แต่ดูท่าไม่ดีเลยนะลูก! เขาอาจจะมาขนของ หรือจะมาเริ่มรื้อถอนอะไรบางอย่างแล้ว!" ป้านวนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
มะปรางรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดรุนแรง เธอรีบสวมรองเท้าบูทคู่เก่า แล้ววิ่งออกจากบ้านไปทันที โดยมีป้านวนเดินตามมาติดๆ
เมื่อมาถึงบริเวณปากทางเข้าไร่ ภาพที่เห็นทำให้มะปรางหัวใจแทบหยุดเต้น รถบรรทุกขนาดใหญ่หลายคันจอดเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ คนงานหลายคนกำลังขนแผงเหล็กเข้าไปติดตั้งล้อมรอบพื้นที่ไร่ข้าวโพด
"นี่มันอะไรกันคะ!" มะปรางตะโกนถามคนงานที่กำลังทำงานอยู่
คนงานคนหนึ่งหันมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เราได้รับคำสั่งให้มาติดตั้งรั้วค่ะ"
"ใครสั่ง! แล้วใครอนุญาตให้พวกคุณเข้ามาในที่ดินของฉัน!" มะปรางตะคอกเสียงดัง
"นายวิชัยสั่งค่ะ" คนงานตอบหน้าตาเฉย "บอกว่าที่นี่กำลังจะเปลี่ยนเจ้าของแล้ว"
"ไม่จริง! ที่ดินผืนนี้ยังเป็นของฉันอยู่!" มะปรางพยายามจะวิ่งฝ่าเข้าไป แต่ป้านวนก็ดึงแขนเธอไว้
"ใจเย็นๆ นะมะปราง อย่าเพิ่งไปมีเรื่องกับพวกเขาเลย" ป้านวนพูดเสียงอ่อน
วิชัยเดินออกมาจากรถบรรทุกคันหนึ่ง ใบหน้าของเขาฉายแววยิ้มอย่างผู้มีชัย
"ไงจ๊ะมะปราง" วิชัยกล่าว "มาดูผลงานของฉันหน่อยสิ"
"คุณทำบ้าอะไรอยู่!" มะปรางตะโกนใส่เขา "นี่มันที่ดินของฉัน! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!"
"ฉันมีสิทธิ์สิ" วิชัยยิ้มอย่างเยือกเย็น "ฉันได้แจ้งเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเธอไม่มีทางหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ทัน"
"แต่... ศาลยังไม่ได้ตัดสินอะไรเลย!" มะปรางโต้แย้ง
"แล้วไงล่ะ" วิชัยหัวเราะ "กฎหมายมันช้าเกินไปสำหรับฉัน ฉันไม่รอให้ถึงวันประมูลหรอก ฉันจะเริ่มจัดการกับ 'ทรัพย์สิน' ของฉันตั้งแต่วันนี้เลย"
"คุณมัน... คุณมันเลวทรามที่สุด!" มะปรางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม "คุณจะทำลายทุกอย่างของฉันไปจริงๆ ใช่ไหม!"
"ฉันแค่จะทวงสิทธิ์ของฉันคืน" วิชัยกล่าว "และถ้าเธอไม่อยากให้ลูกของเธอเกิดมาในความยากจน เธอก็ควรจะยอมรับข้อเสนอของฉัน"
มะปรางยืนนิ่ง เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ร่างกายที่อุ้มท้องน้อยๆ ของเธอสั่นสะท้าน เธอมองไปยังแผงรั้วเหล็กที่กำลังถูกติดตั้งอย่างรวดเร็ว ราวกับมันกำลังจะกักขังเธอและลูกน้อยไว้ในคุกแห่งความสิ้นหวัง
"ไม่... หนูจะไม่ยอม!" เสียงของมะปรางดังขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว แม้จะยังคงสั่นเครือ "หนูจะสู้! หนูจะสู้จนถึงที่สุด!"
เธอหันหลังวิ่งกลับไปยังบ้านทันที ทิ้งวิชัยและคนงานของเขาไว้เบื้องหลัง เธอรู้ดีว่านี่คือเดิมพันครั้งสุดท้าย และเธอจะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องผืนดินแห่งนี้ และชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะลืมตาดูโลก
4,602 ตัวอักษร