เส้นทางฝันสู่เวทีดาว

ตอนที่ 25 / 46

ตอนที่ 25 — จังหวะที่ถูกบิดเบือน

ความเงียบเข้าครอบงำห้องเช่าเล็กๆ นั้นอีกครั้ง แสงตะวันยามบ่ายเริ่มคล้อยต่ำ ทาบทาเงาของความเหนื่อยล้าลงบนใบหน้าของเพลงและป้อง แผ่นซีดีตัวอย่างเพลงของนายวิทย์ที่เคยวางเด่นเป็นสง่า บัดนี้ถูกเก็บเข้ากล่องอย่างเงียบเชียบ ราวกับเป็นหลักฐานของความพยายามที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพลงถอนหายใจยาว ใบหน้าของเธอฉายแววของความท้อแท้ที่พยายามจะซ่อนเร้น แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของป้องไปได้ "ยังไงก็ไม่ลงตัวใช่ไหม" ป้องเอ่ยถาม เสียงของเขาแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าจะไปรบกวนสมาธิของเพลง หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพลงพยักหน้าช้าๆ "มันยังไม่ใช่เพลงของเราน่ะป้อง มันเหมือนเราพยายามจะเลียนแบบเสียงคนอื่น ทั้งที่เรามีเสียงของตัวเองอยู่แล้ว" เธอพูดพลางลากมือไปตามตัวโน้ตบนกระดาษที่วาดไว้ลวกๆ "แล้วนายวิทย์ว่าไงบ้าง" ป้องถามต่อ มือของเขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาพลิกดูอย่างเหม่อลอย "เขาก็บอกว่ามันยังไม่ถึงขั้น ยังขาดอะไรบางอย่าง เขาบอกว่าเพลงที่จะดังได้มันต้องมีอะไรบางอย่างที่สะกิดใจคนฟังได้มากกว่านี้" เพลงเล่าอย่างอ่อนแรง "แต่เขาก็ไม่ได้บอกตรงๆ ว่าขาดอะไรไป เขาแค่บอกว่าเราต้องไปหาเอง" "หาเอง..." ป้องทวนคำนั้นเบาๆ "นายวิทย์คงอยากให้เราค้นพบด้วยตัวเองสินะ" "หรือว่าเขาแค่โยนภาระให้เราเฉยๆ" เพลงพูดสวนขึ้นมาทันที น้ำเสียงมีความน้อยใจเจืออยู่ "บางทีเขาอาจจะไม่ได้คาดหวังอะไรจากเพลงของเราแล้วก็ได้" "อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นสิเพลง" ป้องวางสมุดบันทึกลง หันมามองหน้าเพื่อน "เราเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ เรายังมีโอกาสอีกเยอะ" "โอกาสแบบไหนล่ะป้อง" เพลงเงยหน้าขึ้นสบตาป้อง นัยน์ตาของเธอฉายแววตัดพ้อ "โอกาสที่ต้องมานั่งแต่งเพลงตามสไตล์ของคนอื่นตลอดเวลา หรือโอกาสที่ต้องประนีประนอมกับสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ" "มันก็ต้องมีบ้างแหละที่ต้องปรับตัว" ป้องตอบอย่างใจเย็น "วงการนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ เราจะยืนหยัดในแบบที่เราเป็นได้ ก็ต่อเมื่อเราแข็งแกร่งพอ" "แล้วเราจะแข็งแกร่งพอได้ยังไง ในเมื่อเราไม่มีแม้แต่เพลงของตัวเอง" คำถามของเพลงเหมือนมีน้ำหนักถ่วงลงไปในความเงียบของห้อง "เพลงของเรามันมีอยู่แล้วเพลง" ป้องพูดเสียงหนักแน่น "แต่มันอาจจะยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ก็ได้ ลองคิดดูนะ เพลงที่นายวิทย์ให้มา มันเป็นเพลงที่ฮิตมากๆ ในช่วงหนึ่ง มันมีจังหวะที่ติดหู ทำนองที่ฟังง่าย แต่เพลงของเรา มันควรจะเป็นอะไรที่มาจากข้างในของเราจริงๆ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราพยายามจะสร้างขึ้นมาให้คนอื่นชอบ" เพลงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมความคิด "ถ้าอย่างนั้น เราลองกลับไปที่จุดเริ่มต้นของเราจริงๆ ดีไหม" "จุดเริ่มต้นของเรา?" ป้องเลิกคิ้ว "ใช่" เพลงลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเธอฉายประกายแห่งความหวังอีกครั้ง "นึกถึงตอนที่เราอยู่บ้านนอก ตอนที่เรายังไม่มีใครรู้จักเรา ไม่มีใครมาบีบคั้นให้เราต้องเป็นอะไรบางอย่าง ตอนนั้นเราแต่งเพลงด้วยอะไร" "ด้วยความรู้สึก" ป้องตอบทันที "ใช่ ด้วยความรู้สึก" เพลงพยักหน้า "ตอนนั้นเราไม่ได้คิดถึงเรื่องตลาด เรื่องกระแส หรือเรื่องที่ว่าใครจะชอบไม่ชอบ เราแค่ถ่ายทอดสิ่งที่เรารู้สึกออกมา ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา หรือแม้กระทั่งโกรธ" "เพลงที่เราแต่งตอนนั้น..." ป้องพึมพำ "เพลงที่เกี่ยวกับท้องฟ้า ทุ่งนา สายลม... เพลงที่แม่เคยบอกว่าเหมือนเสียงเรียกของธรรมชาติ" "นั่นแหละ" เพลงยิ้มบางๆ "เราลืมเสียงของตัวเองไปแล้วจริงๆ เราพยายามจะกลายเป็นคนอื่น จนลืมว่าจริงๆ แล้วเราเป็นใคร" "แล้วเราจะทำยังไง" ป้องถามอย่างตั้งใจ "เราจะลองกลับไปเขียนเพลงจากความรู้สึกของเราจริงๆ" เพลงพูดเสียงหนักแน่น "เราจะไม่ฟังเพลงของนายวิทย์อีก เราจะไม่สนใจว่าเพลงแบบไหนจะฮิต เราจะเขียนสิ่งที่ใจเราอยากจะเขียน" "แต่เรามีเวลาอีกไม่มากนะเพลง" ป้องเตือน "ถ้าเราไม่สามารถส่งเพลงที่นายวิทย์พอใจให้เขาได้..." "ฉันรู้" เพลงขัดขึ้น "แต่ถ้าเราฝืนแต่งเพลงที่ไม่ใช่ตัวเรา สุดท้ายมันก็ไม่มีความหมายอยู่ดี อย่างน้อยเราก็ได้พยายามแล้ว ได้ทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่าถูกต้อง" ป้องมองหน้าเพลง เขาเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของเธอที่กลับมาอีกครั้ง ความลังเลเริ่มจางหายไปจากใบหน้าของเขา "ก็ได้" เขาตัดสินใจ "เราจะลองดู" ทั้งสองคนเริ่มลงมืออีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่การแกะรอยจากเพลงตัวอย่างของนายวิทย์ แต่เป็นการย้อนกลับไปสู่ความทรงจำ ความรู้สึก และเรื่องราวที่หล่อหลอมให้พวกเขาเป็นพวกเขา เพลงหยิบกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งขึ้นมา ปากกาในมือของเธอเริ่มขยับ ป้องเองก็หยิบกีตาร์ขึ้นมาอย่างเงียบๆ เขาเริ่มดีดคอร์ดเพลงช้าๆ ที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่การดีดเพื่อลองเสียง หรือเพื่อหาจังหวะที่ลงตัว แต่มันคือการดีดเพื่อปลดปล่อยความรู้สึก เพลงเริ่มฮัมทำนองเบาๆ น้ำเสียงของเธอที่เคยสั่นเครือด้วยความท้อ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ เธอหลับตาลง ปล่อยให้จินตนาการโลดแล่น ภาพของบ้านเกิดทุ่งนาสีเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยภูเขา และแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ทอประกายผ่านม่านหมอก ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด "สายลมพัดโชยมาแผ่วเบา" เพลงเริ่มฮัมทำนองพร้อมกับพึมพำเนื้อร้องออกมาทีละคำ "พาความทรงจำล่องลอยกลับไป..." ป้องหยุดดีดกีตาร์ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพลงด้วยความทึ่ง "เพลง... นี่มัน..." "มันคือความรู้สึกของเราจริงๆ" เพลงยิ้ม เธอไม่ได้สนใจคำพูดของป้องมากนัก เธอจดจ่ออยู่กับการถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา "มันคือเสียงจากบ้านของเรา เสียงจากใจของเรา" บทเพลงใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยพลัง มันไม่ใช่เพลงที่พยายามจะเลียนแบบใคร แต่มันคือเพลงที่สะท้อนตัวตนของเพลงและป้องอย่างแท้จริง จังหวะอาจจะไม่หวือหวาเท่าเพลงป๊อปทั่วไป แต่ท่วงทำนองและเนื้อหาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ยากจะหาได้ในวงการเพลงที่เต็มไปด้วยเปลือกนอก วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการสร้างสรรค์บทเพลงใหม่นี้ ราวกับว่าโลกภายนอกได้หยุดหมุนไปแล้ว พวกเขาลืมเรื่องของนายวิทย์ ลืมเรื่องของข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยมี เพลงของพวกเขาเปรียบเสมือนสายน้ำที่ไหลจากขุนเขา ไร้การปรุงแต่ง บริสุทธิ์ และทรงพลัง "ฉันว่าเราเจอแล้วป้อง" เพลงพูดขึ้นหลังจากที่พวกเขาแต่งเพลงเสร็จสมบูรณ์ "นี่แหละคือเพลงของเรา" ป้องพยักหน้าเห็นด้วย เขามองเพลงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง "ฉันก็ว่างั้น" แต่กระนั้น ความกังวลก็ยังคงเกาะกุมจิตใจของพวกเขาอยู่ลึกๆ พวกเขารู้ดีว่าบทเพลงนี้อาจจะไม่ได้ตรงตามความต้องการของนายวิทย์ หรืออาจจะไม่ใช่แนวที่ตลาดต้องการ แต่พวกเขาก็เชื่อมั่นในคุณค่าของมัน "เราจะสู้เพื่อเพลงนี้" เพลงพูดขึ้น ราวกับอ่านใจป้องได้ "ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เราจะภูมิใจในสิ่งที่เราทำ"

5,239 ตัวอักษร