เส้นทางฝันสู่เวทีดาว

ตอนที่ 26 / 46

ตอนที่ 26 — คำตัดสินจากคนนอกวงการ

เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องเช่ายังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบทเพลงใหม่ที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ เพลงและป้องมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น พวกเขารู้ดีว่าการตัดสินใจที่จะเดินตามเสียงหัวใจของตัวเองนั้น เป็นการเดินบนเส้นทางที่อาจจะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า "เราจะไปหานายวิทย์เลยไหม" ป้องถาม เสียงของเขากลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง "ไปสิ" เพลงตอบ "ยิ่งช้าเรายิ่งกังวล" ทั้งสองคนเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว เพลงหยิบแผ่นซีดีที่มีบทเพลงใหม่ของพวกเขา บรรจงใส่ลงในกล่องอย่างระมัดระวัง ป้องเองก็หยิบกีตาร์คู่ใจขึ้นมาสะพายไหล่ การเดินทางไปยังบริษัทของนายวิทย์ในวันนี้ มีความหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อมาถึงตึกสูงระฟ้าที่เป็นที่ตั้งของบริษัทเพลง เพลงและป้องก็ก้าวเข้าไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความตื่นเต้นและความประหม่า พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์มองพวกเขาด้วยสายตาเรียบเฉย เมื่อเพลงแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าพบคุณวิทย์ พนักงานคนนั้นก็กดโทรศัพท์แจ้งภายใน ไม่นานนัก ชายหนุ่มร่างท้วม รูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสดใส เดินออกมาจากด้านใน เขาคือผู้จัดการส่วนตัวของคุณวิทย์ ซึ่งเป็นคนที่คอยประสานงานทุกอย่าง "คุณเพลง คุณป้อง ใช่ไหมครับ" ชายหนุ่มทักทายด้วยรอยยิ้ม "คุณวิทย์ให้ผมมารับครับ เชิญด้านในเลยครับ" เพลงและป้องเดินตามผู้จัดการส่วนตัวเข้าไปในห้องทำงานที่หรูหรา โอ่อ่า คุณวิทย์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความคมเข้ม "มาแล้วเหรอ" คุณวิทย์กล่าวทักทาย "เป็นไงบ้าง ได้เพลงที่ผมอยากได้หรือยัง" เพลงสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตอบ "คุณวิทย์คะ พวกเราได้เพลงใหม่มาค่ะ แต่ว่า... มันอาจจะแตกต่างจากที่คุณวิทย์คาดหวังไว้เล็กน้อย" "แตกต่างอย่างไร" คุณวิทย์เลิกคิ้ว "คือว่า... พวกเราตัดสินใจที่จะแต่งเพลงจากความรู้สึกของเราจริงๆ ค่ะ" ป้องเสริม "เราเชื่อว่าเพลงนี้เป็นเพลงของเรามากที่สุด" คุณวิทย์มองทั้งสองคนนิ่ง ดวงตาของเขาฉายแววประเมิน "เอาสิ ลองเปิดให้ผมฟังหน่อย" เพลงและป้องมองหน้ากัน ก่อนที่เพลงจะวางแผ่นซีดีลงบนเครื่องเล่น เสียงเพลงบรรเลงขึ้นอย่างช้าๆ ทำนองที่อบอุ่น โหยหวน และเต็มไปด้วยเรื่องราว ค่อยๆ คลี่คลายออกมา เนื้อเพลงเล่าถึงความผูกพันกับผืนดิน เสียงของธรรมชาติ และความฝันที่เปราะบางแต่ยังคงส่องประกาย คุณวิทย์นั่งฟังอย่างเงียบๆ สีหน้าของเขาเรียบตึงจนคาดเดาอารมณ์ได้ยาก เพลงและป้องนั่งอยู่ข้างๆ อย่างใจจดใจจ่อ พวกเขารู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวคุณวิทย์ เมื่อเพลงจบลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คุณวิทย์ยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น "เพลงนี้..." คุณวิทย์เริ่มพูดเสียงทุ้ม "มันมีความเป็นตัวพวกเธอสูงมาก" เพลงและป้องมองหน้ากันด้วยความหวัง "แต่..." คุณวิทย์พูดต่อ "มันไม่ใช่เพลงที่ตลาดเพลงในตอนนี้ต้องการ" คำพูดนั้นเหมือนกับมีดที่กรีดลงกลางใจของเพลงและป้อง ความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ เริ่มสั่นคลอน "ทำไมล่ะคะ" เพลงถามเสียงสั่น "เพลงแบบนี้มันอาจจะเข้าถึงได้ยากเกินไปสำหรับคนส่วนใหญ่" คุณวิทย์อธิบาย "มันไม่มีจังหวะที่ติดหู ไม่มีเนื้อหาที่หวือหวา มันเหมือนกับน้ำตกที่สวยงาม แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ต้องการดื่มน้ำหวานๆ จากเครื่องดื่มสำเร็จรูป เขาก็จะเลือกสิ่งนั้น" "แต่เพลงของเรามันจริงใจนะคะ" ป้องพยายามอธิบาย "มันมาจากข้างในของเราจริงๆ" "ผมเข้าใจ" คุณวิทย์ถอนหายใจ "ผมเข้าใจในความตั้งใจของพวกคุณนะ และผมก็ชื่นชมในความกล้าที่จะเป็นตัวเอง แต่ในวงการนี้ ความจริงใจอย่างเดียวมันอาจจะไม่เพียงพอ" "แล้ว... แล้วเราจะทำยังไงต่อคะ" เพลงถามอย่างสิ้นหวัง คุณวิทย์มองเพลงและป้องนิ่ง "ผมมีข้อเสนออีกอย่างหนึ่ง" เพลงและป้องเงยหน้าขึ้นมองคุณวิทย์ด้วยความคาดหวัง "ผมจะให้โอกาสพวกคุณอีกครั้ง" คุณวิทย์กล่าว "แต่คราวนี้ พวกคุณต้องกลับไปทำเพลงที่ผมต้องการจริงๆ เพลงที่มีจังหวะที่คนฟังชอบ เนื้อหาที่เข้าถึงง่าย ผมจะให้ตัวอย่างเพลงมาอีกครั้ง และถ้าพวกคุณสามารถทำเพลงที่ผมต้องการออกมาได้ ผมจะเซ็นสัญญาให้พวกคุณ" เพลงและป้องมองหน้ากัน ความขัดแย้งเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของพวกเขา ด้านหนึ่งคือความฝันที่จะได้เป็นนักร้องที่แท้จริง อีกด้านหนึ่งคือโอกาสที่จะได้ก้าวเข้าสู่วงการเพลงตามที่ใฝ่ฝัน "แต่ถ้าเราไม่ทำล่ะคะ" เพลงถามเสียงแข็ง "ถ้าพวกคุณไม่ทำ" คุณวิทย์ตอบอย่างใจเย็น "ก็หมายความว่าพวกเราคงต้องยุติการทำงานร่วมกันแค่นี้" ความกดดันถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เพลงและป้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาต้องเลือกระหว่างการยืนหยัดในตัวตนของตัวเอง หรือการยอมประนีประนอมเพื่อคว้าโอกาสที่อยู่ตรงหน้า "ขอเวลาพวกเราคิดหน่อยได้ไหมคะ" เพลงเอ่ยปาก "ได้" คุณวิทย์พยักหน้า "ให้เวลาพวกคุณสามวัน" เพลงและป้องลุกขึ้นออกจากห้องทำงานของคุณวิทย์ พวกเขาก้าวเดินไปตามทางเดินที่กว้างขวางของบริษัท ราวกับแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่า "เพลง..." ป้องเอ่ยขึ้นเมื่อพวกเขาออกมาสู่ภายนอก "ฉันรู้" เพลงตอบ "ฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่" "เราจะทำยังไงดีเพลง" ป้องถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักใจ "นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายจริงๆ นะ" "ฉันก็รู้" เพลงตอบ "แต่ฉันไม่อยากเสียความเป็นตัวเองไป" "แต่ถ้าเราไม่มีโอกาส เราก็ไม่มีทางพิสูจน์ตัวเองได้เหมือนกันนะ" ป้องแย้ง บทสนทนาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความสับสนและความขัดแย้งในใจ พวกเขาเดินออกจากตึกใหญ่แห่งนั้น โดยไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร

4,354 ตัวอักษร