น้ำตาของคนบาป

ตอนที่ 8 / 49

ตอนที่ 8 — รอยอดีตที่ตามหลอกหลอน

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องกระทบใบหน้าของหลวงพ่อยิ่งลาภ ขณะที่ท่านกำลังทำวัตรเช้าอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศรอบกายเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงน้ำไหลที่กระทบฝั่งเป็นเพื่อน ท่านก้มหน้าก้มตาภาวนา ท่องบทสวดมนต์ที่คุ้นเคย แต่ในใจกลับปั่นป่วนดั่งคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำ เมื่อวานนี้ การได้เห็นความโศกเศร้าของโยมวันดี และได้พูดคุยกับปรางทิพย์ ทำให้ความทรงจำในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้ เริ่มผุดขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน ภาพของวันวานที่ท่านเคยใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฐานะคุณวิรัช ชายหนุ่มผู้ร่ำรวย และมีภรรยาที่แสนดีอย่างโยมวันดี ย้อนกลับเข้ามาในความคิด "วิรัช! กลับมากินข้าวได้แล้วจ้ะ" เสียงหวานใสของโยมวันดีดังมาแต่ไกล ในครั้งที่เธอยังสาวและมีรอยยิ้มที่สดใสอยู่เสมอ "มาแล้วครับที่รัก" คุณวิรัชตอบรับอย่างอารมณ์ดี เดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา "วันนี้มีแขกมาด้วยนะ" โยมวันดีเอ่ยพลางจัดสำรับอาหาร "คุณปรางทิพย์เขาอยากเจอคุณน่ะ" "ปรางทิพย์? ลูกสาวใครล่ะ" คุณวิรัชถามด้วยความสงสัย "ลูกสาวของเพื่อนสนิทคุณเองจ้ะ" โยมวันดีตอบ "เขาฝากฝังไว้ให้ดูแลตอนที่เขาต้องไปต่างประเทศ" คุณวิรัชพยักหน้ารับ ขณะที่เขากำลังจะเดินไปยังห้องทานอาหาร ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว หญิงสาวที่เขาเคยแอบพบเจออย่างลับๆ หญิงสาวที่เขาหลอกลวงว่ารักอย่างหมดหัวใจ "ฉันไม่คิดว่าเธอจะยังจำฉันได้" เสียงแหบพร่าของหญิงสาวคนหนึ่ง ดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของหลวงพ่อยิ่งลาภ ท่านสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมอง ก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตายังคงมีประกายแห่งความแค้น "คุณ..." หลวงพ่อยิ่งลาภเอ่ยชื่อของเธออย่างตะกุกตะกัก "ปิ่น" "ใช่ค่ะ ดิฉันปิ่น" หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "ดิฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะมาบวชเป็นพระได้" "อาตมาได้ละทิ้งทางโลกแล้ว" หลวงพ่อยิ่งลาภเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมอารมณ์ "และไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในอดีตอีก" "เรื่องในอดีตที่หลอกหลอนคุณอยู่หรือเปล่าคะ" ปิ่นเอ่ยถามเสียงสูง "เรื่องที่ทำให้คุณต้องหนีหน้าไปแบบนี้" "อาตมาไม่ได้หนี" หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าว "แต่อาตมาเลือกที่จะสงบ" "สงบ? คุณจะสงบได้จริงหรือคะ" ปิ่นหัวเราะเบาๆ "ในเมื่อคุณทำลายชีวิตของดิฉันไปแล้ว" "อาตมาขอโทษ" หลวงพ่อยิ่งลาภเอ่ย "ในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป" "คำขอโทษของคุณมันไม่มีความหมายอะไรกับดิฉันแล้วค่ะ" ปิ่นกล่าว "คุณวิรัช คุณทำลายความฝันของดิฉัน ทำลายชีวิตของดิฉัน ทิ้งดิฉันไปอย่างไม่ไยดี เพื่อไปหาผู้หญิงที่รวยกว่า" "ตอนนั้น อาตมายังเป็นคนหนุ่มที่ขาดสติ" หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าว "และไม่รู้ผิดชอบชั่วดี" "แล้วตอนนี้ล่ะคะ" ปิ่นถาม "ตอนนี้คุณรู้แล้วใช่ไหม ว่าคุณทำผิด" "ใช่" หลวงพ่อยิ่งลาภตอบ "อาตมาสำนึกผิดแล้ว" "สำนึกผิดแล้วไงคะ" ปิ่นเอ่ยเสียงดัง "มันช่วยให้ดิฉันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า" หลวงพ่อยิ่งลาภเงียบไป เขาไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังผิวน้ำที่สะท้อนภาพใบหน้าของเขาเอง ใบหน้าที่มีรอยย่นแห่งความทุกข์ และรอยอดีตที่ตามหลอกหลอน "ดิฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณ" ปิ่นเอ่ยต่อ "ว่าคุณไม่มีวันหนีความจริงไปได้ตลอดหรอก" "อาตมาไม่เคยคิดจะหนี" หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าว "แต่อาตมาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมัน" "เผชิญหน้าอย่างไรคะ" ปิ่นถาม "ด้วยการบวชเป็นพระ แล้วบอกว่าตัวเองสำนึกผิด แล้วทุกอย่างจะจบลงอย่างนั้นหรือ" "การภาวนา การทำบุญ และการอุทิศส่วนกุศล" หลวงพ่อยิ่งลาภกล่าว "คือสิ่งที่อาตมากำลังทำ" "แล้วผลกรรมล่ะคะ" ปิ่นถาม "คุณคิดว่าผลกรรมมันจะหายไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ" "ผลกรรมย่อมส่งผล" หลวงพ่อยิ่งลาภตอบ "ไม่ช้าก็เร็ว" "คุณแน่ใจหรือคะ ว่าคุณจะรับผลกรรมนั้นไหว" ปิ่นเอ่ยเสียงเย็น "เพราะดิฉันไม่แน่ใจเลยว่า คุณจะรับมันได้" หญิงสาวปิ่นเดินจากไป ทิ้งให้หลวงพ่อยิ่งลาภยืนนิ่งอยู่ริมแม่น้ำ ลมหายใจของท่านติดขัด ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เขาหันกลับไปมองทางวัด ภาพของโยมวันดีและปรางทิพย์ที่กำลังทำพิธีอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย แวบเข้ามาในความคิด "หลวงพ่อเจ้าคะ" เสียงแม่ชีอิ่มดังขึ้นเบาๆ "ถึงเวลาบิณฑบาตแล้วนะเจ้าคะ" หลวงพ่อยิ่งลาภพยักหน้ารับ เดินตามแม่ชีอิ่มไปยังศาลาที่ญาติโยมกำลังนั่งรออยู่ เขาหยิบบาตรใบเก่าขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับการบิณฑบาต แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่แน่นอน "คุณปิ่น" หลวงพ่อยิ่งลาภเอ่ยชื่อเธอแผ่วเบา "คุณจะกลับมาอีกหรือไม่" เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัด คือ เงาบาปในอดีต กำลังตามหลอกหลอนเขาอย่างไม่ลดละ และเขาไม่มีทางหนีพ้นไปได้ตลอดกาล

3,678 ตัวอักษร