ตอนที่ 29 — การเปิดเผยความลับของแม่ชีนวล
พิมพ์พิกานั่งอยู่เพียงลำพังในกุฏิ แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นลำ ลมเย็นยามค่ำคืนพัดหวีดหวิว ทำให้ใบไม้เสียดสีกันเกิดเป็นเสียงแผ่วเบา บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงัด ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นระรัวอยู่ในอก
คำพูดของแม่ชีนวลยังคงก้องอยู่ในหู "บางที... การรู้ความจริงทั้งหมด อาจจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเดิมก็ได้นะ"
เธอเข้าใจดีว่าแม่ชีนวลหวังดี และพยายามปกป้องเธอจากความเจ็บปวดที่อาจจะตามมา แต่ความปรารถนาที่จะรู้ความจริงนั้น มันรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะหักห้ามใจได้
"ถ้าการรู้ความจริงจะทำให้ฉันทุกข์ทรมาน แล้วทำไมฉันถึงยังรู้สึกว่าต้องรู้มันให้ได้?" พิมพ์พิกาครุ่นคิด "หรือนี่เป็นอีกหนึ่งหนทางของการยึดติด? การยึดติดกับความอยากรู้?"
เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติ กลับไปสู่การพิจารณาลมหายใจเข้าออก แต่มันช่างเป็นเรื่องยากเสียเหลือเกิน เมื่อจิตใจถูกรบกวนด้วยความสงสัยและคำถามที่ยังไร้คำตอบ
ทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาในกุฏิ เป็นพลังงานที่เย็นยะเยือก แต่ก็มีความคุ้นเคยอย่างประหลาด
ภาพของเงาชายหนุ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาดูชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก ใบหน้าของเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเศร้าโศก บัดนี้กลับมีแววตาที่โกรธแค้นแฝงอยู่
"แก... แกไม่เคยสำนึกเลยใช่ไหม?" เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของเธอ ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่ส่งตรงมายังจิตใจ
พิมพ์พิกาตกใจจนตัวสั่น "คุณ... คุณคือใครกันแน่?"
"ฉันคือผู้ที่แกพรากทุกสิ่งไป!" เสียงนั้นดังขึ้นด้วยความเจ็บปวด "แกพรากทุกอย่างไปจากฉัน! ความรัก... ชีวิต... ทุกอย่าง!"
"ไม่จริง! ฉันไม่เคย..." พิมพ์พิกาพยายามปฏิเสธ แต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ลำคอ
"แกเคย!" ชายหนุ่มตะโกนก้อง ราวกับเสียงสะท้อนจากอดีตชาติ "แกแย่งคนรักของฉันไป! แกทำให้เขาตาย! และแกก็หนีไปอย่างไม่รับผิดชอบ! แกมันปีศาจร้าย!"
คำกล่าวหาเหล่านั้นราวกับมีดที่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของพิมพ์พิกา เธอจำได้เลือนรางถึงภาพในอดีตชาติ หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ที่ถูกความรักครอบงำ จนทำในสิ่งที่โหดร้ายลงไป
"ฉัน... ฉันขอโทษ..." พิมพ์พิกาส่งเสียงสั่นเครือ "ฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้..."
"ขอโทษอย่างนั้นหรือ?" ชายหนุ่มเย้ยหยัน "คำขอโทษของแก จะชดเชยสิ่งที่ฉันเสียไปได้อย่างไร?"
"แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน?" พิมพ์พิกาถาม "บอกมาสิ!"
"ฉันต้องการให้แกชดใช้!" ชายหนุ่มกล่าว "แกต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทำ! ชดใช้ด้วยชีวิตของแก!"
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์พิกาตัวแข็งทื่อ เธอรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นไปทั่วร่างกาย
"ชีวิตของฉัน?" เธอถามอย่างไม่เชื่อหู "คุณต้องการชีวิตของฉันอย่างนั้นหรือ?"
"ใช่! และแกก็สมควรได้รับมัน!"
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องของเธอก็ถูกผลักออกอย่างแรง แม่ชีนวลยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของท่านซีดเผือดเมื่อเห็นสภาพของพิมพ์พิกาที่นั่งตัวสั่นเทา
"พิมพ์พิกา! เกิดอะไรขึ้น!" แม่ชีนวลรีบวิ่งเข้ามาหา
เงาชายหนุ่มเลือนหายไปทันทีที่แม่ชีนวลเข้ามา พิมพ์พิกาหันไปมองแม่ชีนวลด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"เขา... เขามาอีกแล้วค่ะแม่ชี" พิมพ์พิกากล่าวเสียงสั่น "เขาบอกว่า... เขาต้องการชีวิตของหนู"
แม่ชีนวลกอดพิมพ์พิกาไว้แน่น "ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร" ท่านปลอบโยน "มันเป็นแค่ภาพที่จิตปรุงแต่งขึ้นมา"
"แต่หนูรู้สึกถึงความโกรธแค้นของเขาจริงๆ ค่ะ" พิมพ์พิกากล่าว "เขาบอกว่าหนูแย่งคนรักของเขาไป แล้วก็ทำให้เขาตาย"
แม่ชีนวลถอนหายใจลึกๆ "เรื่องที่เจ้าเล่ามา... มันสอดคล้องกับสิ่งที่ข้าเคยได้ยินมา"
พิมพ์พิกาเงยหน้ามองแม่ชีนวลอย่างสงสัย "แม่ชีเคยได้ยินเรื่องอะไรคะ?"
แม่ชีนวลลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจพูด "ที่จริง... ข้ามีเรื่องที่ต้องบอกเจ้า" ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "เรื่องนี้เป็นความลับมานานแล้ว"
"ความลับอะไรคะ?" พิมพ์พิกาถามอย่างใจจดใจจ่อ
"เจ้าจำนายบุญส่งได้ไหม?" แม่ชีนวลเอ่ยชื่อที่ทำให้พิมพ์พิกาอึ้งไป
นายบุญส่ง คือสามีเก่าของเธอ ผู้ที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์
"จำได้ค่ะ" พิมพ์พิกาตอบ "ทำไมคะ?"
"นายบุญส่ง... ไม่ใช่แค่สามีเก่าของเจ้า" แม่ชีนวลกล่าว "แต่เขาคือ... คนรักของชายหนุ่มที่ปรากฏในนิมิตของเจ้า"
พิมพ์พิกาอ้าปากค้าง "หมายความว่ายังไงคะ?"
"ชายหนุ่มผู้นั้น... เขาคืออดีตคนรักของนายบุญส่งในชาติภพนั้น" แม่ชีนวลอธิบาย "และเป็นเจ้า... คือคนที่พรากเขาไปจากนายบุญส่ง"
ความจริงอันน่าตกใจนี้ ทำให้พิมพ์พิกาแทบจะยืนไม่อยู่ เธอพิงแผงอกของแม่ชีนวลไว้แน่น
"แล้ว... แล้วทำไมเขาถึงยังตามหลอกหลอนหนูอยู่?" พิมพ์พิกาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"เพราะว่า... เจ้ายังไม่ได้ชดใช้กรรมที่ก่อไว้ให้เขาอย่างแท้จริง" แม่ชีนวลกล่าว "การยอมรับในอดีตชาติ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การชดใช้กรรมนั้น... คือการที่เจ้าต้องทำให้เขาได้พบกับความสงบสุข"
"แล้วหนูจะทำได้อย่างไรคะ?" พิมพ์พิการู้สึกสิ้นหวัง
"นั่นคือสิ่งที่เจ้าต้องค้นหาคำตอบด้วยตนเอง" แม่ชีนวลกล่าว "ข้าทำได้เพียงแค่บอกความจริงให้เจ้าทราบ"
พิมพ์พิกานั่งนิ่ง ปล่อยให้ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในจิตใจ เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าอดีตชาติของเธอจะซับซ้อนและเชื่อมโยงกับผู้คนมากมายถึงเพียงนี้
"แล้ว... แล้วเรื่องอุบัติเหตุของนายบุญส่งล่ะคะ?" พิมพ์พิกาถามอย่างมีความหวัง "เขาตายเพราะอุบัติเหตุ... ไม่ใช่เพราะหนูใช่ไหมคะ?"
แม่ชีนวลมองพิมพ์พิกาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ "ความตายของนายบุญส่ง... มันเป็นผลพวงมาจากกรรมเก่าของเขาเอง" ท่านกล่าว "แต่การที่เขามาเกิดในร่างของสามีเก่าของเจ้า... ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการชดใช้กรรมในบางมิติ"
"บางมิติ?" พิมพ์พิกาไม่เข้าใจ
"กรรมมีหลายรูปแบบ หลายระดับ" แม่ชีนวลอธิบาย "บางครั้ง... การเกิดมาใกล้ชิดกัน ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ชดใช้ในสิ่งที่ค้างคา"
พิมพ์พิกาเงียบไป เธอรู้สึกว่าความรู้เรื่องกรรมและการเวียนว่ายตายเกิดนั้น ลึกซึ้งกว่าที่เธอเคยคิดไว้มากนัก
"แล้วชายหนุ่มคนนั้น... เขาจะยอมปล่อยหนูไปไหมคะ?" พิมพ์พิกาถาม
"ถ้าเจ้าสามารถทำให้เขาพบกับความสงบได้... เขาก็จะจากไป" แม่ชีนวลตอบ "แต่ถ้าไม่... เขาก็จะยังคงตามหลอกหลอนเจ้าต่อไป"
"แล้วหนูจะทำให้เขาพบความสงบได้อย่างไรคะ?" พิมพ์พิกาถามอย่างสิ้นหวัง
"นั่นคือเส้นทางของเจ้า พิมพ์พิกา" แม่ชีนวลกล่าว "เจ้าต้องใช้สติและปัญญาในการค้นหามัน"
พิมพ์พิกานั่งนิ่งภายใต้แสงจันทร์ เธอรู้สึกราวกับว่าเธอเพิ่งถูกโยนลงไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ที่เต็มไปด้วยปริศนาและความไม่แน่นอน
5,199 ตัวอักษร