ตอนที่ 17 — การเมืองสีเลือดในสภาใต้ดิน
การก้าวขึ้นสู่อำนาจของ ‘เลือดสีรัตติกาล’ หลังจากการล่มสลายของ ‘ปลายกระบอกปืน’ ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด แม้ว่า ‘มังกร’ จะสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่เครือข่ายอำนาจและอิทธิพลของแก๊งคู่ปรับเก่าก็ยังคงแผ่ขยายไปทั่วเขตใต้สุดของเมือง การกำจัดผู้นำเพียงคนเดียวไม่ได้หมายความว่าศัตรูจะหมดไปโดยสิ้นเชิง
“ท่านพายุครับ เราได้รับรายงานว่ากลุ่ม ‘อสรพิษ’ กำลังเคลื่อนไหวอย่างหนักในเขตตะวันตก” เจ้านครรายงาน สีหน้าของเขาฉายแวววิตกกังวล “พวกเขาพยายามจะยึดพื้นที่บางส่วนที่เราเคยควบคุมไว้”
พายุที่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในสำนักงานใหญ่ของ ‘เลือดสีรัตติกาล’ หรี่ตาลง เขาเพิ่งจะกลับมาจากการจัดการเรื่องที่ท่าเรือเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน “พวกมันกล้าดีนะที่คิดจะฉวยโอกาสในเวลานี้”
“ผมคิดว่าพวกมันคงคิดว่าเรากำลังอ่อนแอ หลังจากการต่อสู้ครั้งใหญ่” เงาเสริมขณะที่ยืนพิงประตูอยู่ “การเสีย ‘มังกร’ ไปคงทำให้พวกมันประเมินสถานการณ์ผิดไป”
“พวกมันคิดผิด” พายุพูดเสียงเรียบ “การตายของมังกรคือการเปิดทางให้เราแข็งแกร่งขึ้นต่างหาก” เขาหันไปมองเจ้านคร “เราจะตอบโต้อย่างไร?”
“ผมเสนอให้เราส่งกำลังไปกดดันพวกมันทันทีครับ” เจ้านครกล่าว “แสดงให้เห็นว่าเรายังคงแข็งแกร่ง และไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องอาณาเขตของเรา”
“การใช้กำลังอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ” เงาแย้ง “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงของการสร้างเสถียรภาพ การปะทะโดยตรงกับ ‘อสรพิษ’ อาจจะทำให้เราเสียกำลังคนและทรัพยากรไปโดยไม่จำเป็น เราควรใช้การเมืองเข้ามาช่วย”
“การเมือง?” พายุเลิกคิ้ว “แกหมายถึงอะไร?”
“สภาใต้ดินครับท่าน” เงาตอบ “อย่างที่ท่านทราบ แก๊งใหญ่ๆ ในเมืองมีสภาใต้ดินที่คอยกำหนดเขตแดนและกฎเกณฑ์ต่างๆ การที่ ‘ปลายกระบอกปืน’ หายไป ทำให้เกิดสุญญากาศขึ้นในเขตใต้สุด และเป็นโอกาสอันดีที่เราจะเข้าไปมีบทบาทในสภานั้น”
“แต่ ‘อสรพิษ’ ก็เป็นสมาชิกของสภาอยู่แล้ว” เจ้านครทักท้วง “ถ้าเราเข้าไป พวกมันก็จะยิ่งได้เปรียบ”
“นั่นคือเหตุผลที่เราต้องสร้างพันธมิตรใหม่ในสภา” เงาอธิบาย “ผมได้แอบติดต่อกับ ‘พยัคฆ์ขาว’ ซึ่งเป็นแก๊งที่อยู่ตรงข้ามกับ ‘อสรพิษ’ มาสักพักแล้ว พวกเขาไม่พอใจที่ ‘อสรพิษ’ ขยายอำนาจมากเกินไป และเห็นว่าการเข้ามาของ ‘เลือดสีรัตติกาล’ อาจจะเป็นสมดุลที่พวกเขาต้องการ”
พายุเงียบไปครู่หนึ่ง เขาใช้ความคิดอย่างหนัก การใช้การเมืองเข้ามาแทรกแซงเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยถนัดนัก แต่มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ “แล้ว ‘พันธมิตร’ ที่มาช่วยเราที่ท่าเรือล่ะ? พวกเขามีบทบาทอย่างไรในเรื่องนี้?”
“นั่นเป็นปริศนาที่ยังแก้ไม่ได้ครับท่าน” เจ้านครส่ายหน้า “เรายังไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร หรือมีเป้าหมายอะไรกันแน่”
“เท่าที่ผมสืบมา พวกเขาดูเหมือนจะมาจากนอกเมือง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งไหนๆ ที่นี่โดยตรง” เงาเสริม “แต่การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้ ‘ปลายกระบอกปืน’ เสียขวัญ และช่วยให้เราสามารถกำจัดมังกรได้ง่ายขึ้น”
“การพึ่งพาคนนอกเป็นสิ่งที่อันตราย” พายุกล่าว “แต่ในเมื่อเราได้ประโยชน์จากพวกเขาไปแล้ว เราก็ต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์”
“ผมจะไปพบ ‘พยัคฆ์ขาว’ เพื่อเจรจาเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกสภาใต้ดินครับ” เงาเสนอตัว “ท่านพายุเพียงแค่ต้องให้ความมั่นใจกับพวกเขาว่า ‘เลือดสีรัตติกาล’ จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ”
“ดี” พายุตอบ “แล้วแกจะไปพบพวกเขาเมื่อไหร่?”
“ภายในสองวันนี้ครับ” เงาตอบ “ผมจะพยายามปิดดีลให้เร็วที่สุด”
“ระหว่างที่แกไปเจรจา” พายุหันไปทางเจ้านคร “ให้เตรียมกำลังส่วนหนึ่งไว้ คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของ ‘อสรพิษ’ อย่างใกล้ชิด ถ้าพวกมันคิดจะก่อเรื่องอะไรจริงๆ เราก็พร้อมที่จะตอบโต้”
“รับทราบครับท่าน” เจ้านครรับคำ
“และที่สำคัญที่สุด” พายุพูดเสียงเข้ม “เราต้องตามหา ‘สายฟ้า’ ให้เจอให้ได้ เขาคือคนเดียวที่รู้ความลับของ ‘ปลายกระบอกปืน’ และการทรยศของเขาอาจจะยังมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่”
“ผมกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเขาอย่างเต็มที่ครับ” เจ้านครกล่าว
“เราต้องรีบกุมความได้เปรียบนี้ไว้” พายุลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของเมืองยามค่ำคืน “การเมืองในโลกใต้ดินมันก็เหมือนกับการต่อสู้ด้วยปืนนั่นแหละ มีทั้งกลยุทธ์ การหลอกล่อ และการหักหลัง”
“แล้วเราจะชนะในเกมนี้ใช่ไหมครับท่าน?” เจ้านครถามด้วยความหวัง
“เราต้องชนะ” พายุตอบอย่างหนักแน่น “เพราะถ้าเราไม่ชนะ ก็จะไม่มี ‘เลือดสีรัตติกาล’ เหลืออยู่อีกต่อไป”
เงาพยักหน้าเห็นด้วย “ผมจะทำให้ดีที่สุดครับท่าน”
“ผมเองก็จะพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘พันธมิตร’ และ ‘สายฟ้า’ ให้เร็วที่สุด” เจ้านครกล่าวเสริม
พายุหันกลับมามองลูกน้องทั้งสองคน “หลังจากนี้ เราจะไม่ได้มีแค่ศัตรูที่ต้องเผชิญหน้า แต่เราจะมีพันธมิตรที่ต้องรักษาความสัมพันธ์ และศัตรูที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมจัดการ เราต้องปรับตัวให้เร็วที่สุด”
“ครับท่าน”
แสงไฟจากภายนอกส่องเข้ามาในห้องทำงาน ทำให้เห็นเงาของพายุทาบทอดยาวเหยียดบนพื้น การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกใต้ดินนั้นเต็มไปด้วยขวากหนาม การเมืองสีเลือดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และ ‘เลือดสีรัตติกาล’ ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ว่าสมควรแก่การเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริง
4,086 ตัวอักษร