ตอนที่ 19 — ซ่อนตัวในเงามืดแห่งความจริง
พัชราภาและมาร์โควิ่งลึกเข้าไปในทางเดินมืดของโรงพยาบาล เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังสะท้อนไปทั่ว ความเงียบสงัดภายหลังเสียงปืนที่เพิ่งยุติลงทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่?” มาร์โคหอบหายใจ “คนพวกนั้นคือใคร? แล้วใครคือ ‘ท่าน’ ที่พูดถึง?” “ฉันไม่รู้” พัชราภาตอบ ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ปลายทางเดิน ราวกับพยายามจะมองทะลุความมืดมิดที่อยู่ตรงหน้า “แต่ที่แน่ๆ คือเรากำลังตกอยู่ในอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าที่เราคิดไว้มาก” พวกเขาหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านหลัง เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กำลังก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว “มีคนตามเรามา!” มาร์โคกระซิบเสียงดัง พัชราภาหันขวับไปมอง สัญชาตญาณนักสืบของเธอเตือนว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายลงอย่างคาดไม่ถึง “ทางนี้!” เธอรีบคว้าแขนมาร์โคและพาเขาเลี้ยวเข้าสู่ห้องเก็บของที่อยู่ใกล้ๆ ประตูห้องเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ริมทางเดินที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น ทั้งสองคนผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็วและปิดมันลงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเขาเบียดเสียดกันอยู่ภายในความมืดมิด กลิ่นอับชื้นของน้ำยาทำความสะอาดและฝุ่นอบอวลอยู่ในอากาศ เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางเดินยังคงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พัชราภากั้นลมหายใจ พยายามเพ่งสมาธิไปที่เสียงที่ได้ยิน เธอได้ยินเสียงพูดคุยเป็นภาษาอิตาเลียนที่ดังลอดเข้ามาจากช่องว่างใต้ประตู เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้เธอจับใจความได้บ้าง แต่ก็ไม่ชัดเจนพอที่จะเข้าใจทั้งหมด “พวกมันไปทางไหน?” เสียงหนึ่งถามอย่างหงุดหงิด “ไม่เห็นแล้ว” อีกเสียงตอบ “แต่ต้องอยู่ไม่ไกล” พัชราภากลั้นใจ เธอรู้ดีว่าถ้าพวกนั้นเจอพวกเธอเมื่อไหร่ ทุกอย่างจะจบลงทันที “เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่” เธอพึมพำกับมาร์โค “แต่เราจะออกไปทางไหน? ประตูนี้ล็อคจากข้างนอก!” มาร์โคตอบด้วยน้ำเสียงกังวล “ฉันเห็นหน้าต่างบานเล็กๆ นั่น” พัชราภาชี้ไปยังมุมห้อง มีหน้าต่างบานเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเปิดออกสู่ลานภายในของโรงพยาบาล “แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะกว้างพอให้เราผ่านออกไปได้” “ลองดูก่อน” มาร์โคกล่าว พวกเขาร่วมกันผลักหน้าต่างบานนั้นอย่างระมัดระวัง มันเปิดออกพร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ พอให้เห็นว่าด้านนอกเป็นลานที่ค่อนข้างเปลี่ยว มีกองขยะและอุปกรณ์ทางการแพทย์วางกองสุมอยู่ “ดูเหมือนเราจะไม่มีทางเลือกอื่น” พัชราภาถอนหายใจ “นายไปก่อน ฉันจะตามไป” “ไม่! เราต้องไปด้วยกัน” มาร์โกร้องเสียงแข็ง “ฉันไม่ปล่อยเธอไว้คนเดียว” พัชราภามองเข้าไปในดวงตาของมาร์โค เธอเห็นความมุ่งมั่นและความเป็นห่วงที่ฉายชัดออกมา “ก็ได้” เธอตอบ “แต่ต้องระวังตัวให้มากนะ” พวกเขาค่อยๆ ปีนออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ มาร์โคลงไปก่อน ตามด้วยพัชราภา เมื่อลงถึงพื้นด้านล่าง พวกเขาไม่รอช้า รีบวิ่งหลบเข้าไปซ่อนหลังกองอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกครั้ง เสียงฝีเท้าในทางเดินเงียบไปแล้ว ราวกับว่าคนที่ตามหาพวกเขาได้หายไปแล้ว “เหมือนจะปลอดภัยแล้ว” มาร์โคกล่าวอย่างโล่งอก “แต่เรายังไม่รู้ว่าใครคือคนที่ตามเรามา และทำไมเขาถึงต้องการจับเรา” พัชราภาพยักหน้า “เรื่องของอันโตนิโอ มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก และข้อมูลที่ได้มาจากพยาบาลคนนั้น อาจจะเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของความจริงทั้งหมด” เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงสว่างเรื่อๆ “เราต้องกลับไปที่ห้องพักของอันโตนิโออีกครั้ง” “ตอนนี้เนี่ยนะ?” มาร์โคเลิกคิ้ว “ใช่” พัชราภาตอบเสียงหนักแน่น “เราต้องหาให้เจอว่าเขาซ่อนอะไรไว้ในนั้นอีกบ้าง หรือมีใครที่พยายามจะปิดบังอะไรเกี่ยวกับเขา” พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนที่อย่างระมัดระวังออกจากบริเวณลานลับนั้น ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงกระดิ่งโรงพยาบาลที่ดังเป็นระยะๆ พร้อมกับเสียงประกาศทางลำโพงเป็นสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบสงัดของโรงพยาบาลในยามเช้ามืด พัชราภาสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มคืบคลานเข้ามา แต่จิตใจของเธอยังคงตื่นตัว เธอรู้ว่าการตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจหมายถึงจุดจบของทุกสิ่ง “นายแน่ใจนะว่าเราจะทำได้?” มาร์โคถาม ขณะที่พวกเขาเดินไปตามทางเดินที่เริ่มมีแสงแดดลอดเข้ามา “เราต้องทำ” พัชราภาตอบ “ถ้าเราไม่หาคำตอบในวันนี้ เราอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว” พวกเขามองหน้ากัน ดวงตาของทั้งคู่สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาอันดำมืดนี้ให้ได้ ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
3,423 ตัวอักษร