ตอนที่ 10 — กุญแจสู่ความจริงที่ถูกเปิดเผย
คำว่า ‘รหัส’ ทำเอาบรรยากาศในห้องพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ใบหน้าของวิชัยที่เคยฉายแววยิ้มเย็นๆ กลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ในขณะที่ชายชาวเอเชียทั้งสองคนจ้องมาที่เมษาด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากดูแคลนเป็นความสนใจปนระแวง
“คุณพูดเรื่องอะไร” วิชัยถามเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกริบจับจ้องไปที่เมษา ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในความคิดของเธอ
เมษารู้ดีว่าเธอกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่บางเฉียบ แต่เธอต้องเล่นเกมนี้ต่อไป “ฉันได้ยินมาว่า… การซื้อขายครั้งนี้มันสำคัญมาก… ว่ากันว่าสิ่งที่พวกคุณกำลังจะซื้อขายกันคือ ‘กุญแจ’ ที่สำคัญที่สุด… กุญแจที่จะไขความลับทั้งหมด… เปิดโปงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนี้” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย มองไปยังชายชาวเอเชียทั้งสองคนที่เริ่มขยับตัวเล็กน้อย “และฉัน… ก็มี ‘รหัส’ ที่จะใช้ปลดล็อกกุญแจดอกนั้น”
ชายชาวเอเชียคนหนึ่งที่ดูจะมีอำนาจมากกว่า ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเป็นชายร่างท้วม ผิวเข้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งประสบการณ์ เขาก้าวเข้ามาใกล้เมษา ช้าๆ ดวงตาของเขาทอประกายเย็นเยียบ
“เด็กสาว… เธอคิดว่าเธอจะเข้ามามีบทบาทอะไรในเรื่องนี้” เขาพูดด้วยสำเนียงที่ฟังดูแปลกหู “ใครส่งเธอมา… หรือเธอเป็นหนูอยากรู้อยากเห็นที่หลงเข้ามาในรังเสือกันแน่”
“ฉันไม่ใช่หนูอยากรู้อยากเห็น” เมษาเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับอย่างไม่หวั่นเกรง “ฉันมาที่นี่เพื่อหยุดยั้งเรื่องทั้งหมดนี้… เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับคนที่ถูกทำร้าย”
วิชัยหัวเราะเบาๆ แต่ไม่มีความขบขันอยู่ในน้ำเสียงนั้นเลย “ความยุติธรรม… คำพูดสวยหรูที่คนอ่อนแอใช้ปลอบใจตัวเอง… โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมหรอกหนู… มีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด… และผู้ที่อ่อนแอจะต้องถูกเหยียบย่ำ”
“นั่นคือสิ่งที่คุณเชื่ออย่างนั้นหรือ” เมษาถาม “คุณเชื่อว่าการทำร้ายผู้บริสุทธิ์… การค้ามนุษย์… มันคือความแข็งแกร่งอย่างนั้นหรือ”
“มันคืออำนาจต่างหาก” ชายชาวเอเชียอีกคนแทรกขึ้น เขาเป็นชายร่างผอมสูง ใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่แววตาเฉียบคม “อำนาจที่ทำให้เราได้ทุกสิ่งที่เราต้องการ… อำนาจที่ทำให้เราอยู่เหนือกว่าคนอื่น”
“แล้ว ‘กุญแจ’ ที่ว่านี้… มันคืออะไรกันแน่” เมษาพยายามเบี่ยงเบนการสนทนา “มันเป็นข้อมูล… หรือเป็นวัตถุที่จับต้องได้”
“มันเป็นทั้งสองอย่าง… และมากกว่านั้น” ชายร่างท้วมตอบ “มันคือทุกสิ่งทุกอย่าง… ที่จะทำให้เรา… หรือทำให้คนอื่น… เสียทุกอย่าง”
“คุณกำลังจะขายมันให้กับใคร” เมษายิงคำถาม “คนที่ต้องการจะทำลายเครือข่ายนี้… หรือคนที่ต้องการจะควบคุมมันต่อไป”
วิชัยยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ “คำถามของเธอ… มันน่าสนใจดี… แต่คำตอบ… มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผย”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงแตรดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคฤหาสน์ สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในห้อง
“เกิดอะไรขึ้น!” วิชัยตวาดถาม ชายฉกรรจ์ที่ยืนเฝ้าหน้าประตูรีบวิ่งออกไปตรวจสอบ
“เหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ… ท่านครับ” หนึ่งในชายฉกรรจ์รายงานเสียงอ่อย “มีคนพยายามบุกเข้ามา… หรือไม่ก็… เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของเราที่รวน”
“รวน?” ชายร่างท้วมคำราม “ระบบรักษาความปลอดภัยของข้า… ไม่มีวันรวน! ต้องมีคนพยายามแทรกซึมเข้ามา!”
ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้นในคฤหาสน์ เมษาเห็นโอกาส เธอแสร้งทำเป็นตกใจ หันไปมองทางประตูอย่างตื่นตระหนก
“แย่แล้ว… เกิดอะไรขึ้น” เธอพูดเสียงสั่น
วิชัยมองมาที่เธอด้วยสายตาที่จับผิด “เธอ… รู้เรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ! ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย” เมษารีบปฏิเสธ “ฉันตกใจเหมือนกับพวกคุณนี่แหละค่ะ”
ชายร่างท้วมก้าวเข้ามาใกล้เมษาอีกครั้ง “ถ้าเจ้าไม่รู้อะไร… เจ้าก็ไม่มีประโยชน์กับข้า… ถ่วงเวลาพวกมันไว้!” เขาหันไปสั่งลูกน้อง
ทันใดนั้น ประตูห้องรับรองพิเศษก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ชายฉกรรจ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูล้มลงไปกองกับพื้น ร่างของเขาถูกกระแทกอย่างแรง
“แดน!” เมษาอุทานด้วยความดีใจ
แดนก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าแสดงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เขาถือปืนไว้ในมือข้างหนึ่ง และอีกมือหนึ่งยกขึ้นเป็นสัญญาณให้เมษารีบมาหา
“เมษา… มานี่!” แดนตะโกน “เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
วิชัยและชายชาวเอเชียทั้งสองคนตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน “แกเป็นใคร!” วิชัยตะโกนถาม
“ฉันคือคนที่มาทวงสิ่งที่ถูกพรากไป… และมาหยุดยั้งพวกแก!” แดนตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ชายฉกรรจ์ที่เหลือในห้องรีบกรูเข้ามา แต่แดนยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นการเตือน เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังเสียขวัญ
“เร็วเข้าเมษา!” แดนคว้าแขนเมษา “เราต้องไปแล้ว!”
เมษารีบวิ่งไปหาแดน เธอเหลือบมองไปที่วัตถุลึกลับที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าม่านสีดำบนโต๊ะกลางห้อง… มันคือ ‘กุญแจ’ ที่พวกเขากำลังตามหาอย่างนั้นหรือ
“เดี๋ยวก่อน!” เมษาร้องบอก “ของบนโต๊ะนั่น… มันคือ ‘กุญแจ’ ที่เราต้องการ!”
แดนหันไปมองตามสายตาของเมษา เขามองเห็นวัตถุนั้นเช่นกัน “เอาล่ะ… ถ้าอย่างนั้น… เราต้องเอามันไปด้วย!”
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดภายในห้องรับรองพิเศษ แดนใช้ความสามารถในการต่อสู้ของเขาหลบหลีกการโจมตีและยิงตอบโต้ เขาพยายามเปิดทางให้เมษาเข้าถึงวัตถุบนโต๊ะ
“คว้ามันมาเมษา!” แดนตะโกน “แล้วรีบหนีออกไป!”
เมษากลั้นใจ วิ่งตรงไปยังโต๊ะกลางห้อง เธอเอื้อมมือไปคว้าผ้าม่านสีดำที่ห่อหุ้มวัตถุนั้นไว้… หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของวัตถุที่อยู่ในมือ… มันไม่ใหญ่มากนัก แต่ดูเหมือนจะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
“ได้มาแล้ว!” เมษาตะโกนกลับไป
วิชัยเห็นดังนั้นก็โกรธจัด “อย่าให้มันหนีไปได้!”
แต่การต่อสู้ของแดนก็ทรงประสิทธิภาพ เขาใช้จังหวะที่ลูกน้องของวิชัยกำลังชุลมุน ยิงใส่พื้นใกล้ๆ เท้าของวิชัย ทำให้วิชัยต้องผงะถอยหลัง
“ไปเถอะเมษา!” แดนคว้ามือเมษาอีกครั้ง “ทางนี้!”
ทั้งสองคนวิ่งฝ่าวงล้อมการต่อสู้ออกไปจากห้องรับรองพิเศษ เสียงปืน เสียงตะโกน และเสียงระเบิดดังตามมาติดๆ พวกเขาวิ่งไปตามทางเดินที่มืดมิด โดยมีแสงไฟฉุกเฉินที่เริ่มทำงานเป็นบางส่วน ส่องนำทาง
“เราจะไปไหนกัน” เมษาร้องถามขณะที่วิ่งไป
“ออกไปจากที่นี่ก่อน… แล้วค่อยว่ากัน!” แดนตอบ “ฉันมีที่ปลอดภัยรอเราอยู่!”
พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคอีกหลายด่านภายในคฤหาสน์ แต่ด้วยความช่วยเหลือจาก “สิ่งรบกวน” ที่แดนวางแผนไว้ และการเข้าแทรกแซงอย่างทันท่วงทีของเขา ทำให้พวกเขาสามารถหลบเลี่ยงการถูกจับกุมได้ในที่สุด
เมื่อออกมาถึงรถที่จอดรออยู่ห่างออกไปไม่ไกล เมษาก็รีบเปิดผ้าม่านที่ห่อหุ้มวัตถุนั้นออกอย่างรวดเร็ว
ภายใต้ผ้าม่านสีดำ… สิ่งที่เมษาเห็นทำให้เธอเบิกตากว้าง… มันไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดคิดเอาไว้เลย
5,254 ตัวอักษร