ตอนที่ 13 — การล่มสลายของทรราช
กระสุนที่ยิงออกมาจากปืนของมาริโอเฉียดไหล่ซ้ายของมาร์โคไปเพียงนิดเดียว แต่แรงปะทะทำให้เขากระเด็นถอยหลังไปชนกับตู้คอนเทนเนอร์ที่วางซ้อนกันอยู่ เสียงปืนนัดนั้นดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความโกลาหลที่เริ่มก่อตัวขึ้น เหล่าลูกน้องของมาริโอซึ่งตกใจกับเสียงไซเรนของตำรวจที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ต่างมีท่าทีลังเล พลอยไพลินเห็นมาร์โคเสียหลัก ก็รีบพุ่งเข้าไปประคองเขาอย่างรวดเร็ว
“คุณมาร์โค!” เธออุทานด้วยความตกใจ “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“ฉันไม่เป็นไร” มาร์โคตอบเสียงหอบ พยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน “แต่เราต้องไปจากที่นี่ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง”
“พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่” เสียงทีมงานของพลอยไพลินดังขึ้น เขาชี้ไปยังกลุ่มคนของมาริโอที่เริ่มกระจายกำลังออกไปเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะบานปลาย
มาริโอหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าตำรวจกำลังจะมาถึง เขาหันไปตะคอกใส่ลูกน้องของตัวเอง “พวกแกจะยืนบื้ออยู่ทำไม! จัดการพวกมันซะ! อย่าให้ใครหนีไปได้!”
แต่คำสั่งของเขากลับไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่ ลูกน้องบางคนเริ่มสบโอกาสถอยหนีไปคนละทิศละทาง บางส่วนยังคงยืนประจันหน้ากับมาร์โคและทีมของพลอยไพลินด้วยความสับสน
“แกคิดว่าหนีพ้นเหรอ มาริโอ?” มาร์โคถามอย่างเยาะเย้ย ขณะพยายามทรงตัว “แกทำลายทุกอย่างที่พ่อแกสร้างมา ตอนนี้แกจะต้องชดใช้”
“แกไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉัน!” มาริโอตะโกนกลับ ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความโกรธและความหวาดกลัว “ฉันจะฆ่าแก!”
เขาเงื้อปืนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะมีโอกาสเหนี่ยวไก เสียงรถตำรวจหลายคันก็ดังใกล้เข้ามาจนน่าใจหาย แสงไฟสีน้ำเงินและแดงเริ่มสาดส่องเข้ามาในบริเวณท่าเรือ
“ตำรวจ!” เสียงลูกน้องคนหนึ่งของมาริโอร้องตะโกน
สถานการณ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็ว มาริโอรู้ดีว่าเขาไม่มีทางหนีรอดไปได้อีกต่อไป เขาตัดสินใจเลือกทางสุดท้าย คือการจับพลอยไพลินเป็นตัวประกัน
“อย่าเข้ามานะ!” มาริโอตะโกนลั่น เขาคว้าแขนของพลอยไพลินไว้แน่น แล้วใช้ปืนจ่อไปที่ขมับของเธอ “ใครเข้ามา ฉันจะยิงเธอทิ้ง!”
มาร์โคเห็นท่าทางของมาริโอ เขารู้สึกถึงความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่เขาก็รู้ดีว่าการทำอะไรโดยไม่คิดจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง “ปล่อยเธอไป มาริโอ” มาร์โคพูดเสียงเย็น “แกไม่มีทางหนีไปได้อีกแล้ว”
“แกคิดว่าฉันจะยอมมอบตัวง่ายๆ งั้นเหรอ?” มาริโอหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครมาตัดสินฉัน!”
พลอยไพลินพยายามดิ้นรน แต่แขนของมาริโอแข็งแรงราวกับคีมเหล็ก เธอพยายามมองหามาร์โค สายตาของทั้งสองประสานกัน มาร์โคพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เธอใจเย็น
“ฉันมีข้อมูลที่แกต้องการ” พลอยไพลินพูดเสียงสั่น แต่พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ดูมั่นคง “ถ้าแกปล่อยฉันไป ฉันจะให้ข้อมูลนั้นกับแก”
มาริโอชะงักไปเล็กน้อย “ข้อมูลอะไร?”
“ข้อมูลเกี่ยวกับแผนการของลอเรนโซ” พลอยไพลินโกหกอย่างแนบเนียน “เขาจะหักหลังแกในวันสุดท้าย”
ดวงตาของมาริโอฉายแววสงสัย แต่ความหวังเล็กๆ ที่จะได้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ก็ทำให้เขากล้าที่จะต่อรอง “จริงเหรอ? ถ้าแกหลอกฉัน...”
“ฉันไม่กล้าหลอกคุณหรอกค่ะ” พลอยไพลินพูดต่อ “ฉันอยากจะรอดชีวิตเหมือนกัน”
ในขณะที่มาริโอกำลังลังเล เสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากก็บุกเข้ามาในบริเวณท่าเรือ พวกเขาตะโกนสั่งให้มาริโอยอมวางอาวุธ
“ปล่อยตัวประกัน!” เสียงตะโกนดังมาแต่ไกล
มาริโอตกใจอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปมองทางที่เสียงตะโกนดังมา แล้วหันกลับมามองพลอยไพลินอีกครั้ง ความคิดที่จะใช้เธอเป็นเครื่องมือต่อรองเริ่มเลือนหายไป
“แกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด!” มาร์โคเห็นความลังเลของมาริโอ เขาตัดสินใจใช้จังหวะนี้ “แกไม่มีวันเป็นอิสระไปได้หรอก!”
คำพูดของมาร์โคเหมือนเป็นชนวน มาริโอชักปืนกลับมาเล็งที่มาร์โคอีกครั้ง แต่พลอยไพลินใช้จังหวะที่เขาหันเหความสนใจไปที่มาร์โค เธอใช้ศอกกระแทกไปที่สีข้างของมาริโออย่างแรง จนเขาเซถลาไป
“อั๊ก!” มาริโอร้องด้วยความเจ็บปวด ปืนในมือหลุดร่วงลงพื้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาถึงพอดีรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ พวกเขารวบตัวมาริโอที่ยังอยู่ในอาการมึนงงได้สำเร็จ
“คุณพลอยไพลิน! คุณมาร์โค! ปลอดภัยดีนะครับ!” เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาหาทั้งสองคน
พลอยไพลินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอกุมมือมาร์โคไว้แน่น “ฉันเกือบแย่แล้ว”
“แต่คุณก็รอดมาได้” มาร์โคพูด พลางมองไปที่มาริโอที่ถูกนำตัวขึ้นรถตำรวจไป “ทรราชคนหนึ่งกำลังจะล่มสลาย”
“แล้วลอเรนโซล่ะคะ?” พลอยไพลินถาม “เขาจะหนีรอดไปได้หรือเปล่า?”
“ฉันไม่คิดอย่างนั้น” มาร์โคกล่าว “ข้อมูลที่เราได้มาและคำให้การของมาริโอ จะเป็นหลักฐานสำคัญในการสาวไปถึงตัวเขา”
แสงไฟจากรถตำรวจหลายคันสาดส่องไปทั่วบริเวณท่าเรือ พยานหลักฐานต่างๆ ถูกเก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบ ภาพของมาริโอที่ถูกใส่กุญแจมือและขึ้นรถตำรวจไป เป็นเครื่องยืนยันว่าการเดินทางอันยาวนานของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมกำลังจะสิ้นสุดลง
3,867 ตัวอักษร