สมรภูมิเลือดแห่งแกแล็กซี่

ตอนที่ 4 / 43

ตอนที่ 4 — การเผชิญหน้าในเมืองหลวง

"คุณบรูโน่บอกว่าเขาจะช่วยปกป้องฉัน" วีรยาพูดขึ้น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังที่ริบหรี่ "เขาบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการทำร้ายฉัน เขาแค่อยากได้เทคโนโลยีที่ฉันสร้างขึ้น" ผู้กองวิชาญส่ายหน้าช้าๆ "ความไว้วางใจในโลกแบบนี้เป็นเรื่องที่อันตรายที่สุดนะ ดร. วีรยา บรูโน่ คาร์เตอร์ เป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลในวงการใต้ดินระดับโลก เขาเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด การลักลอบค้าอาวุธ และการฟอกเงินเป็นจำนวนมหาศาล แม้ว่าเขาจะต้องการเทคโนโลยีของคุณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปกป้องคุณได้ตลอดไป หรือเขาจะยอมปล่อยคุณไปง่ายๆ" "แล้วแก๊งค์มังกรดำล่ะคะ" วีรยาถามต่อ "พวกนั้นดูอันตรายกว่ามาก" "แก๊งค์มังกรดำมีชื่อเสียงในเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี" ผู้กองวิชาญอธิบาย "พวกเขาไม่ลังเลที่จะใช้ความรุนแรงเพื่อบรรลุเป้าหมาย การที่พวกเขาสนใจในตัวคุณ อาจเป็นเพราะพวกเขาเห็นถึงมูลค่าของสิ่งที่คุณสร้าง หรืออาจมีใครบางคนจ้างวานพวกเขามา" "แต่ถ้าพวกเขาต้องการตัวฉันจริงๆ ทำไมถึงปล่อยให้ฉันหนีไปได้" อามินสงสัย "หน่วยของบรูโน่ดูเหมือนจะเสียจังหวะไปจริงๆ" "นั่นเป็นสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่" ผู้กองวิชาญขมวดคิ้ว "มีความเป็นไปได้หลายอย่าง อย่างแรก บรูโน่อาจจะไม่ได้ต้องการตัวคุณมากขนาดนั้น เขาอาจจะแค่ต้องการสร้างความปั่นป่วน หรือต้องการให้คุณตกอยู่ในความหวาดกลัว เพื่อให้คุณยอมร่วมมือกับเขาแต่โดยดี หรืออย่างที่สอง คือมีคนอื่นเข้ามาแทรกแซง ทำให้แผนของบรูโน่ต้องผิดพลาดไป" "คนอื่นที่คุณว่า หมายถึงแก๊งค์มังกรดำใช่ไหมคะ" วีรยาถาม "เป็นไปได้" ผู้กองวิชาญพยักหน้า "แต่ก็อาจจะมีกลุ่มอื่นอีกที่เรายังไม่ทราบ" "เราจะทำยังไงต่อไปคะผู้กอง" อามินถาม "เราจะอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้" "แน่นอน" ผู้กองวิชาญตอบ "เราต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่อันตรายที่สุด เพราะศัตรูรู้ตัวแล้วว่าเราอยู่ไหน เราต้องหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยกว่านี้ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูให้ได้มากที่สุด" "คุณบรูโน่มีอิทธิพลมากในประเทศไทย" ผู้กองวิชาญกล่าว "เขาอาจมีคนของเขาแทรกซึงอยู่ทุกหนทุกแห่ง เราไม่สามารถไว้ใจใครได้ง่ายๆ" "แต่คุณเองก็เคยทำงานกับหน่วยงานสากลมาก่อนนี่คะ" วีรยาเอ่ย "อาจจะมีเพื่อนเก่าที่ยังไว้ใจได้" "เพื่อนเก่าบางคนก็อาจจะกลายเป็นศัตรูไปแล้วก็ได้" ผู้กองวิชาญตอบ "โลกนี้มันเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน" "ผมรู้จักคนในกรุงเทพฯ ที่น่าจะพอช่วยเราได้ครับ" อามินเสนอ "เขาเป็นคนที่มีเส้นสายเยอะ แต่ก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง" "ใคร?" ผู้กองวิชาญถาม "ชื่อ สารัช ครับ" อามินอธิบาย "เขาเคยเป็นลูกน้องคนสนิทของมาเฟียใหญ่คนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาพยายามจะวางมือ และเปิดธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เขาอาจจะช่วยเราเรื่องที่พัก และข้อมูลบางอย่างได้" "แล้วเราจะติดต่อเขาได้อย่างไร" ผู้กองวิชาญถาม "ผมจะลองโทรหาเขาดูครับ" อามินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ขณะที่อามินกำลังพยายามติดต่อสารัช ผู้กองวิชาญก็หันไปหาวีรยา "คุณวีรยา คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเทคโนโลยีที่คุณค้นพบนั้น มันจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างที่คุณหวังไว้?" วีรยาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ดิฉันเชื่อมั่นในงานของดิฉันค่ะผู้กอง มันเป็นสารประกอบที่สามารถช่วยในการบำบัดโรคที่ร้ายแรงได้หลายชนิด และอาจนำไปสู่การค้นพบยาใหม่ๆ อีกมากมาย ดิฉันไม่สามารถปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่หวังดีได้" "ดีมาก" ผู้กองวิชาญพยักหน้า "ความมุ่งมั่นของคุณคือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ เราต้องปกป้องสิ่งนี้ และนำมันไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับมวลมนุษยชาติ" ไม่นานนัก อามินก็วางโทรศัพท์ลง "สารัชยินดีที่จะช่วยครับ เขาบอกว่าให้เราไปพบเขาที่โกดังเก่าแห่งหนึ่งใกล้ท่าเรือคลองเตย เขาจะส่งคนมารับเรา" "โกดังเก่า..." ผู้กองวิชาญพึมพำ "ดูเหมือนเส้นทางของเราจะยังคงอันตรายอยู่" "แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับ" อามินกล่าว "ตกลง" ผู้กองวิชาญตัดสินใจ "เตรียมตัวให้พร้อม เราจะออกเดินทางทันที" เมื่อเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร บรรยากาศของเมืองหลวงอันวุ่นวายและความเจริญที่ผสมผสานกับความเสื่อมโทรม ทำให้วีรยารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก รถยนต์คันหนึ่งซึ่งขับโดยชายหนุ่มท่าทางสุภาพ นามว่า "ต้อม" ลูกน้องของสารัช พาพวกเขามายังโกดังร้างแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกแคบๆ ใกล้กับท่าเรือ อากาศอบอ้าวและมีกลิ่นอับชื้นคละคลุ้ง "ขอต้อนรับครับคุณสารัชรออยู่ข้างใน" ต้อมพูดพลางเปิดประตูเหล็กบานใหญ่ให้ ภายในโกดังมีแสงสลัวๆ จากหลอดไฟเพียงไม่กี่ดวง เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ วางระเกะระกะ แต่ก็ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารและคอมพิวเตอร์ ชายรูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็ค ใบหน้าคมคาย ดวงตาเป็นประกาย เขามีนามว่า สารัช กำลังยืนรอพวกเขาอยู่ "ยินดีต้อนรับครับ" สารัชกล่าวด้วยรอยยิ้ม "อามินเล่าเรื่องราวให้ผมฟังหมดแล้ว ผมเข้าใจดีว่าพวกคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย" "ขอบคุณมากครับคุณสารัช" ผู้กองวิชาญกล่าว "ที่เราต้องมาที่นี่ ก็เพราะเราไม่สามารถอยู่ที่ไหนได้นาน" "ผมเข้าใจดี" สารัชตอบ "ที่นี่เป็นที่ที่ปลอดภัยพอสมควร ผมมีการรักษาความปลอดภัยที่นี่ แต่ก็ไม่สมบูรณ์แบบนัก" "คุณสารัช พอจะทราบไหมครับว่าใครกำลังตามล่าเราอยู่" อามินถาม สารัชเดินไปหยิบแก้วน้ำมาดื่ม ก่อนจะตอบ "เท่าที่ผมสืบทราบมา มีสองกลุ่มหลักๆ ที่กำลังให้ความสนใจกับ ดร. วีรยา" "กลุ่มแรกคือแก๊งค์มังกรดำ อย่างที่ผู้กองวิชาญบอก พวกนี้มีเครือข่ายกว้างขวางในเอเชีย และมักจะใช้กำลังเข้าว่า" "ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง..." สารัชเว้นจังหวะ "เป็นกลุ่มที่น่ากลัวกว่านั้น ผมเรียกพวกเขาว่า 'เงา' พวกเขาทำงานอย่างเป็นระบบและเก็บงำข้อมูลได้อย่างแนบเนียน ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง แต่มีข่าวลือว่าพวกเขาทำงานให้กับองค์กรลับบางอย่าง ที่มีเป้าหมายในการควบคุมเทคโนโลยีชีวภาพ" "องค์กรลับ?" วีรยาทวนคำด้วยความตกใจ "แล้วบรูโน่ คาร์เตอร์ ล่ะคะ เขาอยู่ในกลุ่มไหน" "บรูโน่ คาร์เตอร์ เป็นเหมือนพ่อค้าคนกลาง" สารัชอธิบาย "เขาไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลังจริงๆ แต่เขามีความสัมพันธ์กับทั้งแก๊งค์มังกรดำและกลุ่มเงา เขาอาจจะกำลังพยายามคว้าเทคโนโลยีของคุณไปขายให้กับกลุ่มที่ให้ราคาสูงที่สุด หรือเขาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเงาเองก็ได้ ไม่มีใครรู้แน่ชัด" "แล้วเราจะทำยังไงดีคะ" วีรยาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เราต้องหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเทคโนโลยีนี้ และนำมันไปมอบให้กับหน่วยงานที่เชื่อถือได้" ผู้กองวิชาญกล่าว "แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหน่วยงานไหนที่เชื่อถือได้" อามินถาม "นั่นคือปัญหาใหญ่" สารัชถอนหายใจ "ในโลกที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชันและความโลภ การหาคนที่ไว้ใจได้นั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร" "ผมมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรของกลุ่มเงา" สารัชกล่าว "ผมอาจจะช่วยให้พวกคุณเข้าใจเบื้องหลังของเรื่องนี้ได้มากขึ้น" เขากดแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ ภาพแผนผังที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ "นี่คือเครือข่ายที่ผมพอจะรวบรวมได้ พวกเขาทำงานกันเป็นทีมย่อยๆ แต่ละทีมมีหน้าที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่การสอดแนม การลักพาตัว ไปจนถึงการกำจัดเป้าหมาย" "แล้วบรูโน่ล่ะครับ อยู่ตรงไหนในแผนผังนี้" ผู้กองวิชาญชี้ไปที่หน้าจอ "บรูโน่เหมือนเป็นจุดเชื่อมต่อ" สารัชอธิบาย "เขามีความสัมพันธ์กับหลายกลุ่ม ทั้งแก๊งค์มังกรดำ และดูเหมือนจะมีคอนเนคชั่นกับกลุ่มเงาด้วย แต่ตัวตนที่แท้จริงของผู้นำกลุ่มเงา ยังคงเป็นปริศนา" "เราต้องหาทางเปิดโปงแผนการของพวกเขา" ผู้กองวิชาญกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "เราต้องหยุดยั้งไม่ให้เทคโนโลยีนี้ตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว" "แต่เราจะทำได้อย่างไร" วีรยาถาม "เรามีกำลังน้อยเกินไป" "เราจะใช้ความฉลาดของเรา" สารัชกล่าว "เราจะใช้ข้อมูลที่เรามี เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับพวกเขา" "ผมจะช่วยคุณเต็มที่" สารัชย้ำ "ผมเองก็มีอดีตที่อยากจะล้างให้สะอาด การได้ช่วยเหลือพวกคุณในครั้งนี้ ก็เหมือนเป็นการไถ่บาปของผม" ผู้กองวิชาญมองสารัชด้วยความชื่นชม "ขอบคุณมากคุณสารัช การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งเช่นคุณ ทำให้ผมมีความหวังมากขึ้น" ในขณะที่ทั้งสามกำลังวางแผนกันอย่างเคร่งเครียด เสียงโทรศัพท์มือถือของสารัชก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วหน้าตาเปลี่ยนไป "ใครโทรมา?" อามินถาม "เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย" สารัชตอบ "แต่ดูเหมือนจะเป็นเบอร์ในประเทศ" "รับสิ" ผู้กองวิชาญเร่ง สารัชกดรับสาย "สวัสดีครับ" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาเริ่มตึงเครียดขึ้น "ผม... ผมไม่แน่ใจว่าคุณกำลังพูดถึงใคร" "อะไรนะครับ?" "คุณจะมาที่นี่จริงๆ เหรอครับ?" "คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่?" "ผม... ผมขอโทษ ผมไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้มากกว่านี้" ทันใดนั้น สารัชก็วางสายโทรศัพท์ สีหน้าของเขาซีดเผือด "เกิดอะไรขึ้น?" ผู้กองวิชาญถามอย่างเป็นห่วง "สายนั้น..." สารัชเสียงสั่น "เขาบอกว่า... เขารู้ว่าเราอยู่ที่นี่" "อะไรนะ!" อามินอุทาน "แล้วเขาก็เสนอให้เรา..." สารัชกลืนน้ำลาย "ข้อเสนอที่... ไม่สามารถปฏิเสธได้"

7,080 ตัวอักษร